โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TMAN เทรดวันแรก! โบรกชี้กำไร 3 ปี โตเฉลี่ย 13% เคาะเป้าสูง 26.40 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (21 ต.ค.67) ว่าหลักทรัพย์ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์

สำหรับ TMAN มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลัง IPO 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.75 บาท เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก 102 ล้านหุ้น ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 71.43 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมของ TKW Capital Limitedจำนวน 30.57 ล้านหุ้น

โดยเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้มีอุปการคุณของบริษัท พนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย และบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท ในระหว่างวันที่ 10 – 11 และ 15 ต.ค.67 ในราคาหุ้นละ 16.30 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนจากหุ้นใหม่ 1,164.31 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 6,520.05 ล้านบาท โดยมีบล. กสิกรไทย จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ

ทั้งนี้ TMAN ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบริษัทกว่า 200 แบรนด์ รวมทั้งรับจ้างผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอกผลิตภัณฑ์ของ TMAN แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ยาแผนปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่นๆ โดยมีแบรนด์ Propoliz ไอยรา MydaIBUMAN Polar และ Vita-C เป็นแบรนด์หลักที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค

นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TMAN เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะนำเงินระดมทุนส่วนใหญ่ไปขยายและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรองรับแผนการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต

อย่างไรก็ดี TMAN มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือ กลุ่มครอบครัวฐานะโชติพันธ์ ถือหุ้นรวม 74.5% โดยบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เพื่อประโยชน์ของกิจการและผู้ถือหุ้นเป็นหลัก

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินราคาเป้าหมายปี 67 อยู่ที่ 26.40 บาท มีค่า P/E ที่ 23.8 เท่า ประมาณการรายได้และกําไรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรปี 67-69 (CAGR) 12.70% ต่อปี จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในกลุ่มโรงพยาบาล และการเพิ่มกำลังการผลิต ทำการกระจายสินค้าเอง เข้าถึงข้อมูลความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุดและรวดเร็ว ส่งผลให้มีความสามารถในการทํากำไรได้สูงกว่าเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

โดยประเมินกำไรปี 67 อยู่ที่ 447 ล้านบาท และในปี 68 กำไรอยู่ที่ 514 ล้านบาท ถัดมาในปี 69 ประเมินกำไรอยู่ที่ 568 ล้านบาท

คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 12.7% ในปี 67-69 ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราการทํากําไรที่สูงขึ้น โดยคาดว่าบริษัทฯ จะสามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ยาสามัญและยาสามัญใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะจากกลุ่มโรงพยาบาลและการกระจายสินค้าเอง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงข้อมูลความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเป้าหมายปี 68 ที่ 25.50 บาท มีค่า P/E ที่ 20 เท่า คาดการณ์รายได้จากการขายในช่วงปี 67-69 โตเฉลี่ย 14% เป็นผลมาจากผลิตภัณฑ์เดิมและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ Product champion โดยคาดว่ายอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะเร่งตัวขึ้น ขณะที่ยาแผนปัจจุบันจะเติบโตอย่างเสถียรภาพและคงสัดส่วนไว้ที่ 50%

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 24.75 บาท มีค่า P/E ที่ 21.9 เท่า คาดการณ์รายได้ปี 67 อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท เติบโต 12% และกำไรปกติที่ 452 ล้านบาท เติบโต 17% ได้ปัจจัยหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ยารักษาโลก ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร การที่ประชาชนเข้าถึงการรักษาประกันสุขภาพของรัฐมากขึ้น ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาใช้บริการสถานีพยาบาล โดยคาดการณ์ว่าในช่วงปี 67-69 จะสามารถรักษาการเติบโตของอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 20-21%

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินราคาเป้าหมายปี 67 อยู่ที่ 24 บาท และจะปรับเพิ่มเป็น 27.40 บาท ในปี 68 มี P/E ที่ 21.12 เท่า คาดการณ์กำไรปี 67-70 โตขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.7% อยู่ที่ 651 ล้านบาทจากปี 66 ที่มีกำไร 431 ล้านบาท ซึ่ง TMAN มีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ราว 10-12 รายการ/ปี ทั้งเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงมีแผนขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยาแผนปัจจุบัน ส่งผลให้คาดว่ารายได้ปี 67-70 โตขึ้นเฉลี่ยปีละ 12% อยู่ที่ 3.24 พันล้านบาทจากปี 66 ที่มี 1.97 พันล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเป้าหมายปี 68 ที่ 24 บาท มีค่า P/E ที่ 19.50 เท่า คาดการณ์กำไรสุทธิปี 67 อยู่ที่ 468 ล้านบาท และปี 68 คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 525 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงจำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าโดยตรงจากการกระจายสินค้าเอง ทำให้มีความได้เปรียบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...