โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ชื่อเสียง เหล้ายา และการกลับมารักตัวเองของ Demi Moore นักแสดงหญิงผู้เคยเป็นทาสมาตรฐานความงามสุดโต่งในฮอลลีวูดยุค 80s-90s

Mirror Thailand

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 05.00 น.
ภาพไฮไลต์

นอกจากหนังเรื่อง The Substance จะได้รับคำวิจารณ์ที่ดีเกินคาด นับตั้งแต่เปิดตัวและคว้ารางวัลที่คานส์จนถึงเวลานี้ เสียงชื่นชมอีกเสียงคงต้องยกให้กับฝีมือการแสดงแบบทุ่มสุดตัวของ ‘เดมี่ มัวร์’ (Demi Moore) ที่ผู้คนต่างพร้อมใจลุกขึ้น Standing Ovation ยาวนานหลายนาทีให้กับเธอในแทบจะทุกรอบของการฉาย

ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่ที่บทนำในหนัง The Substance ซึ่งพูดถึงการต่อสู้ดิ้นรนของผู้หญิงคนหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงกับความร่วงโรยของสังขาร ถูกโยนมาให้รับกันพอดิบพอดีกับเดมี่ มัวร์ นักแสดงหญิงผู้กลับมาทำงานแสดงในรอบหลายปี

เดมี่ มัวร์ แจ้งเกิดจากการเป็นหนึ่งในกลุ่มนักแสดงดาวรุ่งจากหนังวัยรุ่นสุดคลาสสิกเรื่อง St. Elmo’s Fire ที่โด่งดังอย่างมากเมื่อปี 1985 ด้วยคาริสมาที่มีทั้งความเซ็กซี่ขี้เล่นแบบ Feminine จ๋าๆ ขณะเดียวกันก็มีน้ำเสียงแหบพร่าและรูปร่างสตรอง บ่งบอกความแข็งแกร่งแบบ Masculine ในเวลาเดียวกัน

มัวร์ดังเป็นพลุแตกไปอีกจากการแสดงใน Ghost (1990) ตามด้วยหนังโรแมนติก-ดราม่า Indecent Proposal (1993) จนถึงบทที่ท้าทายที่สุดอย่างการเป็นนักแสดงเปลื้องผ้าใน Striptease (1996) ทว่าบทที่เธอมักได้รับเหล่านั้นยิ่งชวนให้คนติดภาพจำว่าเธอเป็นนักแสดงหญิง ‘ตัวแรง’ เล่นแต่หนังแรงๆ ที่มีซีนอีโรติก ทั้งเปลือย ทั้งโชว์เนื้อหนัง และต้องขายความเซ็กซี่ กับความเป็น Male Gaze อยู่ตลอดเวลา

ตัดภาพมาที่ชีวิตจริงของนักแสดงหญิงผู้เริ่มต้นทำงานในวงการบันเทิงและประสบความสำเร็จในยุค 1980s ยุคเดียวกันกับฉากหลังของ The Substance ที่ถึงแม้ว่าชื่อเสียงและสังขารของมัวร์จะยังไม่ร่วงโรยอย่างในหนัง แต่มันกลับทำให้อาชีพนักแสดงเกือบทั้งชีวิตของเธอหมดไปกับการหมกมุ่นอยู่กับรูปลักษณ์ กับความรู้สึกว่า ‘ไม่ดีพอ’ ของตัวเอง

เดมี่ มัวร์ เคยเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อปี 2019 เปิดใจแบบหมดเปลือกถึงจุดต่ำสุดในชีวิตเธอหลายเรื่อง ตั้งแต่หย่าร้างกับอดีตสามีคนดัง บรูซ วิลลิส (Bruce Willis) เลิกรากับอดีตแฟนหนุ่ม แอชตัน คุชเชอร์ (Ashton Kutcher) จนถึงการติดเหล้าอย่างหนักตอนที่เธอกำลังมีชื่อเสียงสุดๆ ในยุค 80s ที่ทำให้เธอต้องเข้ารับการบำบัดระหว่างถ่ายหนังเรื่อง St. Elmo’s Fire จากความกดดันที่ถาโถม และยังต้องต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่า ‘มาตรฐานความงาม’ ไปพร้อมกัน จนส่งผลให้นักแสดงหญิงหลายคนในยุคเดียวกันรวมทั้งเธอ ต้องเผชิญกับภาวะหมกมุ่นอยู่กับรูปลักษณ์ ความรู้สึกเกลียดตัวเอง เพราะรู้สึกว่ายังดีไม่พอ จนยอมฉีกทึ้งร่างกายได้ไม่ต่างจากในหนัง The Substance เลย

“จริงๆ ฉันไม่ได้คิดว่าตัวละคร Elisabeth Spakle ใน The Substance คือตัวฉันขนาดนั้นหรอกนะ เพราะนั่นคือภาพสะท้อนของผู้หญิงตัวคนเดียวที่โดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร ตัดสินใจโดยลำพังว่าจะทำอย่างไรกับอาชีพการงานของตัวเอง ซึ่งสำหรับฉัน ฉันแยกออกจากตัวละครนี้โดยสิ้นเชิง แต่ขณะเดียวกัน ลึกลงไปแล้ว ความเจ็บปวดกับความรู้สึกของการถูกปฏิเสธที่ตัวละครตัวนี้ได้รับก็เป็นสิ่งที่ฉันเองเคยเจอมา แล้วฉันก็รู้ดีว่ามันท้าทายมากแค่ไหน” เดมี่ มัวร์ ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times

ถึงแม้ว่าเนื้อหาส่วนหนึ่งของ The Substance จะเป็นการสะท้อนทัศนคติของผู้ชายที่มีต่อเนื้อตัวร่างกายและสังขารของผู้หญิง แต่เราคงไม่สามารถโทษเพียงแค่ความจริงข้อนั้นเพียงอย่างเดียว หรือแม้แต่โทษความกระหายของตัวอุตสาหกรรมบันเทิงเองได้ทั้งหมด

หากแต่เป็น “เรานี่แหละที่ทำอะไรกับตัวเองบ้าง” เดมี่ มัวร์ บอกว่าการที่อยู่ๆ วันหนึ่งผู้หญิงเกิดความรู้สึก ‘ต่อต้าน’ ในร่างกายของตัวเองขึ้นมา แถมไม่รู้จักที่จะ ‘รัก’ และ ‘โอบรับ’ มันต่างหาก เป็นสิ่งที่ ‘ทำร้าย’ พวกเธออย่างแท้จริง

“ต้องบอกว่าในยุค 80s-90s เป็นช่วงเวลาที่แนวคิดเรื่องความเพอร์เฟ็กต์มันเข้มข้นมาก ถ้าดูจากโฆษณาจะเห็นว่าทุกอย่างมันเนี้ยบ มันเป๊ะไปหมด ไม่มีหรอกที่ใครจะพูดเรื่องการโอบรับความแตกต่างหลากหลายอย่างทุกวันนี้ มันมีแค่มาตรฐานเดียวคือมาตรฐานความงามที่สุดโต่งมากๆ เท่านั้น”

การเป็นนักแสดงหญิงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่วัยรุ่นของมัวร์ ต้องแลกมาด้วยการลดน้ำหนักแบบเอ็กซ์ตรีมเพื่อรับบทในหนังเรื่องใหม่ ซึ่งเธอบอกว่ามันเป็นความโหดร้ายของฮอลลีวูดยุคนั้นก็จริง แต่นั่นไม่เท่ากับการที่เธอ ‘ทรมาน’ ตัวเองในเลเวลที่หนักกว่า ด้วยการเสพติดการออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง และมีภาวะการกินผิดที่ปกติ ต้องชั่งตวงวัดอาหารทุกคำที่จะเข้าปากจนเข้าขั้นหมกมุ่น

“เพราะว่าฉันดันเอาคุณค่าของตัวเองไปใส่กับความคิดที่ว่า ‘ฉันดูดีไหม คนจะมองฉันอย่างไร’ และให้ทัศนคติของคนอื่นที่มีต่อรูปร่างของฉันมีอิทธิพลเหนือตัวฉันเอง”

แต่ก็เป็นความจริงที่ในอุตสาหกรรมนี้ เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็โห่ร้องชื่นชม พอถึงวันหนึ่งก็พร้อมตัดสินและสับเละอย่างร้ายกาจ หลังจากขับเคี่ยวกับรูปร่างของตัวเองอย่างหนักและลงทุนโกนผมยาวสลวยทิ้งเพื่อรับบทนำในหนัง G.I. Jane เมื่อปี 1997 การลงทุนทั้งหมดของมัวร์กลับได้รับเสียงวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก

“ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าฉันกำลัง ‘โกง’ ร่างกายตัวเองอยู่ เพราะมันถูกเพิ่มๆ ลดๆ น้ำหนักเพื่อรับบทอะไรมาหลายครั้ง ตอนที่ถ่าย G.I. Jane จบ ฉันก็รู้สึกยอมแพ้ ไม่รู้แล้วว่ารูปร่างที่แท้จริงของฉันเป็นอย่างไร ฉันไปยิมไม่ไหว ควบคุมการกินของตัวเองก็ยังไม่ได้เลย”

โชคดีว่าเดมี่ มัวร์ ในวัย 62 ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย บอกว่าถึงวันนี้เธอเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ‘ในเวอร์ชั่นนี้’ ได้เสียที

ใน The Substance มีคำพูดหนึ่งที่บอกว่า ‘ผู้หญิงเมื่อถึงวัยเลข 5 ก็สมควรถูกปลดระวางได้แล้ว’ เดมี่ มัวร์ ในชีวิตจริงบอกว่าเธอไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยสักนิดเดียว และ The Substance ก็เป็นการกลับมา ‘เปิดเปลือย’ อีกครั้งของมัวร์ ด้วยความมั่นใจ เข้าใจ และยอมรับในเนื้อหนังสังขารของตัวเองได้อย่างทรงพลังที่สุด

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/2024/09/14/magazine/demi-moore-interview.html

รูปจาก https://www.instagram.com/demimoore/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...