โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว.ดีอีเอส เชื่อมั่น “เอสเอ็มอีไทย” เครื่องมือสำคัญดัน GDP โต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 07.21 น.

รมว.ดีอีเอส เชื่อมั่น "เอสเอ็มอีไทย" เครื่องมือสำคัญดัน GDP โต เตรียมหารือที่ประชุม สสว.ครั้งต่อไป โดยเฉพาะพัฒนาแพลตฟอร์ม ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท-ร่าง พ.ร.บ.สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

วันที่ 10 ตุลาคม 2567 เวลา 09.15 น. ณ ห้องประชุม 302 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายฉัตริน จันทร์หอม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ร่วมประชุมหารือกับนายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และคณะกรรมการบริหารสภาเอสเอ็มอี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ประธานสภาเอสเอ็มอี กล่าวว่างานของเอสเอ็มอีเป็นงานที่มีขนาดกว้างและมีภาคีเครือข่ายประมาณ 50 – 60 ภาคีเครือข่ายดังนั้นจำเป็นต้องผลักดันพระราชบัญญัติสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้สำเร็จ และออกแบบนิยามจัดกลุ่มโครงการเอสเอ็มอีให้ถูกต้อง โดยการกำหนดประเภทธุรกิจให้ชัดเจน

ทั้งนี้ ได้มีการประสานนักวิชาการในการจัดแบ่งประเภทธุรกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใน 2 – 3 เดือนข้างหน้าจะนำมาหารืออีกครั้ง นอกจากนี้ยังเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ของไปรษณีย์ไทย โดยให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เข้ามาร่วมด้วย

ควบคู่กับการนำศักยภาพของสภาสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และสมาคมไทยไอโอที (Thai IoT Association) จะสามารถช่วยพัฒนาเอสเอ็มอีไทยได้ และยังช่วยยกระดับการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของ SME และผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้แพลตฟอร์มของต่างประเทศด้วย

รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน SME ของไทย และมีการรับฟังปัญหาของ SME ทุกภูมิภาคทั่วประเทศมาโดยตลอด เพื่อหาแนวทางในการทำให้ SME ประเทศไทยทุกระดับสามารถที่จะเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพและแข่งขันกับต่างประเทศได้

โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนส่งเสริม SME ไทย เช่น การให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการไลฟ์สดจำหน่ายสินค้า SME ต่าง ๆ การบริหารจัดการตลาดในรูปแบบสมาร์ทมาเก็ต โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ ตลอดจนการดูแลสนับสนุนให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นต้น

พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีรับจะนำเรื่องที่ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และคณะเสนอในวันนี้ เข้าหารือในที่ประชุม สสว. ในครั้งต่อไป โดยจะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เข้าหารือร่วมกันด้วย โดยเฉพาะในประเด็นการพัฒนาแพลตฟอร์ม ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท ที่ไปรษณีย์ไทยฯ ดูแลอยู่ เพื่อเป็นช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และสินค้า SME ต่าง ๆ ของไทย ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่สะดวกรวดเร็วและตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายของผู้ใช้ในยุคดิจิทัลในปัจจุบัน

รวมไปถึงการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับ SME และการที่จะทำให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ตลอดจนการให้ความสำคัญในการนำเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นมาเป็น Soft Power มาสร้างเป็นแบรนด์ของ SME ให้มีความเข้มแข็งและให้ยากที่จะถูกลอกเลียนแบบ

ทั้งนี้ เพื่อให้ SME ไทยไปรอดและขับเคลื่อนต่อไปได้ โดยรองนายกรัฐมนตรีมีแนวคิดที่จะให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย SME ต่าง ๆ ของไทย มาทำ workshop ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อน SME พัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน

“วันนี้เราปล่อยจะให้ SME เดินคนเดียวไม่ได้แล้ว เชื่อมั่นว่าหาก SME ของไทยแข็งแรง ประเทศไทยก็จะแข็งแรงไปด้วย เพราะเรื่องนี้คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและการดูแลปกป้องธุรกิจของคนไทย อีกทั้งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการพัฒนา SME อย่างมากเพราะเป็นธุรกิจฐานรากที่ต้องเปลี่ยนแปลงและเดินไปกับภาครัฐ โดยคาดว่าในอนาคต SME จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่ม GDP และทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น” รองนายกรัฐมนตรี ย้ำ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...