โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ส่อง 10 บิ๊กแบรนด์อสังหา “แสนสิริ-แลนด์-เอพี” แลกกันคนละหมัด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มี.ค. 2567 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2567 เวลา 02.51 น.

เทศกาลรายงานผลประกอบการปี 2566 เดินมาถึงจุดไคลแมกซ์ก็ว่าได้ เพราะบิ๊กเนมวงการอสังหาริมทรัพย์ตบเท้าประกาศความสำเร็จกันอย่างคับคั่ง

ล่าสุด “พลัส พร็อพเพอร์ตี้” จัดทำสรุปผลงานโดดเด่นของ 10 บิ๊กแบรนด์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ดูตารางประกอบ) ในภาพรวมจะเห็นได้ชัดเจนว่าการ์ดไม่ตก ยังรักษาเกมรุก-เกมรับได้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจนานาประการในปีที่ผ่านมา

2566 สร้างดาวคนละดวง

โดย “อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ มองแนวโน้มภาคอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 เป็นปีแห่งความหวังในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ปัจจัยหนุนจากนโยบายภาครัฐที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน เช่น การลดค่าใช้จ่ายให้ภาคครัวเรือน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพลดลงและมีเงินเหลือ ไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้

รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยว และเปิดประเทศเป็นแหล่งผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้ธุรกิจต่างชาติ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มที่

ในฟากดีเวลอปเปอร์ มีการปรับแผนธุรกิจอย่างเหมาะสม ชูจุดแข็งที่แตกต่างกัน บางบริษัทชะลอการเปิดโครงการเพื่อรอประเมินสถานการณ์ บางบริษัทเดินหน้าเปิดโครงการใหม่แบบเต็มกำลัง และบางบริษัทก็ยังคงขยายตลาดที่อยู่อาศัยไปพร้อมกับพยายามหารายได้จากช่องทางอื่น ๆ ควบคู่กันไป

ทั้งนี้ REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่าตลาดที่อยู่อาศัยจะฟื้นตัวขึ้น หลักใหญ่ใจความเป็นผลมาจากการปรับตัวของผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่มีการปรับสมดุลระหว่างสินค้าเหลือขายและสินค้าเปิดตัวใหม่ เบื้องต้นคาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ 108,886 ยูนิต เพิ่มขึ้น 13.7% โดยผู้ประกอบการรายใหญ่หรือบิ๊กแบรนด์อสังหาฯ ยังคงตบเท้าโชว์ฟอร์มผลประกอบการปี 2566 ที่โดดเด่น เพราะถึงแม้ประเทศจะมีวิกฤตเศรษฐกิจสะสมยาวนานแค่ไหน แต่ดีมานด์ซื้อที่อยู่อาศัยไม่เคยลดลงแต่อย่างใด

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามและเตรียมรับมือในปีนี้ มีทั้งทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย แนวโน้มราคาพลังงานและราคาโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น กดดันให้ต้นทุนและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนประเด็นดอกเบี้ยแพงซึ่งกระทบโดยตรงต่องวดผ่อนและกำลังซื้อ อย่างไรก็ดี พลัสฯ เชื่อมั่นว่าปี 2567 ธุรกิจอสังหาฯ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวและหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ

แสนสิริแชมป์รายได้รวม

ผลสำรวจแบบรัว ๆ ประเดิมด้วยฝั่ง “รายได้” หรือยอดรับรู้รายได้ในภาพรวมของแต่ละบริษัท พบว่าหัวตารางเป็นที่มั่นของค่ายแสนสิริ ที่ทำรายได้รวมถึง 39,082 ล้านบาท ในขณะที่ฝั่ง “กำไรสุทธิ” ต้องยอมรับว่าพี่ใหญ่ค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยืนอยู่หัวแถวค่อนข้างสม่ำเสมอ มีกำไรสุทธิที่เป็นเม็ดเงินจำนวน 7,482 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาในแง่ของการลงทุนผ่านหุ้นอสังหาฯ ทั้ง 10 บริษัท มีอัตรา Dividend Yield ที่ดี อยู่ที่ 6-11% นำโดยแสนสิริที่ระดับ 11%

“หุ้นอสังหาริมทรัพย์จัดอยู่ในกลุ่มที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ค่อนข้างสูง สะท้อนจาก 10 บริษัทนี้มีระดับ Dividend Yield ที่ 6-11% นำโดยแสนสิริ 11.0% ถัดมาคือ พฤกษา 7.7% เอสซี แอสเสท 7.2% ศุภาลัย 7% ควอลิตี้เฮ้าส์ 6.8% แลนด์แอนด์เฮ้าส์และเอพี ไทยแลนด์เท่ากันอยู่ที่ 6.6% ออริจิ้น 6%”

รายละเอียดของแสนสิริ แชมป์ผลประกอบการรายได้อันดับ 1 มีรายได้รวม 39,082 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,060 ล้านบาท โดยรายได้รวมสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 11.7% จากปีก่อนหน้า มาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม แนวสูง โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่

มีกำไรสุทธิมาเป็นอันดับที่ 2 แต่ก็สูงถึง 6,060 ล้านบาท นับว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งแสนสิริในรอบ 40 ปี หรือ All Time High เพิ่มขึ้น 42% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 4,280 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ 15.5%

แลนด์แชมป์กำไรสุทธิ

ถัดมา “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” กลับมาครองแชมป์เป็นบริษัทที่ทำกำไรสูงสุดอีกครั้ง มีกำไรสุทธิ 7,482 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 10% แต่คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ 24.8% มีรายได้ 30,170 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 17.9% ปีนี้มีแผนเปิดตัว 11 โครงการใหม่ มูลค่า 30,200 ล้านบาท

“เอพี ไทยแลนด์” มีรายได้อันดับ 2 จากบ้านแนวราบ คอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่น ๆ ได้ 38,399 ล้านบาท ลดลง 0.8% กำไรสุทธิ 6,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% คิดเป็น Net Profit Margin 15.8% ปีนี้มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 48 โครงการ มูลค่า 58,000 ล้านบาท

“ศุภาลัย” มีรายได้รวม 31,818 ล้านบาท ลดลง 10.4% กำไรสุทธิ 5,989 ล้านบาท ลดลง 27% คิดเป็น Net Profit Margin 18.8% ปี 2567 เตรียมลงทุนเปิดตัว 42 โครงการใหม่ มูลค่า 50,000 ล้านบาท

10 อสังหา รายได้

บิ๊กแบรนด์ไล่ล่าอนาคต

“พฤกษา โฮลดิ้ง” ทำกำไรสุทธิ 2,205 ล้านบาท ลดลง -21% คิดเป็น Net Profit Margin 8.4% มีรายได้ 26,132 ล้านบาท ปีนี้วางแผนเปิดตัว 30 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 29,000 ล้าน

“เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชัน” มีรายได้รวม 24,566 ล้านบาท เติบโต 13.5% กำไรสุทธิ 2,482 ล้านบาท ลดลง -3% คิดเป็น Net Profit Margin 10.14% ปี 2567 ตั้งเป้ายอดขายนิวไฮ 28,000 ล้านบาท

“ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” มีรายได้รวม 15,157 ล้านบาท เติบโตลดลง -3.7% กำไรสุทธิ 2,718 ล้านบาท ลดลง -28% คิดเป็น Net Profit Margin 17.9% ในปีนี้มีแผนเปิดตัว 14 โครงการใหม่ มูลค่า 20,000 ล้านบาท

“ควอลิตี้เฮ้าส์” มีรายได้ 9,237 ล้านบาท ลดลง -2.2% กำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% คิดเป็น Net Profit Margin 27.1% ปี 2567 วางแผนเปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่า 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ

“แอสเซทไวส์” มีรายได้ 7,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 20% กำไรสุทธิ 1,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% วางแผนเปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 25,920 ล้านบาท เป้ารับรู้รายได้ต้องการเติบโตต่อเนื่อง โดยวางตัวเลขไว้ที่ 8,700 ล้านบาท

และ “FPT” ผลประกอบการเดือนมกราคม-ธันวาคม 2566 มีรายได้ 16,169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% หรือทรงตัว มีกำไรสุทธิ 1,865 ล้านบาท ลดลง -8.2% ตั้งเป้าภายในปี 2570 จะสร้างรายได้มากกว่า 30,000 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์สำคัญคือ RaaS-Real Estate as a Service Brand

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อง 10 บิ๊กแบรนด์อสังหา “แสนสิริ-แลนด์-เอพี” แลกกันคนละหมัด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...