ส่องเทรนด์ ‘Pet Humanization’ เมื่อ ‘สัตว์เลี้ยง’ จะทำให้คุณไม่เหงาอีกต่อไป
‘Pet Humanization’ คือปรากฏการณ์ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายพันคนหันมาแทนตัวเองว่าเป็น “พ่อแม่” หรือแม้แต่เป็น “ทาส” ให้กับเหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรัก เพื่อแสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นเป็นสมาชิกคนหนึ่งที่สำคัญของครอบครัว สืบเนื่องจากการที่หลายคนต้องเผชิญกับ “ภาวะการระบาดทางความเหงา” (Loneliness Epidemic) ที่ส่งผลต่อจิตใจโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การเลี้ยงสัตว์กลายเป็นอีกหนึ่งวิธียอดฮิตที่ช่วยคลายเหงา และยังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นได้จากการที่ภาคธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างมากและคาดว่าจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเฉพาะในประเทศไทยสูงถึง 6.7 หมื่นล้านบาทในปี 2026
Mel Elías on Unsplash
สาเหตุของภาวะการระบาดทางความเหงานั้น นอกจากจะเกิดขึ้นจากการระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มากขึ้น ปริมาณคนโสดที่ไม่นิยมแต่งงาน และคู่แต่งงานที่เลือกจะไม่มีบุตร เหล่านี้ล้วนยิ่งซ้ำเติมให้ภาวะความเหงาเข้าครอบครองหัวใของผู้คนไปทั่วโลก การหันมาเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจว่ามีใครสักคนอยู่ในบ้านและเป็นเสมือนคนในครอบครัว จึงกลายมาเป็นเทรนด์พุ่งแรง จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ Pet Humanization ที่เจ้าของจะอุทิศเป็นเสมือน ‘พ่อแม่’ หรือผู้ปกครองของสัตว์เลี้ยง หรือพร้อมยอมกลายเป็น ‘ทาส’ ผู้พร้อมเปย์ทั้งเงินและเวลาให้อย่างเต็มที่ในการดูแลเอาใส่ใจ ‘เจ้านาย’ อย่างดีที่สุด
นอกเหนือจากประเทศไทยที่มีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้คลายเหงาแล้ว ในประเทศอื่น ๆ ก็มีความนิยมเลี้ยงสัตว์ไว้คลายเหงาเช่นเดียวกันอย่างประเทศ “สเปน” ที่ประชากรในประเทศมีความนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก โดยมีอัตราการเลี้ยงเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 44 จากเดิม 10.5 ล้านตัว เพิ่มขึ้นเป็น 15.1 ล้านตัว โดยสัตว์เลี้ยงยอดนิยมก็เช่นสุนัขและแมว ซึ่งจำนวนการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่มากขึ้นนี้ ได้ส่งผลให้สัตว์ที่ถูกทอดทิ้งมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
Alexander Grey on Unsplash
เทรนด์ Pet Humanization ไม่เพียงแต่จะช่วยคลายเหงา พร้อมช่วยแก้ปัญหาจำนวนสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งแล้ว ยังส่งผลให้ตลาดธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเติบโตและมีมูลค่าสูงทั้งในตลาดเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก โดยยูโรมอนิเตอร์ได้รายงานว่า ธุรกิจสินค้าและบริการเกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงในปี 2021 มีมูลค่าสูงถึง 43,372 ล้านเหรียญสหรัฐ และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 110,268 ล้านเหรียญสหรัฐ หากนับเฉพาะประเทศไทย จะพบว่า ธุรกิจสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 3,954 ล้านบาท และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 40,638 ล้านบาท ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการคาดการณ์ถึงการเติบโตในปี 2026 ไว้อีกว่า ตลาดเศรษฐกิจโลกของสัตว์เลี้ยงจะมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 217,651 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเฉลี่ยปีละ 7.2% เช่นเดียวกับตลาดเศรษฐกิจในประเทศไทยที่คาดไว้ว่าจะมีมูลค่าเติบโตจากปี 2021 เฉลี่ยปีละ 8.4% มาอยู่ที่ 66,748 ล้านบาทในปี 2026
Yerlin Matu on Unsplash
อย่างไรก็ตาม การที่เทรนด์ Pet Humanization เป็นกระแสได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างต่อเนื่องนี้ ยังส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจที่เกี่ยวข้องและธุรกิจรอบข้างต่าง ๆ ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย แม้กระทั่งธุรกิจสายการบินที่ก็เกาะเทรนด์นี้หารายได้เพิ่มกันได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น บริการขนส่งสัตว์เลี้ยงผ่านสายการบินที่สามารถส่งข้ามประเทศไปจนถึงข้ามทวีปกันเลยทีเดียว มากไปกว่านั้น ยังมีบางสายการบินที่เปิดให้เหล่าทาสทั้งหลายได้ลงทะเบียนเพื่อพาเจ้านายแสนรักในกลุ่มสุนัข แมว กระต่ายชินชิล่า ชูการ์ไกลเดอร์ และหนู ที่จะสามารถนั่งเคียงข้างไปกับเหล่าทาสได้ตลอดการเดินทาง เป็นการเพิ่มบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์และเอาใจตลาดคนรักสัตว์เลี้ยงไปในคราวเดียวกัน
ในอนาคตเทรนด์นี้จะนำพาและทำให้ธุรกิจใด ๆ เกิดขึ้นและเติบโตมาได้อีกบ้าง คงต้องคอยติดตามกันต่อไป
ที่มา :
บทความ “Humanisation a Key Driver of Pet Product Sales” โดย Liseth Galvis จาก Euromonitor International
บทความ “เข้าใจอินไซต์ Petsumer คนโสด-คนเหงา ทาสสายเปย์ เลี้ยงสัตว์แทนลูกมากสุด” โดย Jan จาก Brandbuffet
วิดีโอ "โควิด-19 ทำให้ชาวสเปนเลี้ยงสัตว์มากขึ้น | ทันโลกกับที่นี่ThaiPBS | 6 ก.ค. 65" แชเนล Thai PBS จาก YouTube
เรื่อง : หทัยภัทร อินมีทรัพย์