โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“อาร์มี่ฟาร์ม” เพาะขายไก่ยักษ์บราห์มา คุณภาพ ได้รางวัลชนะเลิศมากมาย

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 12.00 น.

“บราห์มา” (Brahma) เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ไก่ที่นิยมเลี้ยงเพื่อความสวยงาม มีจุดเด่นเรื่องขนาดตัวที่ใหญ่และขนดก ตามข้อมูลพบว่าไก่บราห์มามีความสูงเต็มที่ถึง 1 เมตร และน้ำหนักมากสุดถึง 8 กิโลกรัม (ขนาดประมาณเด็ก 7-8 ขวบเลยทีเดียว) เรียกว่ายักษ์จริง

การนำไก่บราห์มาที่เป็นสายพันธุ์จากต่างประเทศมาเลี้ยงในบ้านเราถูกพัฒนาและปรับปัจจัยสภาพแวดล้อม สภาพอากาศให้มีความเหมาะสมจนสามารถเลี้ยงได้อย่างไม่มีปัญหา แม้ขนาดตัวอาจไม่ใหญ่โตเท่าแหล่งกำเนิด แต่นับว่ามีความใหญ่และขนาดสวยแบบฉบับไทย ทั้งการเลี้ยงกินอยู่ไม่ได้ยุ่งยาก เป็นที่สนใจของนักเลงไก่หันมาเลี้ยงสร้างรายได้มากขึ้น ดังนั้น ในตลาดไก่สวยงามจึงมีไก่บราห์มาขึ้นติดอันดับอยู่ด้วย

คุณกิตติธัช แผ้วประสงค์ หรือ คุณโอ๊ต เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นเจ้าของฟาร์มไก่บราห์มาที่ชื่อ “อาร์มี่ฟาร์ม” ตั้งอยู่เลขที่ 269/10 หมู่ที่ 2 ตำบลเก้าเลี้ยว อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ฟาร์มเพาะ-ขายพันธุ์ที่ยืนยันคุณภาพไก่ด้วยรางวัลชนะเลิศมากมาย

คุณโอ๊ตมีอาชีพประกอบธุรกิจเปิดร้านขายของเบ็ดเตล็ด แล้วเลี้ยงไก่เป็นงานอดิเรกก่อนที่จะเพาะขายจริงจังเป็นอาชีพได้ประมาณ 5 ปี เหตุผลที่มาสนใจเลี้ยงเพราะชอบลักษณะรูปร่างที่มีขนาดใหญ่ ขนสวย สีสวย มีความโดดเด่นโดยเฉพาะเวลายืนมีความสง่างาม ส่วนแรงบันดาลใจเกิดจากได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เลี้ยงไก่ยักษ์อยู่แล้วชักชวนให้เข้าสู่วงการ รุ่นพี่ได้แบ่งไก่ยักษ์ให้คุณโอ๊ตมาเลี้ยงแล้วทดลองขยายพันธุ์จนสำเร็จ จากนั้นจึงซื้อไข่เชื้อจากต่างประเทศมาฟักเอง

เนื่องจากเป็นพันธุ์ไก่จากตุรกีที่เป็นเมืองหนาว การนำมาเลี้ยงในไทยที่มีอากาศร้อน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพไก่ยักษ์หรือไม่? คุณโอ๊ต บอกว่า ในช่วงแรกที่เลี้ยงต้องใช้พัดลมกับสปริงเกลอร์ช่วยระบายอากาศ โดยเฉพาะหน้าร้อนที่ต้องเปิดตลอด แต่ภายหลังเมื่อประสบความสำเร็จสามารถเพาะขยายพันธุ์ไก่ออกมาได้เป็นรุ่นๆ แล้ว ทำให้ไก่ชุดที่เพาะเองสามารถอยู่ได้ในสภาพที่เลี้ยงตามธรรมชาติโดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ระหว่างเลี้ยงได้ลองนำไก่ส่งประกวดครั้งแรกจนได้รางวัลชนะเลิศเพราะไก่ผ่านการดูแลอย่างดีทั้งเรื่องสถานที่ อาหาร ขณะเดียวกัน บริเวณบ้านพักอาศัยมีสภาพแวดล้อมเป็นธรรมชาติทั้งต้นไม้และติดริมแม่น้ำ จึงตัดสินใจทำฟาร์มเพาะขายไก่ยักษ์บราห์มาแล้วตั้งชื่อฟาร์มตามชื่อเล่นลูกชายว่า “อาร์มี่ฟาร์ม”

ภายหลังได้รับรางวัลชนะเลิศถือเป็นแรงผลักดันให้คุณโอ๊ตผลิตไก่ที่มีคุณภาพตามมาอีก พร้อมกับการทุ่มเทใส่ใจกระบวนการเลี้ยงไก่ทุกขั้นตอนให้มีคุณภาพมากขึ้นจนสามารถสร้างไก่ยักษ์ที่มีความสมบูรณ์ส่งประกวดอีกหลายแห่ง แล้วคว้ารางวัลชนะเลิศทุกแห่งที่ส่งประกวดด้วย จากนั้นคุณโอ๊ตได้วางเป้าหมายขยายจำนวนไก่ให้มากขึ้นด้วยการสั่งไก่ยักษ์บราห์มาจากตุรกีเข้ามาเสริมอีกหลายตัว

ใส่ใจการเลี้ยงทุกขั้นตอน

“อาร์มี่ฟาร์ม” ให้ความสำคัญกับการเพาะเลี้ยงไก่ในทุกวัย ตั้งแต่การผสมพันธุ์ การฟัก การเลี้ยงในแต่ละช่วงวัย ทั้งในเรื่องอาหาร น้ำ ความสะอาดของสถานที่และความเป็นอยู่ ไก่ยักษ์พันธุ์บราห์มาตัวเต็มวัยมีความสูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร มีน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 4-6 กิโลกรัม เป็นสายพันธุ์เดียวที่มีหลายสี ฟาร์มเพาะขายกว่า 20 สี แต่ละสีขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน กรณีสีแปลกตาหายาก แม้จะรูปร่างไม่ใหญ่ แต่ถ้าลูกค้าชอบก็ไม่เกี่ยงราคา

คุณโอ๊ต บอกว่า ก่อนผสมพันธุ์ต้องคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 8-9 เดือน จับคู่แยกตามสี เพื่อให้ได้ลูกตรงตามสีของพ่อ-แม่ แต่ละสีจะแยกเลี้ยงเป็นโซน เป็นคอกเพื่อไม่ให้ปนกัน ดังนั้น เวลาผสมจึงแยกเป็นสีของใครของมันอย่างชัดเจน ในแต่ละคอกมีตัวผู้ 1 ตัว กับตัวเมีย 3 ตัว

ในบางครั้งพบว่ารูปร่างตัวผู้มีขนาดใหญ่เป็นปัญหาต่อการผสมจะต้องใช้น้ำเชื้อตัวผู้ฉีดตัวเมียแทน ระหว่างผสมพันธุ์จะเสริมวิตามินและยาบำรุง ตัวเมียมีความสามารถในการออกไข่ได้ครั้งละประมาณ 20 ฟอง ส่วนตัวผู้หลังจากเสร็จสิ้นการผสมพันธุ์จะแยกไปเพื่อเข้าคอร์สเตรียมตัวสู่สนามประกวดต่อไป

นำไข่เข้าตู้ฟักใช้อุณหภูมิประมาณ 37.8 องศา ใช้เวลาฟัก 19-21 วัน และทุก 7 วันนำไข่เข้าตู้ฟักจำนวนประมาณ 50 ใบ เพราะต้องการให้ไข่ฟักเป็นรุ่นพร้อมกัน หลังจากครบระยะฟัก 21 วัน นำลูกไก่เข้าตู้อบต่ออีก 2 วัน จากนั้นจึงย้ายเข้ากรงอนุบาลเพื่อเลี้ยงต่ออีก 3 เดือน แล้วจึงย้ายไปเลี้ยงต่อในกรงไก่โต จนไก่อายุ 6-7 เดือนก็จะเริ่มคัดตามลักษณะความสมบูรณ์ โดยไก่ยักษ์ที่สมบูรณ์ควรมีคุณลักษณะ ดังนี้ 1. หงอนถ้ามีขนาดเล็ก (ลูกค้าชอบ) 2. รูปร่างสมส่วน 3. สีขนสวย มันเงา และดก

ส่วนเรื่องอาหาร เจ้าของฟาร์มชี้ว่าไม่ได้เน้นอาหารราคาแพง แต่ควรเลือกแบรนด์ที่เป็นอาหารที่ให้คุณค่าและประโยชน์ทางโภชนาการสูงเป็นสำคัญ แล้วเสริมด้วยวิตามิน พร้อมสร้างภูมิต้านทานโรคด้วยสมุนไพรไทย

“ช่วงแรกเกิดใช้อาหารไก่เบอร์เล็กสุดไปจนอายุ 1 เดือน เสริมด้วยอาหารของหมู เพื่อเติมโครงสร้างร่างกายให้มีขนาดใหญ่ แข็งแรง และโตเร็ว ส่วนการสร้างภูมิต้านทานโรคใช้ฟ้าทะลายโจร หลังจากเดือนแรกใช้อาหารเดิมแต่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย ใช้อาหารสูตรนี้ไปจนอายุ 3-4 เดือน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นอาหารไก่เบอร์ใหญ่ไปตลอด มื้ออาหารให้วันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น”

นอกจากเรื่องอาหารแล้ว การดูแลเรื่องสุขอนามัยเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากบกพร่องเรื่องนี้นำมาสู่สุขภาพไก่ทันที ดังนั้น ทางฟาร์มต้องดูแลเปลี่ยนน้ำที่ไก่กินทุกวันเช้า-เย็น เปลี่ยนแกลบรองพื้นใหม่เดือนละครั้ง รอบโรงเรือนมุงด้วยตาข่ายที่มีความละเอียดเพื่อป้องกันแมลงและสัตว์ร้าย

“อาร์มี่ฟาร์ม” มีพื้นที่รวม 4 ไร่ ภายในมีโรงเรือนไก่โตจะแบ่งเป็นล็อกมีขนาด 3 คูณ 5 เมตร แยกเป็น 2 ส่วน คือ 1. สำหรับไว้ให้ไก่นอน กับ 2. สำหรับไว้เดินเล่น โรงเรือนมีความโปร่งสามารถให้แสงส่องและลมพัดผ่านได้อย่างสะดวก ที่สำคัญคือติดกล้องวงจรปิดเพื่อดูความเรียบร้อยภายในฟาร์ม หากเกิดปัญหาสามารถแก้ไขได้ทันที

“อาร์มี่ฟาร์ม” เป็นฟาร์มเพาะขายพันธุ์ไก่ยักษ์บราห์มาในทุกช่วงวัยตั้งแต่ไข่เชื้อไปจนถึงพ่อ-แม่พันธุ์ สำหรับไข่เชื้อจะรับประกันความเสียหายระหว่างการขนส่ง รวมถึงเชื้อให้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่สั่ง ส่วนราคาไข่เชื้อ 1 โหลราคา 4-5 พันบาท แล้วแต่สีขน

จากขายไข่เชื้อต่อมาเป็นลูกไก่อายุ 1 เดือน ราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 500 บาท จากนั้นเป็นไก่อายุ 3-4 เดือน ราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 2,500 บาท ไปจนถึงหลักหมื่น แล้วแต่สีขนและรูปร่างความสมบูรณ์ ส่วนสุดท้ายเป็นพ่อ-แม่พันธุ์ มีราคาเริ่มต้นที่หลักหมื่นบาทต่อตัว ระดับราคาขึ้นอยู่กับสีขน

แม้จะเป็นฟาร์มไก่ยักษ์น้องใหม่เพียง 5 ปี แต่ชื่อเสียงและคุณภาพไก่จาก “อาร์มี่ฟาร์ม” ได้รับความสนใจจากลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งยังมีตลาดประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งด้วย ลูกค้าซื้อทั้งไข่เชื้อ ลูกไก่ ไก่โต และพ่อ-แม่พันธุ์ ลูกค้าแบ่งตามกลุ่ม คือ 1. เลี้ยงเป็นงานอดิเรก 2. เพาะ-ขยายต่อยอดธุรกิจ และ 3. สายประกวดที่ต้องการไก่สวยงาม

ส่วนเหตุผลที่ลูกค้าหันมาเลี้ยงไก่ยักษ์บราห์มาสวยงามกันมากขึ้นเนื่องจากไก่พันธุ์นี้มีลักษณะสำคัญและเป็นจุดเด่นคือมีหงอนขนาดเล็ก นอกจากนั้น ยังชอบอุปนิสัยของไก่ยักษ์บราห์มาที่ไม่เพียงตัวใหญ่กว่าไก่ทั่วไปแต่ยังมีความเชื่อง น่ารัก ไม่ก้าวร้าว

ไก่สวยงาม สมบูรณ์ คว้ารางวัลทุกสนาม

การได้รางวัลชนะเลิศทุกเวทีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากหากมีความตั้งใจ ใส่ใจ และพิถีพิถันการเลี้ยงในทุกขั้นตอน

คุณโอ๊ต บอกว่า การส่งไก่ประกวดต้องเตรียมความพร้อมให้มากล่วงหน้าก่อนวันที่ประกวด 2 เดือน โดยเริ่มจาก 1. ต้องคัดเลือกไก่ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับการประกวด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่าง ความแข็งแรง สี และขน 2. เมื่อเลือกไก่ตามที่ต้องการแล้วให้แยกมาเลี้ยงไว้ต่างหากที่บ้านพักเพราะต้องดูแลเรื่องความสะอาด อาบน้ำ 3. ดูแลเรื่องอาหารหลักและอาหารเสริม รวมถึงวิตามินหลายชนิด และ 4. การพักผ่อนจะให้นอนบนพรมเพื่อป้องกันไม่ให้ขนบริเวณขาเสียหาย เจ้าของฟาร์มไก่ยักษ์ชี้ว่า หากเตรียมตัวมาดีขนาดนี้ต้องได้รางวัลมาบ้างไม่มากก็น้อย

“เหตุผลที่ไก่ของเราชนะหลายแห่งเพราะทางฟาร์มให้ความเอาใจใส่ต่อการเลี้ยงอย่างจริงจังและเข้มข้น ต้องการให้ไก่มีความสมบูรณ์เต็มร้อยทั้งในเรื่องรูปร่าง ขนดกเงางาม สีสวย รวมถึงพฤติกรรมร่าเริง เมื่อนำไปยืนประกบตัวอื่นแล้วพบว่าไก่เราโดดเด่น มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง” เจ้าของฟาร์มกล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดสั่งซื้อไก่ยักษ์บราห์มาตัวใหญ่ ขนดก สีสวยได้ที่โทรศัพท์ 083-472-1897 หรือชมภาพกิจกรรม และบรรยากาศการเลี้ยงไก่ของอาร์มี่ฟาร์มได้ที่เฟซบุ๊ก : น้อง’งง อาร์มี่

………………………………………….

เผยแพร่ออนไลน์ครั้งแรก วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อาร์มี่ฟาร์ม” เพาะขายไก่ยักษ์บราห์มา คุณภาพ ได้รางวัลชนะเลิศมากมาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...