โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองโฆษก ตร.เตือนการลงทุนเงินดิจิทัลมีความเสี่ยงอาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ต.ค. 2564 เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 12.11 น.

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีในปัจจุบันที่กระแสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเป็นที่นิยม แต่ควรใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากยังคงมีมิจฉาชีพฉวยโอกาสในการกระทำความผิด ในปัจจุบันที่ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น และมีหลายคนสนใจในการหารายได้เสริม โดยการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและน่าส่งเสริม แต่ที่ผ่านมา ยังมีเหล่ามิจฉาชีพที่อาศัยช่องว่างนี้ในการกระทำความผิด โดยการหลอกลวงให้ลงทุนในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เพียงแต่ในปัจจุบันกระแสของคริปโทเคอร์เรนซี กำลังได้รับความนิยม ก็จะมีการล่อลวงให้ผู้เสียหายลงทุน คริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งก็เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงกลอุบายเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและที่ผ่านมาทาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) มีสถิติการรับแจ้งการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี ในช่วงเดือน มิ.ย.64-ปัจจุบัน รวมกว่า 60 คดี จึงขอให้ผู้ที่สนใจการลงทุนลักษณะนี้ ศึกษาข้อมูลให้ดีและใช้ความระมัดระวังในการลงทุนให้มากขึ้น

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตระหนักถึงปัญหาและภัยการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงผ่านรูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความผันผวนสูง เกิดเสียหายได้อย่างรวดเร็ว เป็นวงกว้าง จึงกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนถึงแนวทางป้องกัน หากมีการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลโดยได้สั่งการและกำชับไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ให้สร้างการรับรู้ถึงภัยทางออนไลน์ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงผ่านรูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ทำการสืบสวนสอบสวน ปราบปรามอาชญากรรม กลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด จริงจัง เห็นผลเป็นรูปธรรมการหลอกลวงลักษณะดังกล่าว นอกจากจะเป็นการตอกย้ำพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ยังเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ถึงแนวทางการลงทุนใน คริปโทเคอร์เรนซี หรือสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบอื่นๆ นั้น ควรศึกษาทำความเข้าใจให้ดี ก่อนตัดสินใจลงทุน และพิจารณาถึงความเสี่ยงจากการลงทุนลักษณะนี้ให้มาก อย่าหลงเชื่อเพียงแค่ เข้าถึงได้ง่าย ใช้เวลาระยะสั้น แต่ได้รับผลตอบแทนที่มากและรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันคริปโทเคอร์เรนซี ยังไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ เป็นการเก็งกำไรและมีความผันผวนสูง ขอฝากไปยังผู้ปกครองคอยสอดส่องดูแลให้คำแนะนำด้านการลงทุนกับบุตรหลายอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ รวมถึงควรเลือกผู้ให้บริการ บริษัท หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และขอให้พี่น้องประชาชนคอยติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อจะได้รู้ทันกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพ นักลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือทางแอปพลิเคชัน”SEC Check First”หากมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาได้ที่ ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. โทร 1207 นอกจากนี้ หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...