‘Klook’ ชี้เที่ยวบิน-ราคาตั๋วมีผลต่อการฟื้นตัวท่องเที่ยวไทยมากสุด ยันการเมืองไม่กระทบยอดจอง
‘Klook’ ชี้เที่ยวบิน–ราคาตั๋วมีผลต่อการฟื้นตัวท่องเที่ยวไทยมากสุด ยันการเมืองไม่กระทบยอดจอง
นายวิลเฟร็ด ฟาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ บริษัทKlook แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชีย เปิดเผยว่าภาคการท่องเที่ยวไทยอยู่ระหว่างการฟื้นตัว โดยเชื่อว่าจะฟื้นกลับมาเทียบเท่าปี2562 ได้ในช่วงปี2567 หากไม่มีสถานการณ์เสี่ยงอะไรมากระทบเพิ่มเติม อาทิ สงครามรัสเซีย–ยูเครน ไม่มีการปะทะกันแบบรุนแรงมากอีกครั้ง รวมถึงกุญแจสำคัญที่จะฟื้นการท่องเที่ยวไทยและการท่องเที่ยวในเอเซีย เป็นเรื่องเที่ยวบินที่ต้องเพิ่มมากขึ้น และราคาตั๋วเครื่องบินที่ต้องไม่อยู่ในระดับสูงมากเกินไป เพราะขณะนี้ราคาน้ำมันลดลงแล้ว ขณะนี้เป็นราคาที่มีผลจากดีมานด์ซัพพลายเป็นหลัก โดยหากไม่สามารถบริหารจัดการได้ดีเท่าที่ควร ปัจจัยด้านสายการบินจะเป็นตัวบล็อกการฟื้นตัวของท่องเที่ยวไทย
นายวิลเฟร็ด กล่าวว่า สำหรับความไม่แน่นอนทางการเมือง ทั้งการจัดตั้งรัฐบาล และความวุ่นวายต่างๆ นั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดการจองทริปท่องเที่ยวทั้งต่างชาติมาเที่ยวไทย และไทยออกไปเที่ยวต่างชาติด้วย สะท้อนได้จากตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งจนถึงเลือกตั้งแล้วเสร็จในปัจจุบัน ก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของการจองทริปท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ เลย
นายวิลเฟร็ด กล่าวว่า หลังจากการที่บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดภายใต้แคมเปญ“Let Your Journey be THAI” ในการผลักดันส่งเสริมต่างชาติให้เดินทางมาเที่ยวไทย ซึ่งดำเนินการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ตระหนักถึงความสวยงามและวัฒนธรรมของประเทศไทย ผ่าน5F Soft Power ได้แก่Food, Fight, Film, Festival, และFashion ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยว โดย5 เดือนแรก ต่างชาติเที่ยวไทย5 เดือนแรกยอดจองกิจกรรมพุ่ง โต1,200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี2565
นายวิลเฟร็ด กล่าวว่า5ประเทศหลัก ที่จองกิจกรรมไทยบนแพลตฟอร์มKlook ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์เกาหลีใต้ และมาเลเซีย กิจกรรมยอดนิยมในเมืองไทย ได้แก่ ทัวร์แบบDay trip อาทิ ทัวร์ทะเลใต้ทัวร์ชมเมืองประวัติศาสตร์อยุธยา กิจกรรมยอดนิยมลำดับถัดมาคือ กิจกรรมชมความสวยงามของเมืองไทย ได้แก่ ล่องเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยา ชมวิวกรุงเทพมหานครที่มหานครสกายวอล์ค ส่วนกิจกรรมอีกประเภทที่ได้รับความนิยมคือ สปาโดยชาวต่างชาติให้ความนิยมในการมาผ่อนคลายและทำสปาทั้งในกรุงเทพ เชียงใหม่ และภูเก็ต ขณะที่ยอดการจองกิจกรรมท่องเที่ยวของชาวไทยทั้งการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศและท่องเที่ยวภายในประเทศ ก็เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า700% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวไทย ได้แก่ญี่ปุ่นยุโรปสิงคโปร์ เที่ยวไทย และฮ่องกง โดยกิจกรรมยอดนิยมของชาวไทย ได้แก่ การไปสวนสนุก การซื้อบัตรโดยสารเดินทาง และการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว
นายวิลเฟร็ด กล่าวว่าKlook ได้สำรวจ5 เทรนด์นักท่องเที่ยวมิลเลนเนียลและเจนZ พบว่า ตอนนี้หมดยุคRevenge travelออกเที่ยวให้สะใจหรือเที่ยวล้างแค้น ได้ตกยุคไปเรียบร้อยแล้ว เพราะทริปที่กำลังจะเกิดขึ้นนับจากนี้ไม่ใช่ทริปแรกหลังเปิดประเทศหลังโควิด-19ของพวกเขาอีกต่อไป และผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า56% ของกลุ่มมิลเลนเนียลชาวไทยกำลังวางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงเดือนมิถุนายน– สิงหาคมนี้ ขณะที่แรงบันดาลใจคือเหตุผลที่ทำให้ชาวมิลเลนเนียลออกเดินทาง การเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ตอบโจทย์มิลเลนเนียล มีการค้นหากิจกรรมท่องเที่ยวก่อนจองโรงแรม และชอบความชัวร์ จองล่วงหน้าก่อนของหมด