โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"นายกเบี้ยว" พา"ลูกพีช" มอบตัวรับทราบข้อหาขับรถโดยประมาทฯ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 13.06 น.

"นายกเบี้ยว" พา"ลูกพีช" มอบตัวรับทราบข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ที่โรงพักทางหลวงยอมรับโกรธและดุลูกชายแล้ว เผยลูกชายมีประสบการณ์น้อยที่ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการโทรแจ้งตำรวจ ลั่นหากย้อนกลับไป 40 ปีอาจจะเป็นเช่นเดียวกับลูกชาย ขออย่าดึงผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้อง "ลูกพีช" เก็บอารมณ์ไม่อยู่ ตะคอกใส่สื่อ ใครเอากล้องโดนศีรษะ ก่อนบอก "ผมเพิ่งไปเย็บมา"

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2568 นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรี ต.ธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หรือ นายกเบี้ยว พานายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือพีช อายุ 28ปี ลูกชาย ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล(สท.)ต.ธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และทนายความเดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ รองผกก. (สอบสวน) ส.ทล.2 กก. 8 บก.ทล และพ.ต.ท.จำเริญ หนูรัก สว.(สอบสวน) ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล เจ้าของคดี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ที่ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล

นายพีช เดินเข้าไปในห้องพนักงานสอบสวนทันที โดยขึ้นทางบันไดด้านข้างอาคาร พยายามที่จะเลี่ยงให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

นายกเบี้ยวกล่าวว่า วันนี้พาลูกชายเดินทางเข้ามารับทราบข้อหาขับรถโดยประมาทตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก และในส่วนของรถยนต์ BMW ยังไม่ได้เอามาด้วยในวันนี้ แต่เตรียมที่จะนำเข้ามามอบให้กับตำรวจทางหลวงในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากรถอยู่อีกที่หนึ่ง ยืนยันว่าป้ายทะเบียนป้ายแดงที่รถของลูกชายเป็นป้ายจริงและเตรียมที่จะขอป้ายทะเบียนให้ตรงกับเลขวันเกิด

ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีการสับสน ว่าลูกชายจะยังไม่เข้ามาพบกับตำรวจวันนี้อาจจะเป็นการสื่อสารกันผิดพลาดเพราะก่อนหน้าที่จะมาถึงนักข่าวยังโทรถามตนยืนยันว่ากำลังเดินทางเข้ามา ตอนแรก ตนยืนยันที่จะไม่ได้เดินทางมาจริงแต่พอได้คุยกับพนักงานสอบสวนรับแจ้งกลับมาว่าหากไม่เดินทางมาวันนี้ ต้องออกหมายเรียก ตัดสินใจหันหัวรถกลับมาและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ ย้ำว่าไม่หลบหนีอยู่แล้ว

ส่วนในเรื่องของคลิปเสียงที่มีการเบ่งกับตำรวจด้วยคำพูดว่ายอมอ่อนให้แล้ว ยืนยันว่าไม่มี แต่หากว่ามีคลิปออกมาต้องยอมรับไปตามสภาพ แต่ลูกชายยืนยันว่าไม่มีการพูดแบบนี้แน่นอน ย้ำว่าตนยอมทุกกรณีอยู่แล้วไม่เคยพูดว่าลูกตนไม่ผิด และขอโอกาสกับสังคม ที่ลูกชายตนทำผิดพลาดไป ตนไม่มีอิทธิพลใดใด หากจะมีอิทธิพลก็มีอิทธิพลในการช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น

ในส่วนจะกระทบกับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พ.ค.ที่จะมาถึง นายกฤษฎา ไม่กังวล เพราะการลงสมัครรับเลือกตั้งหากพี่น้องประชาชนไม่ไว้วางใจ จะไม่ได้มีโอกาสมารับใช้ประชาชน เพียงแค่อยู่บ้านแต่หากยังได้รับการไว้วางใจยังคงช่วยเหลือประชาชนเหมือนเดิม ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนเราไม่มีสิทธิ์บังคับ

พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ตนย้ำและสั่งสอนตักเตือนนายพีชมาตลอด ในฐานะลูกชายคนเล็กจะต้องค่อยค่อยสอนค่อยๆ ตะล่อมหากรุนแรงและแข็งเกินไปลูกชายจะเตลิดได้ ตอนนี้ตนเข้าใจในเรื่องของกฎหมายบ้างแล้ว ครั้งนี้ลูกชายตนเป็นคนผิดต้องขอโทษสังคม ยอมรับว่าโกรธลูกชายและครอบครัวไม่เคยเป็นแบบนี้เลยทำไมลูกชายคนเล็กถึงมีลักษณะแบบนี้ ช่วงระยะหลังอาจจะเจอลูกชายน้อยเกินไป ส่วนลูกชายที่เป็นสส.สังกัดพรรคการเมืองใหญ่มีอารมณ์โมโหน้องชาย แล้วได้พูดคุยกับน้องชายแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงน้องชายแต่ยังไม่เจอกัน ส่วนของภรรยาตนพอรู้ว่าลูกชายคนเล็กไปก่อเหตุแบบนี้ขึ้นร้องไห้เป็นทุกข์

นายกฤษฎา ยอมรับลูกชายอาจจะมีอารมณ์ที่ร้อนด้วยอายุหากย้อนกลับไป 40 ปี ตนอาจจะมีอารมณ์ในลักษณะแบบนี้แต่ต้องยอมรับว่าที่จริงแล้วทำไม่ได้ ในส่วนที่ลูกชายไม่โทรแจ้งตำรวจในเวลานั้นอาจจะยังไม่มีประสบการณ์ และลูกชายยังไม่เคยมีประสบการณ์เกิดอุบัติเหตุแบบนี้

นายกฤษฎาปฏิเสธอีกว่า ไม่ได้พูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทยเลย และขออย่าเอาผู้ใหญ่หรือแกนนำในพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องตนไม่เคยโทรศัพท์หาผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองด้วย และไม่อยากนำเรื่องปวดหัวไปให้ผู้ใหญ่ในพรรค พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ต้องโดนโจมตี

ขณะที่มีอยู่ช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ที่สถานีตำรวจทางหลวงนายกฤษฎา มีอารมณ์และพยายามพูดขอกับผู้สื่อข่าวรายหนึ่งว่าอย่าถามคำถามในลักษณะชี้นำหรือจี้ให้เกิดอารมณ์กันเลยเพราะตนและครอบครัวยอมทุกอย่างแล้ว ไม่เคยคิดจะตั้งป้อมสู้และไม่เคยรังเกียจสื่อมวลชน

ภายหลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน นานเกือบ 1ขม. นายพีชออกมาจากห้อง พร้อมยกมือไหว้และพูดว่าตนขอโทษทุกอย่างไปหมดแล้ว และยืนยันว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปพบคู่กรณี พร้อมย้ำว่าเป็นอุบัติเหตุ ขอโทษอีกครั้ง

ทั้งนี้จังหวะที่นายพีชจะก้าวขึ้นรถยนต์ บังเอิญมีกล้องของช่างภาพสำนักหนึ่งไปกระแทกศีรษะของนายพีช ทำให้นายพีชหันมาด้วยการชักสีหน้า ตะคอกกลับมาที่สื่อมวลชน "ใครโดนหัวผม หัวผมเพิ่งเย็บมา" แล้วก้าวขึ้นรถไป ก่อนที่คนติดตามจะหันมาย้ำกับสื่อมวลชนว่า น้องผมเย็บศีรษะมา

พ.ต.ท.จำเริญ หนูรัก สว.(สอบสวน) ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล เจ้าของคดี กล่าวว่า แจ้ง 3 ข้อกล่าวหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นอันตรายกับบุคคลอื่น, ใบขับขี่สิ้นอายุ, นำรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ โดยนายพีชให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ปรับข้อหาละ 2,000 บาท รวมแล้ว 6,000 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...