ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ ปลดล็อกโรงหนัง เคาะตั้งสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์
ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ รื้อบอร์ดเก่า เคาะตั้งสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย ปลดล็อกโรงหนัง อนุญาตเอกชนจัดเรตติ้งได้แล้ว
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการ ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. …. และรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ
โดยสาระสำคัญของเรื่อง ประกอบด้วย
1.ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. …. เป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์ โดยได้กำหนดให้ยกเลิกพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 (ได้มีการแยกกฎหมายภาพยนตร์และวีดิทัศน์หรือเกมแยกออกจากกันเนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างกัน เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติตามและการส่งเสริมอุตสาหกรรมแต่ละประเภท) เพื่อปรับปรุงกลไกการกำกับดูแลการประกอบกิจการเกี่ยวกับภาพยนตร์ให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาวการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มกลไกการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศ และมีมาตรการคุ้มครองดูแลผู้บริโภคสื่อภาพยนตร์ให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวุฒิภาวะของตน และมิให้มีการเผยแพร่สื่อที่เป็นบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและเกียรติของประเทศ หรือมีกระทบหรือก่อความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของประเทศ อีกทั้ง เพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้สามารถเติบโตและแข่งขันกับนานาประเทศได้
โดยร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้มีสาระสำคัญสรุป ดังนี้
1.1 กำหนดให้มีการ จัดทำนโยบายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศ ทั้งด้านการเงินและด้านอื่นต่อคณะรัฐมนตรี (กำหนดขึ้นใหม่)
1.2 กำหนดให้มี คณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งชาติ (เดิมคือ คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ) โดยได้ปรับปรุงสัดส่วนในคณะกรรมการให้มีผู้แทนครอบคลุมทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ และให้มีผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำและขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศไทย
1.3 จัดตั้งสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย (กำหนดขึ้นใหม่) ซึ่งการรวมกันของกลุ่มผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์
1.4 กำหนดให้ภาพยนตร์ที่นำออกฉายหรือจำหน่าย จะต้องได้รับการจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหาภาพยนตร์โดยผู้รับรองตนเอง โดยได้นำระบบรับรองตนเองมาใช้ ซึ่งเป็นระบบการจัดเรตติ้ง โดยภาคเอกชนสามารถรับรองตนเองตามหลักเกณฑ์ที่รัฐกำหนดร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมได้ (เดิมใช้ระบบการตรวจโดยรัฐก่อนอนุญาต ซึ่งสร้างภาระให้แก่รัฐและเอกชนเกินสมควรและอาจส่งกระทบในทางลบต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ จึงสมควรที่รัฐจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และให้เอกชนตรวจด้วยตนเอง) และกำหนดบทยกเว้นให้กับภาพยนตร์ไม่ต้องได้รับการจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหา เช่น ภาพยนตร์ที่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจองค์การมหาชน หรือสถานศึกษาผลิตขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเพื่อการเรียนการสอน หรือเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณีและค่านิยมอันดีงามในสังคมไทย
1.5 ปรับลดระดับการกำกับดูแลการประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์ หรือโรงภาพยนตร์ จากเดิมที่ใช้ระบบอนุญาตเป็นระบบการจดแจ้ง โดยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ประกอบกิจการต่อนายทะเบียน และในการประกอบกิจการจะต้องไปเป็นตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง และมีหน้าที่คัดกรองผู้รับชม หรือรับบริการให้เหมาะสมกับช่วงวัยตามระดับความเหมาะสมของเนื้อหาภาพยนตร์
1.6 กำหนดมาตรการในการควบคุมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร และกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ ทำหน้าที่ในการพิจารณาคำขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร ซึ่งจะพิจารณาว่าเค้าโครง เรื่องย่อ บทภาพยนตร์ บทสนทนา และลักษณะหรือรูปแบบของฉากที่จะถ่ายทำ หรือจะสร้าง หรือตกแต่ง รวมทั้งสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำ เนื้อหาไม่มีลักษณะบ่อนทำลายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง สิ่งแวดล้อมและเกียรติภูมิของประเทศไทย จึงจะอนุญาตให้ดำเนินการถ่ายทำหรือสร้างภาพยนตร์ได้ (คงเดิม)
1.7 กำหนดให้นำมาตรการโทษปรับเป็นพินัยมาใช้ (กำหนดขึ้นใหม่) ยกเว้นความผิดเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรที่ยังคงโทษอาญาไว้ (กรณีสร้างภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และกรณีดำเนินการสร้างภาพยนตร์ไม่เป็นไปตามบทภาพยนตร์และเค้าโครงตลอดจนเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ต่างประเทศ)
1.8 กำหนดค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการภาพยนตร์รายปี ปีละ 2,000 บาท (สำหรับกิจการโรงภาพยนตร์ หรือจำหน่ายภาพยนตร์) เนื่องจากได้มีการปรับปรุงกลไกการกำกับดูแลจากรูปแบบใบอนุญาตและเปลี่ยนมาใช้การแจ้งการประกอบกิจการแทนโดยตัดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตออก จึงได้ปรับเปลี่ยนจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตมาเป็นค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการรายปีและจะมีการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมภายหลัง โดยเป็นอัตราที่ไม่เกินตามที่กำหนดไว้ในท้ายพระราชบัญญัติฉบับนี้
2.กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ และได้จัดทำสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 แล้ว
และได้จัดทำแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวม 25 ฉบับ จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเสนอพร้อมกับการขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ด้วยแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ ปลดล็อกโรงหนัง เคาะตั้งสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th