โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งญี่ปุ่นแนะนำ! 7 ผักเหล่านี้ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้

conomi

อัพเดต 05 ม.ค. 2567 เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

ในยุคที่มักได้ยินว่ามีคนป่วยและเสียชีวิตเนื่องจากมะเร็ง โรคมะเร็งจึงเป็นโรคที่คนจำนวนมากมักนึกกลัวและกังวล สิ่งที่คนญี่ปุ่นหันมาใส่ใจมากขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง คืออาหารที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โดยมีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับอาหารที่ช่วยป้องกันและต้านมะเร็ง และหนึ่งในอาหารที่นักวิจัยให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ ผักต่าง ๆ มารู้จักผักที่ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งในญี่ปุ่นแนะนำให้รับประทานเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งกันค่ะ

ความสำคัญของผักต่อการป้องกันโรคมะเร็ง

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายคนเราทำงานเพื่อจู่โจมและยับยั้งเซลล์มะเร็ง หากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ ร่างกายจะไม่สามารถกดหรือยังยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งได้ ทำให้มีการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งมากขึ้น การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วย วิตามินเอ ซี และอี รวมถึงสารพฤกษเคมี ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดอันตรายของออกซิเจนที่มีพลัง (Active oxygen) และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้

ผักที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้

1. กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งได้เป็นอันดับสองรองจากกระเทียม กะหล่ำปลีอุดมไปด้วย ไอโซไทโอไซยาเนต (isothiocyanate) และ สารซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งและการแพร่กระจายของมะเร็งได้ อีกทั้งยังมี เอนไซม์เปอร์ออกซิเดส ซึ่งช่วยยับยั้งและขจัดสารก่อมะเร็ง รวมถึง วิตามิน U ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

2. บรอกโคลี

บรอกโคลีเป็นผักตระกูลกะหล่ำปลีที่มีสารซัลโฟราเฟนในปริมาณสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นอ่อนบรอกโคลีที่มีปริมาณสารซัลโฟราเฟนสูงกว่าบรอกโคลีถึง 20 เท่า

3. หัวไชเท้า

หัวไชเท้าอุดมไปด้วย สารไอโซไธโอไซยาเนต (Isothiocyanate) ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นฉุนในหัวไชเท้า สารชนิดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยขจัดอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคมะเร็งและป้องกันการเกิดลิ่มเลือด นอกจากนี้ หัวไชเท้าดิบยังอุดมไปด้วย เอนไซม์ออกซิเดส (Oxidase) ซึ่งช่วยขจัดพิษของสารก่อมะเร็งได้

4. แครอท

แครอทอุดมไปด้วย เบต้า แคโรทีน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง อีกทั้งแคโรทีนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ การรับประทานแครอทเป็นประจำจะช่วยป้องกันมะเร็งปอดและมะเร็งกระเพาะอาหารได้

5. กระเทียม

กระเทียมเป็นผักที่สถาบันมะเร็งยกให้อยู่ในตำแหน่งส่วนยอดของพีระมิดผักที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง กระเทียมอุดมไปด้วย สารไดอัลลิลซัลไฟด์ (Diallyl sulfide) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวันและชะลอความแก่ เมื่อหั่นกระเทียม สารอัลลิซิน (Allicin) จะรวมตัวกับวิตามิน B1 และเปลี่ยนเป็น สารอัลลิไทอะมิน (Allithiamin) ซึ่งเป็นสารที่มีสรรพคุณในการป้องกันโรคมะเร็งได้

6. มะเขือเทศ

มะเขือเทศอุดมไปด้วย ไลโคปีน วิตามินเอ ซี และอี ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ดี

7. พริกหวาน

พริกหวานเป็นอีกหนึ่งผักที่ได้ชื่อว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งเพราะอุดมไปด้วย วิตามินเอ ซี และอี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกหวานสีแดงที่มีวิตามินซีสูงกว่าพริกหวานสีเขียว 2-3 เท่า และมี สารแคปแซนธิน (Capsanthin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังกว่าเบต้า แคโรทีน

มีปัจจัยหลายประการที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งร่วมกับการรับประทานผัก เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดมาก ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ในปริมาณที่มากเกินไป ไม่รับประทานอาหารที่เค็มจัด และหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันอิ่มตัวสูงและเนื้อสัตว์ที่ไหม้ เป็นต้น ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งที่คนส่วนใหญ่กังวลคือผักอาจปนเปื้อนด้วยสารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งแทนที่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งก็กลับเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง หากต้องการรับประทานผักเพื่อป้องกันโรคมะเร็ง ผู้เขียนขออนุญาตแนะนำให้เลือกผักที่ปลูกแบบปลอดสารพิษหรือล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทานค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: minamitohoku.or.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...