โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

มิถุนาเดือด การเมืองร้อน รุกสอย สว.-ลุ้น ปรับ ครม.-คดีชั้น 14 ระทึก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 01.32 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 01.32 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

อุณหภูมิการเมืองเดือนมิถุนายน ควรค่าแก่การจับตา ไม่ได้ราบรื่นเหมือนรับหลักการร่างกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน 2569

มีหลายอีเวนต์ หลายความเคลื่อนไหวเขย่าขวัญมนุษย์การเมือง อาจทำให้หลายคนที่มีส่วนได้-ส่วนเสีย จับตาความเคลื่อนไหวการเมืองในเดือนมิถุนายนอย่างตาไม่กะพริบ

ชั้น 14 ตัดสินการเมืองไทย

ปมแรก เหตุการณ์ที่อาจสะเทือนต่อกระดานการเมืองอย่างยิ่งยวด หนีไม่พ้นอีเวนต์ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวน “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี พ่อของนายกฯ อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร

หลังจากวันที่ 30 เมษายน 2568 แม้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่รับคำร้องของ “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลดำเนินการไต่สวนและออกหมายจับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาขังไว้ตามหมายศาล เนื่องจากนายทักษิณไม่ได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษา และถูกส่งตัวไปพักรักษาตัวที่ชั้น 14

แต่ศาลใช้เหตุ “เมื่อความปรากฏต่อศาล” ว่าอาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลนี้ ศาลย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร

ศาลจึงเรียกมาไต่สวนในวันที่ 13 มิถุนายน แม้ว่า “ทักษิณ” ไม่อยากสรุปล่วงหน้าว่าการพิจารณาจะออกมาเป็นบวก หรือลบ “โอ้ อย่าพึ่งสรุป ไม่มีอะไรต้องสรุปล่วงหน้า ผมเชื่อว่าผู้พิพากษาที่พิจารณา ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะต้องดูพยานหลักฐาน ดูการสืบพยานโจทก์ พยานจำเลย ฉะนั้น อย่าไปสืบเอง อย่าไปทำนายอะไรล่วงหน้า อย่าไปคาดการณ์ล่วงหน้า ไม่มีอะไร”

ก่อนถึงวันที่ 13 ที่ “ทักษิณ” ขึ้นศาล อาจมีปรากฏการณ์เลี้ยงกระแส-ปั่นพายุ จากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ดังนั้น ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร งานนี้ ส.ท.ร.ลุ้นเหนื่อย

สงคราม แดง-น้ำเงิน

ปมที่สอง ฮั้ว สว.ที่กลายเป็นสงครามตัวแทนระหว่าง แดง-น้ำเงิน ทั้งสองขั้วข้างไม่มีผ่อนแรง-ออมมือ ต่างชิงไหว ชิงพริบ ในเกม House of Cards เพราะหากฝ่ายไหนพลาดท่า หมายถึงอาจมีผลต่อตำแหน่งหน้าที่ และเส้นทางที่เหลือทั้งชีวิต

เพราะฝ่าย สว. หากถูกพิสูจน์ว่ามีความผิดจริงตามกฎหมายเลือก สว. มีทั้งโทษจำและปรับ และสะเทือนไปถึงต้นขั้วอำนาจสีน้ำเงินที่อาจถูกเปลือยทั้งองคาพยพ แรงที่สุดอาจไปถึงตัวละครใหญ่ ๆ นอกโครงสร้างการเมือง ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการล็อบบี้ เช่นเดียวกับฝ่ายกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ถูก สว.ชงเรื่องเอาผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ไว้ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้คัดท้ายดีเอสไอ อย่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ต้องหยุดคุมดีเอสไอชั่วคราว

สุดท้าย ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสังเวยเกมการเมือง เกมนี้…

มีการคาดการณ์ไทม์ไลน์คดีว่าควรจะเห็นดำ-เห็นแดง ก่อน 3 กกต.จะครบวาระ 8 ปีในเดือนสิงหาคม หนึ่งในคนสำคัญคือ “อิทธิพร บุญประคอง” ประธาน กกต.

ดังนั้น ในเดือนมิถุนายน นักการเมืองเบอร์ใหญ่ ๆ อาจถูก กกต.เรียกตัวไปชี้แจงข้อกล่าวหา

ปรับ ครม.ชนวนแตกหัก

ปมที่สาม ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แม้วันนี้พรรคร่วมรัฐบาล มี 324 เสียง พรรคเพื่อไทย 142 เสียง พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคกล้าธรรม 26 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง

หากนับ “จำนวนมือ” คณิตศาสตร์การเมืองฝ่ายรัฐบาล ดูเหมือนแข็งแกร่ง แต่แท้จริงแล้วยิ่งกว่าเปราะบาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง 2 สี แดง-น้ำเงิน เพื่อไทย-ภูมิใจไทย ส่งผลต่อเสถียรภาพในรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การปรับ ครม.แพทองธาร 1 ที่สายการเมือง ทุกฝ่ายวิเคราะห์ตรงกันว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ต่างจับตาเกมการปรับ ครม.บน 3 สูตร ที่ไม่ว่าเป็นสูตรไหนย่อมกร่อนเสถียรภาพรัฐบาล

สูตรแรก ปรับ ครม.โดยเขี่ยพรรคภูมิใจไทย ออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สูตรสอง ปรับ ครม.โดยพรรคเพื่อไทย ยึดกระทรวงมหาดไทยคืน โดยให้พรรคภูมิใจไทยกลับไปที่กระทรวงสาธารณสุข

สูตรสาม ปรับ ครม.โดยเปลี่ยนแค่ตัวบุคคล ไม่เปลี่ยนกระทรวง พรรคภูมิใจไทยยังคุมกระทรวงมหาดไทย แต่พรรคเพื่อไทย จะทำงานลำบากมากขึ้น เพราะไม่มีกลไกปกครองสนับสนุน แม้วันนี้ พรรคการเมืองสาขาของเพื่อไทย จะใช้กลไกตำรวจมาทดแทน

พรรคตัวแปรขยับแรง

ปมที่สี่ การเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองตัวเปลี่ยนเกม จะรุกเร็ว-แรง มากขึ้น อย่างพรรคกล้าธรรม ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ เป็นประธานที่ปรึกษา เป็นส่วนผสมสำคัญ ปักธงเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งในอีก 2 ปีข้างหน้า

“ไผ่ ลิกค์” สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม โชว์ตัวเลขที่เป็น สส.กล้าธรรม 100% แล้ว มี 26 คน ส่วนกลุ่มเราทั้งหมดที่ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส มี 36-37 คน

“เราต้องดูทีละจังหวัด ต้องล็อกเป้า เรารู้แล้วว่าทำการเมืองแบบไหน ต้องดูทีละเขตที่เราสามารถเข้าทำได้ ต้องเข้าถึงประชาชน ทำงานพื้นที่มาก่อน การเลือกตั้งครั้งหน้า ผมคงพูดเองไม่ได้ แต่ ร.อ.ธรรมนัส พูดว่า 100 ไม่รู้เลือกตั้งครั้งหน้าเป็นอย่างไร แต่เราสู้เต็มที่”

ขณะที่อีกพรรคหนึ่ง ยังไม่เปิดตัวทางการ แต่เคลื่อนไหวแรง คือ พรรคโอกาสใหม่ บุคคลที่เคลื่อนไหวผ่านหน้ากระดานสื่อคือ “สุชาติ ชมกลิ่น” รมช.พาณิชย์ ที่ประกาศว่าจะแยกตัวจากพรรครวมไทยสร้างชาติ

“เราเป็น สส.ที่ลงเลือกตั้ง ก็ต้องแอ็กชั่นตลอดเวลา จะมัวแต่นิ่งเฉย ไม่มองการเปลี่ยนแปลงไม่ได้”

บ้านหลังใหม่ที่เป็นโอกาสใหม่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วหรือไม่ ? เขาตอบว่า “อาจจะต้องไปแต่งเติมคิ้วให้ดูดี แต่งหน้า ทาปากอีกนิด ส่วนพร้อมกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว รอตกผลึกอีกนิด กำลังคุยอยู่หลายคน ถ้ามีอะไรดี ๆ เดี๋ยวผมจะมาบอก”

เป็นโอกาสใหม่ของ “สุชาติ ชมกลิ่น” ที่คนการเมืองย่อมรู้ว่าเขาใกล้ชิดระดับทุนใหญ่ ที่เวลานี้กำลังระดมไพร่พล-คีย์แมนการเมือง นักกฎหมายระดับซือแป๋ เข้าประจำการเรียบร้อย รอเพียงแต่งเติมคิ้วให้ดูดี แต่งหน้า ทาปากอีกนิด ก็เปิดตัว กลายเป็นพรรคตัวแปรแน่นอน

เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ไม่ยอมแพ้ทางการเมือง สะสมกำลังพลแถวสอง สอบตกของพรรคแกนนำรัฐบาล ที่มีคะแนนติดตัว 2 หมื่นคะแนน ไว้เก็บปาร์ตี้ลิสต์รอบหน้า

ทุกฝ่ายอยู่ในสภาพพร้อมรับทุกสถานการณ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มิถุนาเดือด การเมืองร้อน รุกสอย สว.-ลุ้น ปรับ ครม.-คดีชั้น 14 ระทึก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...