มหากาพย์เกม ยื้อ คดีฮั้ว สว. ขั้วสีน้ำเงิน ลุ้น กกต.ใหม่ สางคดี
คอลัมน์ : Politics policy people forum
คดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ห้ำหั่นระหว่าง 2 ขั้ว แดงกับน้ำเงิน ส่อเค้าจะเป็น “หนังม้วนยาว” เมื่อฝ่ายรุก คือ ฝั่งสีแดง ที่มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าร่วมคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ก่อนหน้านี้ ออกหมายเรียก-แจ้งข้อกล่าวหา บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการฮั้ว สว. รวม 7 ลอต จำนวน 162 คน
รายชื่อสำคัญส่วนใหญ่ อยู่ในลอตแรกกับลอตสุดท้าย โยงถึงคนสำคัญในพรรคภูมิใจไทย
ลอตแรก คือ กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน จำนวน 55 ราย ชื่อสำคัญที่ถูกเรียก มีทั้ง มงคล สุระสัจจะ ประธาน สว. พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธาน สว. วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ฯลฯ
และ ลอตที่ 7 จำนวน 20 ราย คือ กลุ่มนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ไล่ตั้งแต่เบอร์ใหญ่สุด “ครูใหญ่เนวิน” เนวิน ชิดชอบ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล
ธงเป้าหมายฝ่ายสีแดง มี 2 ขั้น ขั้นแรก ต้องการให้ สว.สีน้ำเงินหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้กลไกการรับรององค์กรอิสระต่าง ๆ อันเป็นหน้าที่ของ สว. ต้องหยุดชะงักชั่วคราว เพราะหากปล่อยไว้ กลุ่มอำนาจสีน้ำเงินจะควบคุมองค์กรอิสระได้เบ็ดเสร็จ
2 เป้าหมายฝ่ายสีแดง
โดยในหมายเรียกอ้างถึง เหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อ กกต. ว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือก สว.ระดับประเทศ กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ในหลายมาตรา ซึ่งมาตรา 70 ระบุว่าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวิธีการเงื่อนไขที่กำหนดต้องโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
มาตรา 77 (1) ผู้ใดจัดทำเสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้อื่น ประกอบมาตรา 62 ระบุว่า เมื่อ กกต.ประกาศผลแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อว่าผู้สมัครกระทำการทุจริตในการเลือก ทำให้การเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และเมื่อศาลรับคำร้อง ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
ส่วนขั้นที่ 2 คือ ต้องการให้ กกต.ส่งคดีฮั้ว สว.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การ “ยุบพรรคภูมิใจไทย” ฐาน “ล้มล้างการปกครอง”
ซึ่งฝ่าย “สีแดง” ต้องการ “ปิดเกม” ให้จบภายในเดือนกรกฎาคม ก่อนที่จะมีการผลัดใบภายใน กกต. เนื่องจาก “อิทธิพร บุญประคอง” ประธาน กกต. จะครบวาระเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมกับ กกต.อีก 2 คน คือ “สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์” ครบวาระ และ “ปกรณ์ มหรรณพ” ที่อายุครบ 70 ปี ไปก่อนหน้านี้ ยังไม่มี กกต.ใหม่มาแทน
ยื้อคดีได้อีก 90 วัน
เกม-กลยุทธ์ ใต้ดินจึงเข้มข้น มีการปล่อยข่าวใต้ดินเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมว่า คณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 จะชงเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ในวันที่ 14 กรกฎาคม แต่ยังไม่ทันข้ามวัน กกต.มีคำสั่งด่วน ช่วงหัวค่ำให้เจ้าหน้าที่เขียนข่าวชี้แจงว่า คณะกรรมการสืบสวนฯยังดำเนินการอยู่ในขั้นที่ 1 จาก 4 ขั้นตอน
ชั้นที่ 1 เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ได้รับสำนวนแล้ว ให้ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนและจัดทำความเห็น เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้จัดส่งสำนวนไปยังสำนักงาน กกต. ส่วนกลาง โดยเร็ว
ชั้นที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับสำนวนแล้ว ให้พนักงานสืบสวนและไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นเสนอผ่านผู้อำนวยการฝ่าย รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก และเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบหมาย)
และเลขาธิการ กกต. จะต้องมีความเห็นต่อสำนวนดังกล่าวด้วยนั้น โดยในขั้นตอนนี้ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด 2561 แก้ไขเพิ่มเติม 2566 กำหนดเวลาไว้ 60 วัน ก่อนมีความเห็น เลขาธิการ กกต.สามารถสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมได้
ชั้นที่ 3 จากนั้น สำนวนจะเข้าสู่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งมีกรอบพิจารณา 90 วัน เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็น ให้สำนักงาน กกต.เสนอสำนวน เข้าที่ประชุม กกต.พิจารณา
ชั้นที่ 4 เมื่อ กกต. ตั้งได้รับสำนวนจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งแล้ว ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการโดยเร็ว
น้ำเงิน ลุ้น กกต.ผลัดใบ
ขณะที่ “ฝ่ายน้ำเงิน” ต้องการลากเกมให้พ้นช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เพื่อรอให้เกิดการเปลี่ยนผ่านภายใน กกต. ซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยน กกต. อย่างน้อย 3 คน ซึ่งขณะนี้ กระบวนการสรรหา กกต.ใหม่ กำลังเดินหน้าอยู่
มีบุคคลที่น่าสนใจมาสมัคร อาทิ “อนันต์ สุวรรณรัตน์” อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายณรงค์ รักร้อย อดีตผู้ว่าฯ สมุทรสาคร นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ อดีตผู้ว่าฯ ราชบุรี
ขณะที่คณะกรรมการสรรหา กกต. ซึ่งมีองค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญ คือ นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน กรรมการประกอบด้วยวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ประสิทธิ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด
ขณะที่ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่งตั้ง ชาติชาย อุทัยพันธ์ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่งตั้ง สุรชัย ขันอาสา ซึ่ง ชาติชาย กับ สุรชัย ครั้งยังเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้อยู่ในทีมคณะทำงาน รมว.มหาดไทย ยุค ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น มท.1 มาเป็นตัวแทนในการคัดเลือก กกต.
ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แต่งตั้ง ปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ อดีตเอกอัครราชทูต มาเป็นตัวแทน
ดังนั้น ยิ่งเกมฮั้ว สว.ใช้เวลามากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อสีน้ำเงิน เพราะในเดือนธันวาคม 2568 จะมี กกต.หมดวาระเพิ่มอีก 2 คน คือ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ หมดวาระ ธันวาคม 2568
คดีฮั้ว สว.ในมือองค์กรอิสระ
แม้ฝ่าย สว.สีน้ำเงิน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในชั้นอนุฯไต่สวน ของ กกต. แต่คดีเดียวกันนี้ ฝ่าย สว.สีน้ำเงิน 81 คน ก็ไปยื่นเอาผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กับ อธิบดีดีเอสไอ รวมถึง พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ที่ ป.ป.ช.
ซึ่งรวมถึง สว.สีน้ำเงิน 92 คน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาถอดถอน พ.ต.อ.ทวี และ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม (ในขณะยื่นคำร้อง) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้อง และสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี หยุดปฏิบัติหน้าที่ เฉพาะกำกับดีเอสไอ
และเมื่อดูชื่อ “ตัวแทน” ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. ที่มาเป็นองค์ประกอบเลือก กกต.คนใหม่ ที่อาจมีผลต่อคดีฮั้ว สว.แล้ว น่ากังวลสำหรับฝ่ายสีแดงมากกว่าฝ่ายสีน้ำเงิน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มหากาพย์เกม ยื้อ คดีฮั้ว สว. ขั้วสีน้ำเงิน ลุ้น กกต.ใหม่ สางคดี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net