โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักเตะไอดอลชายแดนใต้ แชมป์ซูซูกิ กับการใช้ฟุตบอลดับ 18 ปีไฟใต้/บทความพิเศษ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 ม.ค. 2565 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 03.41 น.

บทความพิเศษ

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

Shukur2003@yahoo.co.uk

 

นักเตะไอดอลชายแดนใต้

แชมป์ซูซูกิ

กับการใช้ฟุตบอลดับ 18 ปีไฟใต้

 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ขอแสดงความยินดีกับทีมชาติไทย ที่กลับมาเป็นเจ้าอาเซียนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 6 พร้อมสถิติไร้พ่ายหลังเอาชนะอินโดนีเซียในรอบชิงชนะเลิศไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 6-2 โดยนัดแรกเอาชนะได้ 4-0 ก่อนที่จะเสมอกับอินโดนีเซียในนัดที่ 2 ไป 2-2 ส่งผลให้พวกเขาคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 6 มาครองได้สำเร็จ

ในขณะเดียวกันก็ให้กำลังใจแก่ผู้แพ้ “อินโดนีเซีย” เพราะมันคือสปิริตกองเชียร์เช่นกัน โดยเฉพาะในโลกโซเชียล

“ร่วมให้กำลังใจทีมชาติอินโดนีเซียและชาวอินโดนีเซีย เป็นสปิริตผู้ชนะ ไม่ว่านักเตะและกองเชียร์ชาวไทย อันเป็นจิตวิญญาณเกมกีฬาฟุตบอล กีฬาเป็นยาวิเศษ… เพลงที่ผู้เขียนฟังมาตลอดสมัยแข่งฟุตบอลสมัยเด็กๆ กว่า 40 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่โรงเรียนบ้านนา จะนะวิทยา และที่อื่นๆ ที่ผู้เขียนตระเวนแข่งขันสมัยนั้น”

“เราได้เห็นนักเตะพลังหนุ่มอินโดนีเซีย ถือว่าภาพรวม ‘เขาเล่นมีคุณภาพ มีนํ้าใจ’ และหวังว่าพวกเขาจะกลับมายิ่งใหญ่เมื่อมากประสบการณ์ขึ้น”

อย่างไรก็แล้วแต่ เกมกีฬาฟุตบอลครั้งนี้ได้ส่งผลต่อชายแดนใต้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะไอดอลสองนักเตะมุสลิมชายแดนภาคใต้ “นราธิวาส-ปัตตานี” คือ เอเลียส ดอเลาะ และศุภชัย ใจเด็ด

การแข่งขันฟุตบอล “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ที่ประเทศสิงคโปร์ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดสุดท้าย ประจำวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2564 ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เป็นเกมคู่ระหว่างทีมชาติไทย จ่าฝูงของกลุ่มที่มี 9 แต้ม จาก 3 นัด ลงสนามดวลกับเจ้าภาพสิงคโปร์ ทีมอันดับ 2 ของกลุ่ม ที่มี 9 แต้ม จาก 3 นัดเท่ากัน แต่ลูกได้เสียเป็นรองทัพ “ช้างศึก” อยู่หนึ่งลูก

นาที 31 จากลูกฟรีคิกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษเยื้องทางขวา บดินทร์ ผาลา วิ่งเข้ามาปั่นด้วยขวา บอลข้ามกำแพงไปถูกฮัสซัน ซันนี่ บินปัดแต่บอลไปชนเสามาเข้าทางปืน เอเลียส ดอเลาะ วิ่งตามมาซ้ำส่งบอลเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ช่วยให้ทัพ “ช้างศึก” ขึ้นนำ 1-0 จังหวะนี้เป็นโอกาสจบสกอร์ครั้งแรกของเอเลียส ดอเลาะ ในนามทีมชาติไทย

ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 ทัพ “ช้างศึก” มาได้ประตูหนีเป็น 2-0 จนได้ จากจังหวะที่วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ จ่ายบอลทะลุช่องมาให้กับศุภชัย ใจเด็ด หลุดเข้ามาในเขตโทษก่อนจะกระทุ้งด้วยขวาเต็มข้อ บอลผ่านตัวฮัสซัน ซันนี่ เข้าประตูไปอย่างสวยงาม และเป็นลูกแรกของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้อีกด้วย ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ส่วนครึ่งหลังทำสกอร์ไม่ได้ จบเกมทีมชาติไทยเอาชนะเจ้าภาพสิงคโปร์ 2-0 ทำให้ทัพ “ช้างศึก” ชนะรวด 4 เกมติด เก็บ 12 คะแนนเต็ม จบด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่มเอ ขณะที่สิงคโปร์ ชนะ 3 แพ้ 1 มี 9 แต้ม จบด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มเอ

จูงมือกันผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยกันทั้งคู่

เอเลียส ดอเลาะ (มุสลิมจะอ่านว่า อิลยาส อับดุลลอฮ์) กองหลังหนุ่มลูกครึ่งไทย (พ่อมาจากจังหวัดนราธิวาสเดิม)-สวีเดน ส่วนศุภชัย ใจเด็ด เป็นชาวปัตตานี

ในขณะนัดชิงชนะเลิศ แฟนบอลชายแดนใต้ออกมาโพสต์ในโลกโซเซียล อยากเห็นเอเลียส ดอเลาะ ลงสนามอีกครั้ง โดยกล่าวว่า “หวังว่าจะได้เห็นอิลยาส อับดุลลอฮ์ จากคนชายแดนภาคใต้และนราธิวาส ลงสนามและยิงประตูอีกครั้ง ในนัดชิงไทย-อินโดนีเซีย 29 ธันวาคม 2564 และ 1 มกราคม 2565 He said I am so proud of you. Keep it#EliasDolah #ED4 #ช้างศึก #EliasDolah #ทีมชาติไทย #AFFSuzukiCup2020 (https://fb.watch/abKAznHUiD/)

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงนัดชิงชนะเลิศไทย-อินโดนีเซีย (นัดที่หนึ่ง) 29 ธันวาคม 2564 แฟนบอลก็ได้เห็นเอเลียส ดอเลาะ ลงเล่นจริงๆ และเกือบทำประตูได้ แต่เขาต้องถูกเปลี่ยนตัวออกเพราะบาดเจ็บในนาทีที่ 39 ทำให้แฟนบอลมุสลิมชายแดนใต้ต่างออกมาขอพรต่อพระเจ้าให้เขาปลอดภัย โดยกล่าวว่า

“ดุอาอ์ (ขอพรต่อพระเจ้า) และเป็นกำลังใจแก่อิลยาส อับดุลลอฮ์ จากการบาดเจ็บนาทีที่ 39”

ด้านนักฟุตบอล (มุสลิม) แห่งปี กฤษฎา (บังแหละห์) กาแมน นั้นมาจากการจัดอันดับสุดยอดบุคคลวงการมุสลิมไทยของเพจอาบังงง เพจดังชายแดนใต้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการเล่นกองหลังดีที่สุดจนทำให้ไทยคว้าชัยทุกนัดและเสียประตูแค่สามลูกในศึกครั้งนี้

อย่างที่โค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสโมสรชลบุรี เอฟซี เคยบอกเอาไว้ เด็กๆ ในอคาเดมีเล่นได้ 3 ตำแหน่งทุกคน และ “กฤษดา กาแมน” เล่นทั้งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ, แบ๊กขวา, กองกลางตัวรับ

เขาถูกผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัวในปี 2018 โดยโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ม จนเป็นขุมกำลังหลักของทัพฉลามชลในปัจจุบัน

3 เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 เป็นบททดสอบที่เยี่ยมกับการปรับมาเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ หลังไม่ได้สูดกลิ่นอายนี้มานาน จากนั้นในเกมกับเวียดนาม เขาก็มาเล่นจุดนี้อีกครั้ง แต่บอกเลยว่าสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ เพราะครึ่งหลังเขาโคฟเวอร์ให้กับธีราทร บุญมาทัน อย่างแข็งแกร่ง มีจังหวะที่แบ๊กซ้ายลงมาไม่ทัน แต่เขาปักหลักคุมให้และแย่งบอลได้ด้วย หรือช่วงโดนปฐมพยาบาล ก็รีบวิ่งขอกลับมายืนตำแหน่งเดิมแบบเร็วจี๋

ยังมีการปล่อยหมัดเด็ดๆ บู๊หนัก, อัดอย่างเดียว, แพชชั่นของความกระหายชัย นี่แหละที่ทำให้เขาเด่นสุดๆ ในเกมกับเวียดนาม

อีก 1 สาเหตุที่เขาเล่นดีจริงๆ วิทยา เลาหกุล บอกว่าน่าจะมาจากการมีสมาธิของเขา ที่มาจากบอสบอล ศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี ที่ประกาศแล้วว่า จะไม่มีทางขายและห์หรือสอและห์ออกไป หลังจากนักเตะยืนยันกับบอสบอลว่า ยังรักและเคารพสโมสรแห่งนี้ จึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะย้ายออกจากวังฉลาม

ขณะที่การติดโผทัพช้างศึก ลุยศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ ซึ่งมาโน่ โพลกิ้ง ให้ความไว้วางใจ และเลือกให้เจ้าและห์ลงสนามในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ปรากฏว่าสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น จนมีสถิติส่งบอลเฉลี่ย 57ครั้ง/เกม ด้วยความแม่นยำเฉลี่ย 91% เข้าปะทะเฉลี่ย 10 ครั้ง/เกม ชนะ 60% และดวลลูกกลางอากาศเฉลี่ย 5 ครั้ง/เกม ชนะ 63% (สถิติหลังพบเวียดนาม) (อ้างอิงจาก https://www.90min.com/th/posts/feature-kritsada-kaman-strong-thai-defender)

แม้ความเป็นจริงยังมีสองนักเตะมุสลิมชายแดนภาคใต้ “นราธิวาส-ปัตตานี” เอเลียส ดอเลาะ และศุภชัย ใจเด็ด ยิงประตูทีมชาติสิงคโปร์ชนะ 2-0 คว้าแชมป์กลุ่ม

แต่กฤษฎา (บังแหละห์) กาแมน เป็นนักฟุตบอลมุสลิมแห่งปี เฉือนคะแนนไปแบบเฉียดฉิว

ปัจจุบันเยาวชนให้ความสำคัญด้านกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอล และเยาวชนมุสลิมจังหวัดภาคใต้ก็เช่นกัน แต่จากการศึกษาเชิงประจักษ์พบว่าเยาวชนมุสลิมเหล่านี้คิดแยกส่วนกับศาสนา ทำให้ผู้ปกครองไม่สบายใจถึงแม้ลูกจะเก่งกีฬาแต่ทิ้งละหมาด อ่านกุรอานไม่ได้ ไม่รู้หลักวิถีชีวิตอิสลาม

ดังนั้น โรงเรียนต่างๆ ที่ชายแดนใต้พยายามนำกีฬากับศาสนามาเชื่อมต่อกัน

หลายโรงเรียนของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เช่น โรงเรียนศิริธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดนราธิวาส โรงเรียนคัมภีร์วิทยา ที่จังหวัดยะลา โรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา จังหวัดปัตตานี ได้พยายามทำเช่นนี้

สำหรับโรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา จังหวัดปัตตานี หรือปอเนาะบาโงจืองา ภายใต้การนำ ดร.อัสมี อาบูบากา ผู้บริหารโรงเรียนและยังรั้งตำแหน่งประธานเครือข่ายพัฒนาฟุตบอลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี ได้สะท้อนถึงแผนการเรียน Q-SSP คำว่า Q-SSP เป็นคำย่อจาก Q = Quran คัมภีร์อัลกุรอานเปรียบเสมือนแนวทางการดำเนินชีวิตของมุสลิม S = Scienc วิทยาศาสตร์ S = Sport กีฬาในที่นี้เน้นฟุตบอล P = Program = แผนการเรียน อันเป็นนวัตกรรมการศึกษา ที่นำศาสนาและฟุตบอลมาปรุงแต่งให้ลงตัวภายใต้แนวคิด ISAP

คำว่า ISAP เป็นคำย่อจาก I เท่ากับ Islamic S เท่ากับ Sport A เท่ากับ Ability P เท่ากับ Program หมายถึงโครงการหรือกิจกรรมความสามาถด้านกีฬาโดยใช้หลักการอิสลาม

นอกจากนี้ ดร.อัสมี อาบูบากา ได้อธิบายแนวคิดการจัดการศึกษาที่พีระยานาวินว่า “ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างง่ายที่สุด ระหว่าง ‘องค์ความรู้อิสลามและแนวทางการพัฒนาแบบอิสลาม’ กับ ‘องค์ความรู้แบบตะวันตกและแนวทางการพัฒนาแบบตะวันตกหรือโลกวิถี (Secular)’ ก็คือ องค์ความรู้อิสลามมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางและสูงสุด (God-Centered Knowledge)ในขณะที่องค์ความรู้ตะวันตก หรือองค์ความรู้สมัยใหม่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางความรู้ทั้งปวง (Human-Centered Knowledge)”

“พีระยาฯ จึงขอนำเสนอรูปแบบการจัดการศึกษาที่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางตามหลักแนวคิด Islamization of Knowledge หรืออิสลามานุวัตรองค์ความรู้ โดยมีรูปแบบดังนี้ 1.Q-SEP ( Al-Quran Science English Program ) 2.Q-MEP ( Al-Quran Mini English Program) 3.Q-STEM( Al-Quran Science Tecnology Engineer & Mathematics) 4.Q-SSP( Al-Quran Science Sport Program) 5.Q-SMP ( Al-Quran Science Mathematics) 6.Q-SMP/PIM (ธุรกิจสมัยใหม่) 7.Q-EP(Al-Quran English Program)”

“ทุกๆ รูปแบบ มีอัลกุรอานเป็นตัวนำ เสมือนเป็นหัวใจสำคัญของสรรพวิชาทั้งหลาย ใช้กระบวนการตัรบียะห์หรือขัดเกลาจิตใจของนักเรียนให้มีความนอบน้อม มีมารยาท ยึดตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด ให้เกียรติผู้อื่น หลังจากนั้น จะให้นักเรียนได้เรียนรู้ในศาสตร์สมัยใหม่ต่างๆ ตามความถนัดและความชอบของตนเอง เพื่อให้เป็นมนุษย์ที่ได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย พร้อมรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมที่จะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพ เป็นคนดีของครอบครัว สังคม และเป็นทรัพยากรอันมีค่าของประเทศชาติต่อไป”

สําหรับที่มาของโครงการนี้ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ภายใต้สมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 6 จังหวัดคือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล และพัทลุง ได้ปรึกษาหารือกัน และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ [Workshop] ขึ้น ที่โรงแรมไดอิชิ อำเภอหาดใหญ่ 1-2 เมษายน 2560 โดยนายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 6 จังหวัด ท่านวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประทศไทยฯ และคณะปรึกษาหารือร่วมจนได้ข้อสรุปคือจะใช้กีฬาเป็นฐานการพัฒนาเยาวชนตามวิถีอิสลามผ่านเครือข่ายโรงเรียน ISAP ภายใต้สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 6 จังหวัดโดยมีมติจัดทำหลักแผนพัฒนาสามส่วนใหญ่ๆ

1. เปิดแผนการเรียนกีฬาในโรงเรียนนำร่องผ่านเครือข่ายโรงเรียน ISAP

2. โรงเรียนฝึกกิจกรรมกีฬาหมายถึงโรงเรียนมิได้เปิดแผนการเรียนกีฬาแต่จะนำนักเรียนทุกแผนการเรียนที่สนใจกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอล ฟุตซอล ให้อยู่ประจำกินนอน มีกิจกรรมกีฬา บูรณาการกับวิถีอิสลามตลอดทั้งวัน

3. การหนุนเสริมพัฒนาผู้บริหาร ครูผู้สอน นักเรียน เช่น พัฒนาผู้บริหารในโรงเรียนนำร่องผ่านเครือข่ายโรงเรียน ISAP ให้เข้าใจแนวทางพัฒนาแนวคิดนี้สู่ปฏิบัติ การฝึกอบรมผู้ฝึกสอนในหลักสูตร T- License นักเรียนจะมีการจัดการแข่งขันกีฬาเครือข่ายโรงเรียน ISAP ภายใต้สมาสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 6 จังหวัดเป็นต้นซึ่งแผนงานต่างๆ ก็ได้จัดตั้งคณะทำงานแต่ละชุด และเริ่มดำเนินการอยู่ 3 กิจกรรม คือ จัดทำแผนที่ 1-2 เมื่อวันที่ 13-15 และ 27-29 เมษายน 2560 ณ จังหวัดยะลา และมีการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนในหลักสูตร T- License ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วง 29 เมษายน-3 พฤษภาคม 2560 โดยการอนุเคราะห์จากท่านวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประทศฯ

ดังนั้น หวังว่าบทเรียนนักเตะไอดอลชายแดนใต้แชมป์ซูซูกิคัพกับการใช้ฟุตบอลบูรณากับการศึกษาชายแดนใต้จะเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดของพรรคการเมืองต่างๆ นำเสนอนโยบายแก้ปัญหาไฟใต้ 18 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...