โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เกิดอะไรขึ้น ‘OKJ’ วันเดียวร่วง 30%

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 02.04 น. • The Bangkok Insight

เกิดอะไรขึ้น "โอ้กะจู๋" หรือปลูกผักเพราะรักแม่ วันเดียวร่วง 30% มีอะไรผิดพลาดตรงไหน?

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 โอ้กะจู๋ หรือหุ้น OKJ: บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วงลงไปกว่า 30% ดิ่งติดฟลอร์เหลือ 10.50 บาทต่อหุ้น ทำมูลค่าหายไปนับพันล้านบาทในวันเดียว และเป็นการหยุดความร้อนแรงของราคาหุ้นนับตั้งแต่ช่วง IPO เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน

เหตุผลของการร่วงหล่นของราคาหุ้น OKJ เชื่อว่ามาจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2567 ที่บริษัททำกำไรเติบโตได้น้อยกว่าที่คาดไว้ ทั้งทั้งที่เป็น High Season ของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพราะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูง

OKJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2567 มีรายได้รวม 697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงปีก่อน แต่ลดลง -35% จากไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2567 บริษัทมีรายได้ 2,421 ล้านบาท โต 41% และกำไรสุทธิ 202 ล้านบาท โต 43%

ประเด็นสำคัญของงบไตรมาสนี้ คือบริษัทมีรายได้เติบโตจากเปิดสาขาใหม่ที่ค่อนข้างเยอะ ทว่ายอดขายที่เติบโตจากสาขาเดิม หรือ SSSG กลับติดลบ 1.8% แปลว่าร้านเดิมไม่ได้โตขึ้นเลย ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมา

ปลูกผักเพราะรักแม่

ปลูกผักเพราะรักแม่ แจงเหตุผลที่เกิดขึ้น

เหตุผลที่บริษัทชี้แจงไว้เป็นเพราะต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดซึ่งมีการจ้าง “ชมพู่ อารยา” เป็น Brand Admire rเมนูใหม่ของแบรนด์ Oh! Juice

ทั้งนี้ Brand Admirer เป็นกลยุทธ์ที่นำผู้บริโภคที่มีความชื่นชอบและรู้สึกผูกพันกับสินค้าของแบรนด์จริงๆ มาร่วมสื่อสารทางการตลาด ซึ่งเป็นโมเดลที่เวิร์คกับหลานแบรนด์ แต่ก็จะตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง (one time expense) หากใช้ดาราที่มีชื่อเสียงมากๆ

นอกจากนี้ การเปิดสาขาเยอะๆ แน่นอนว่าทำให้ร้านอาหารสามารถ scale ได้ดี แต่ก็ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เยอะมาก ทั้งค่าคน ค่าการตลาด ค่าขนส่ง แถมเป็นการลงทุนล่วงหน้า ถ้าทำได้ดีก็จะคุ้ม แต่ถ้ายิ่งเปิดเยอะ แล้วยอดขายไม่เข้าเป้า ก็อาจจะเกิด Scale Dis-Economy ได้เช่นกัน

บทวิเคราะห์ บล. บัวหลวง เปิดเผยว่า จากกรณีที่กำไรไตรมาส 4/2567 ของ OKJ ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเอาไว้ ทำให้ประมาณการปี 2568 กำลังอยู่ระหว่างการทบทวน รอข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับแผนการขยายสาขาและแบรนด์ใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ รวมถึงคำแนะนำการลงทุน และราคาเป้าหมายที่กำลังอยู่ระหว่างการทบทวน

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 1 ปี 2568 ของ OKJ จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรุกตลาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บทวิเคราะห์ บล. ดาโอ ปรับคำแนะนำหุ้น OKJ จากเดิม “ถือ” เป็น “ขาย” และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 12.00 บาทต่อหุ้น จากเดิม 15.00 บาทต่อหุ้น ด้วยผลประกอบการปี 2567 ที่ต่ำกว่าประมาณการราว 12% ทำให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-2569 ลงมาที่ 286 ล้านบาท และ 394 ล้านบาท ตามลำดับ

อีกทั้งแนวโน้ม GPM อาจขยายตัวช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจ อาจกระทบยอดขายโดยรวม เริ่มมีสัญญาณที่ต้องระวังหลังการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 4/2567 ลดลง 1.8% ทำให้เป็นไตรมาสที่ค่อนข้างหน้าผิดหวัง

ปลูกผักเพราะรักแม่

หลังจาก IPO ราคาหุ้น OKJ ปรับตัวขึ้น 133% และยังคง Outperform SET ราว 6% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณที่ต้องระวัง ในขณะที่ปัจจุบันเทรด PE 33 เท่า เทียบการเติบโตระดับ 38% CAGR 2567-2569 จึงมีแนวโน้มที่ตลาดจะให้ discount ที่มากกว่านี้ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...