โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างชาติถือพันธบัตรสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.9 แสนล้านดอลลาร์ ในเดือนก.พ. 2025 'ญี่ปุ่น' และ 'จีน' ยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่สุดของอเมริกา

Finnomena

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 02.21 น. • Finnomena

กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา เปิดเผยข้อมูลการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 มีนักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ จำนวน 8.8 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.9 แสนล้านดอลลาร์ จากเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นรายเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่มิถุนายน 2021 ญี่ปุ่นและจีน คือประเทศที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมากที่สุด 2 อันดับแรก โดยที่ญี่ปุ่นมีการซื้อเพิ่มไป 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดถือครองรวมอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ ด้านจีนก็มียอดถือครองเพิ่มขึ้น 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมเป็น 7.8 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ต่างชาติ 20 อันดับแรกที่ถือครองพันธบัตรสหรัฐ มีเพียงสวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, เยอรมนี และซาอุดีอาระเบีย ที่ลดการถือครองลง ส่วนประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น, จีน, สหราชอาณาจักร, ลักเซมเบิร์ก, แคนาดา, เบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส, ไอร์แลนด์, ไต้หวัน, ฮ่องกง, สิงคโปร์, อินเดีย, บราซิล, เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ล้วนเพิ่มสัดส่วนการถือครอง

10 ประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐฯ

นี่คือรายชื่อ 10 ประเทศที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มากที่สุดในโลก ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง หลายประเทศถือไว้ในฐานะสินทรัพย์สำรอง นอกจากนี้ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจโลกที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุนกับประชาชน ธนาคารพาณิชย์ กองทุนรวม และธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ

  • ญี่ปุ่น $1.1 ล้านล้าน
  • จีน $7.8 แสนล้าน
  • สหราชอาณาจักร $7.5 แสนล้าน
  • หมู่เกาะเคย์แมน $4.2 แสนล้าน
  • ลักเซมเบิร์ก $4.1 แสนล้าน
  • แคนาดา $4.0 แสนล้าน
  • เบลเยียม $3.9 แสนล้าน
  • ฝรั่งเศส $3.5 แสนล้าน
  • ไอร์แลนด์ $3.4 แสนล้าน
  • ไต้หวัน $2.9 แสนล้าน ในปี 2025 พันธบัตรสหรัฐฯ หมุนเวียนในระบบการเงินโลกมากกว่า 36 ล้านล้านดอลลาร์ ถือครองโดยรัฐบาลและนักลงทุนต่างประเทศ จำนวน 8.8 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 24% ทั้งนี้ ช่วงปี 1945-2008 สัดส่วนการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ โดยต่างชาติพุ่งน้อยนิดเป็นเกือบ 50% แต่หลังปี 2008 เป็นต้นมา สัดส่วนนี้ค่อย ๆ ปรับลดลงเหลือต่ำกว่า 30% จนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า"การลดการพึ่งพาดอลลาร์" (de-dollarization) ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะจะเห็นว่าต่างชาติยังมีความต้องการถือครองพันธบัตรสหรัฐอยู่สูงมาก แม้จะเป็นการรายงานตัวเลขของเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ Trump Tariffs ออกมาปั่นป่วนการค้าโลก ในช่วงที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวลือว่าจีนกับญี่ปุ่นกำลังทิ่งพันธบัตรสหรัฐจำนวนมหาศาล เพื่อตอบโตในประเด็นสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามข้อมูลของช่วงเดือนเมษายน 2025 ซึ่งจะเผยแพร่ออกมาประมาณเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ เพราะอีกด้านพันธบัตรสหรัฐฯ อาจกลายเป็นอาวุธตอบโต้ของคู่ค้าต่างชาติ โดยเฉพาะจีนกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ถือครองหนี้รายใหญ่ และมีโอกาสใช้สินทรัพย์นี้เป็นเครื่องมือต่อรอง แม้ที่ผ่านว่ารัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ จะยืนยันว่าไม่พบสัญญาณการเทขายพันธบัตรในระดับที่น่ากังวลจากประเทศเหล่านี้ก็ตาม Capital Economics วิเคราะห์ว่า หากจีนใช้ตลาดพันธบัตรในการโต้ตอบสหรัฐฯ นี่เปรียบเป็น “เกมที่ไม่มีผู้ชนะ” (lose-lose situation) เพราะเศรษฐกิจของสองประเทศเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งในระดับโครงสร้าง ดังนั้น การโจมตีกันด้วยเครื่องมือทางการเงินเช่นนี้ จะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับผลกระทบรุนแรง Source: reuters, ticdata.treasury.gov, Benjamin Braun, BBC, CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...