โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

OKJ ร่วง 21% หลังโบรกปรับ “ขาย” หั่นเป้าเหลือ 12 บ. เหตุกำไร Q4 หด เซ่นต้นทุนพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 07 ก.พ. 2568 เวลา 03.39 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ก.พ.68) ราคาหุ้น บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ ณ เวลา 10:04 น. อยู่ที่ระดับ 12.40 บาท บวก 3.20 บาท หรือ 20.51% สูงสุดที่ระดับ 12.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 11.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 140.20 ล้านบาท

สำหรับราคาหุ้นปรับตัวลดลง หลังผลการดำเนินงาน OKJ รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/2567 อยู่ที่ 39.30 ล้านบาท ลดลง 34.58% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 60.08 ล้านบาท สาเหตุจากบริษัทฯ รายงานค่าใช้จ่ายในการขายในไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 55.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตราค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ร้อยละ 31.1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างค่าเช่าที่เปลี่ยนแปลงไปสาหรับแบรนด์โอ้ จู๊ซ และโอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล และค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดสาขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงค่าใช้จ่ายการตลาดที่มีการเปิดตัว Brand Admirer และเมนูใหม่ของแบรนด์โอ้ จู๊ซ ช่วงไตรมาส 4/67

บริษัทฯ รายงานค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 41.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 22.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายและสวัสดิการพนักงานที่สูงขึ้นจากการเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทฯ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตหน้าสาขาที่แปรผันตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ร้อยละ 6.0 ซึ่งลดลงร้อยละ 0.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 35% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้รวมอยู่ที่ 691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการขยายสาขาเพิ่มเติมจากไตรมาสก่อนหน้าในไตรมาส 4/67 โอ๊กะจู๋ +4 สาขา, Oh! Juice +8 สาขา

ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 44% ลดลง 0.8 ppt เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และลดลง 1.3 ppt จากไตรมาสก่อนหน้า จากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่มากขึ้นในต่างจังหวัด ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A อยู่ที่ 257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขานอก กทม. และค่าใช้จ่ายการตลาดเปิดตัว Brand Admirer เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการให้ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าในไตรมาส 4/67

ด้านผลประกอบการปี 67 กำไรสุทธิอยู่ที่ 202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนต่ำกว่าประมาณการของทางฝ่ายวิจัยลดลง 12% แม้รายได้รวมใกล้เคียงประมาณการของเราแต่ปัจจัยหลักกดดันมาจากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจโดยเฉพาะในไตรมาส 4/67 เปิดตัว Brand Admirer แม้อาจเป็นค่าใช้จ่าย one time แต่ปัจจัยที่กังวลคือ GPM ในไตรมาส 4/67 ที่ลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่มากขึ้นในต่างจังหวัดอาจทำให้ GPM ขยายตัวได้ช้ากว่าที่เคยประเมินรวมถึงสภาวะเศรษฐกิจที่อาจกระทบยอดขายโดยรวม

โดยเริ่มมีสัญญาณที่ต้องระวังหลังยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 4/67 ลดลง 1.8% จึงปรับประมาณการปี 67-68 ลง เพื่อสะท้อนสมมติฐานที่รักษากำไรมากขึ้น แม้ปรับคำแนะนำเป็น “ขาย” จาก “ถือ” ราคาเป้าหมายลงเป็น 12.00 บาท จากเดิม 15.00 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...