โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Nordic และ Japanese?

Homeday

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 02.13 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 00.49 น.

การออกแบบภายในบ้านเป็นเรื่องที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม ภูมิประเทศ และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่ สไตล์การออกแบบบ้าน Nordic และ Japanese ถือเป็นสองสไตล์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการออกแบบตกแต่งภายใน แต่ละสไตล์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจและแตกต่างกันอย่างน่าประทับใจ

รากฐานทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมการออกแบบ

Nordic Design: ความเรียบง่ายจากแดนนอร์ดิก

การออกแบบในสไตล์ Nordic เกิดจากแนวคิดที่ต้องการตอบโจทย์การใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและมีช่วงเวลากลางวันสั้น นักออกแบบชาวสแกนดิเนเวียได้คิดค้นรูปแบบที่ช่วยสร้างความอบอุ่นและแสงสว่างภายในพื้นที่อยู่อาศัย พวกเขาเน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งาน และความสวยงามที่ลงตัว

Japanese Design: ปรัชญาแห่งความกลมกลืน

การออกแบบบ้านสไตล์ Japanese มีรากฐานมาจากปรัชญาZen ที่ให้ความสำคัญกับความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ แนวคิดนี้สะท้อนผ่านการออกแบบที่เรียบง่าย เน้นพื้นที่ว่าง และการใช้วัสดุธรรมชาติ

องค์ประกอบการออกแบบที่แตกต่าง

Nordic Design: แสงสว่างและความอบอุ่น

  • สี: โทนสีอ่อน ขาว เทา และน้ำตาลอ่อน ช่วยสะท้อนแสงและสร้างความรู้สึกโปร่งสว่าง
  • วัสดุ: ไม้สีอ่อน ผ้าขนสัตว์ และวัสดุจากธรรมชาติ
  • เฟอร์นิเจอร์: เน้นความเรียบง่าย มีดีไซน์ทันสมัย และใช้งานได้จริง
  • การตกแต่ง: เน้นความอบอุ่น ใช้พรมขนสัตว์ เทียน และของตกแต่งที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย

Japanese Design: ความเรียบง่ายและสมดุล

  • สี: โทนสีธรรมชาติ น้ำตาล เขียว และเทา
  • วัสดุ: ไม้ไผ่ กระดาษ ดิน หิน และวัสดุธรรมชาติ
  • เฟอร์นิเจอร์: ต่ำ กระชับ และมีประโยชน์ใช้สอย

การตกแต่ง: เน้นพื้นที่ว่าง ใช้ศิลปะการจัดวางที่เรียกว่า “Ma” ซึ่งให้ความสำคัญกับพื้นที่ว่างระหว่างวัตถุ

หลักการใช้แสงและพื้นที่

Nordic Design: การจัดการแสงธรรมชาติ

นักออกแบบ Nordic ให้ความสำคัญกับการรับแสงธรรมชาติ การใช้หน้าต่างบานใหญ่ กระจกใสเพื่อรับแสง และการตกแต่งที่ช่วยกระจายแสงภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์มักถูกจัดวางเพื่อเพิ่มการรับรู้แสงและพื้นที่

Japanese Design: การควบคุมแสงและพื้นที่

การออกแบบ Japanese ให้ความสำคัญกับการควบคุมแสงผ่านการใช้ “Shoji” หน้าต่างหรือประตูที่ทำจากกระดาษและโครงไม้ ช่วยกรองแสงและสร้างบรรยากาศที่นุ่มนวล พื้นที่ถูกออกแบบอย่างเป็นสัดส่วน เน้นความกระชับและมีประโยชน์

ความแตกต่างด้านเฟอร์นิเจอร์และการจัดวาง

Nordic Design: ฟังก์ชันนัลลิตี้และความทันสมัย

เฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ Nordic ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวก มีดีไซน์ทันสมัย โครงสร้างเรียบง่าย และใช้วัสดุคุณภาพ เน้นความสบายและประโยชน์ใช้สอย

Japanese Design: ความเรียบง่ายและยืดหยุ่น

เฟอร์นิเจอร์แบบ Japanese มักมีขนาดเล็ก ต่ำ และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เช่น เบาะนั่งแบบ Tatami โต๊ะญี่ปุ่นแบบต่ำ ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานได้อย่างอิสระ

การผสมผสานสไตล์การออกแบบ

Nordic Fusion

การนำองค์ประกอบ Nordic มาผสมผสาน ได้แก่ การใช้โทนสีอ่อน เฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย และการเน้นแสงธรรมชาติ

Japanese Fusion

การนำองค์ประกอบ Japanese มาปรับใช้ เช่น การสร้างพื้นที่ว่าง การใช้วัสดุธรรมชาติ และการออกแบบที่เรียบง่าย

สรุป

ทั้งสไตล์ Nordic และ Japanese ต่างมีเสน่ห์และความงดงามเฉพาะตัว สะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แตกต่าง การเลือกใช้สไตล์ใดขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวและบริบทของพื้นที่อยู่อาศัย

#อสังหาริมทรัพย์ #สาระ #Mehome #มีบ้านต้องมีโฮม #NordicDesign #JapaneseDesign #InteriorDesign #HomeStyle #MinimalistLiving

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...