โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กนง. ย้ำไม่ใช่ Easing Cycle แต่ผ่อนคลายนโยบายลง Moody’s เตือนต้องระมัดระวัง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 18.07 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 10.34 น.

30 เม.ย. 68 นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า แม้คณะกรรมการฯ มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 %จาก 2.00% เป็น 1.75 % ต่อปีเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 68 ซึ่งเป็นการปรับลดลงต่อเนื่อง 2 ครั้งในปีนี้ แต่กนง.ยืนยันว่ายังไม่ใช่การเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง (Easing Cycle) เพราะวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงจะเกิดขึ้นเมื่อเศรษฐกิจลดลงรุนแรงและต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลงต่อเนื่อง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นตอนวิกฤตการเงินโลกในอดีตหรือในช่วงโควิด19 ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยเคยลดลงต่ำสุดไปอยู่ที่ 0.5%

“ขนาดของผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากนโยบายภาษีสหรัฐฯในรอบนี้ไม่ได้เท่าโควิด 19 และไม่ได้กระทบวงกว้าง อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงจึงไม่ใช่ Easing Cycle แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองของกนง.มาสู่การดำเนินนโยบายผ่อนคลายลงเพื่อให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจ”

ส่วนกรณี Moody's ปรับมุมมอง Outlook ไทยเป็น Negative แต่ยังไม่ได้ปรับลดอันดับเรตติ้งนั้นนายสักกะภพ กล่าวว่า เหตุผลของ Moody's มาจากความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ช้าและเรื่องของภาระหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งที่การดำเนินนโยบายต้องให้น้ำหนักในเรื่องนี้มากขึ้นในระยะข้างหน้า

อย่างไรก็ดีผลกระทบจากกรณีที่อันดับเรตติ้งของประเทศถูกปรับจะมีผลต่อต้นทุนในการระดมทุนของภาคธุรกิจ แต่ในขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบเรื่องนี้ เช่นเดียวกับเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เห็นผลกระทบว่าทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากนัก อย่างไรก็ดีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องมองถึงผลระยะยาวและมองถึงการดำเนินนโยบายที่ต้องมุ่งเน้นการสร้างรายได้สร้างประสิทธิภาพ และคำนึงถึงประสิทธิผลของการดำเนินนโยบาย

“ต่อให้ Moody's จะเตือนหรือไม่เตือนก็ต้องมีการระมัดระวังการใช้พื้นที่ทางการคลังและทางการเงินอยู่แล้วภายใต้ภาวะปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนภาคเอกชนที่อาจจะลดลงไปจากสงครามการค้า ซึ่งสิ่งที่จะมาทดแทนได้คือการลงทุนของภาครัฐเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งนโยบายที่ควรทำคือ นโยบายที่สามารถสร้างรายได้ระยะยาวมากกว่าการกระตุ้น”

กาง 2 ฉากทัศน์จีดีพีไทยปี 68 โต 2%

นายสักกะภพ กล่าวอีกว่า พัฒนาการของสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าและผลกระทบล่าสุดนั้น สามารถแบ่งเป็น 3 ช่วง โดยในช่วงไตรมาส 1- ไตรมาส 2 ของปี 2568 เป็นช่วงพายุจะมา ( Storm is Coming) ยังเห็นผลกระทบไม่ชัด มีความไม่แน่นอนสูง

แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เป็นต้นไปคือช่วง In The Storm หรือ อยู่ในพายุ จะเห็นผลกระทบชัดเจนมากขึ้นว่าไทยจะโดนอัตราภาษีนำเข้าสินค้า (Reciprocal Tariffs) เท่าไร มีความเสี่ยงด้านต่ำสูงและอาจมีเหตุการที่ไม่คาดคิด ผลต่อการส่งออกชัดเจนขึ้น และสถานการณ์จะทอดยาว

ส่วนช่วงที่ 3 คือช่วง End game: After the Storm หรือ หลังพายุ ซึ่งปลายทางยังไม่แน่นอนแต่โลกจะไม่เหมือนเดิม ประสิทธิภาพของเศรษฐกิจโลกลดลง และโลกจะลดการพึ่งพิงสหรัฐลง

อย่างไรก็ดีกนง.จึงมีการประเมินเศรษฐกิจภายใต้2 ฉากทัศน์ ฉากทัศน์แรก คือ Reference Scenario หรือ Lower Tariffs ภายใต้สมมติฐานที่ การเจรจายืดเยื้อและล่าช้าโดยสหรัฐฯ มีการผ่อนผัน Reciprocal Tariff ให้กับคู่ค้าเป็นระยะ รวมถึงผ่อนผันอัตราภาษีให้กับจีนตั้งแต่ไตร3/2568 แต่สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูงอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2569 โดยสมมติฐานว่าสหรัฐเก็บภาษีในอัตรา 10% ทุกประเทศ และเก็บภาษีจีน 54% โดยเก็บภาษีแบบรายกลุ่มที่ 25% ในกลุ่มยานยนต์ เหล็ก และอลูมิเนียม

“ในกรณีนี้ มองว่าจะทำให้ส่งออกติดลบ 4.1% ใน 1 ปีข้างหน้าและมีผลต่อจีดีพีที่ 0.4% ทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2568 อยู่ที่ 2% และปี 2569 อยู่ที่ 1.8%”

ธปท1

และฉากทัศน์ที่สอง คือ Alternative Scenario หรือ Higher Tariffs ภายใต้สมมติฐานว่า ทุกประเทศเจรจาลดภาษีได้ครึ่งหนึ่งของ Reciprocal Tariff ตั้งแต่ ไตรมาส 3/2568 ขณะที่จีนเจรจาลดภาษีสู่ 72.5% และเก็บภาษีแบบรายกลุ่มที่ 25% ในกลุ่มยานยนต์ เหล็ก และอลูมิเนียม โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มเข้าสู่ Technical Recession ในปีนี้ แต่ยังไม่เห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยจะถดถอยเชิงเทคนิค

“หากเป็นในฉากทัศน์ที่สองนี้ มองว่าจะทำให้ส่งออกติดลบ 8.3% ใน 1 ปีข้างหน้าและมีผลทำให้จีดีพีไทยในปี 2568 โต 1.3% และปี 2569 อยู่ที่ 1.0% ซึ่งกนง.มองว่าโอกาสที่เกิดฉากทัศน์แรก (Reference Scenario )มีมากกว่าฉากทัศน์ที่สอง”

ธปท2

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...