โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

พระอินทร์ : บทบาทในพุทธประวัติ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ก.ย 2565 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2565 เวลา 10.05 น.

พระอินทร์หรือท้าวสักกะ คือเทวราชผู้เป็นใหญ่แห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ มีปราสาทไพชยนต์หรือเวชยันตปราสาทเป็นที่ประทับ มีเวชยันตราชรถเป็นรถทรง สารถีคือมาตลีเทพบุตร มีช้างทรงชื่อว่าไอยราพตหรือช้างเอราวัณ และมีม้าทรงสีขาวชื่อว่าอุจไฉศรพ อาวุธของพระอินทร์คือวชิราวุธหรือสายฟ้า พระขรรค์ ศร สังข์ และกลอง

พระอินทร์มีพระวรกายสูงใหญ่ถึง 6,000 วา มี พระฉวีสีเขียว ซึ่งบางคัมภีร์ก็ว่ามีพระฉวีสีทองสุกปลั่ง เมื่อทรงปรากฏกายขึ้นที่ใด ที่นั้นจะเกิดแสงสว่างจากพระรัศมีของพระองค์ มีพระมเหสี 4 นางคือ สุธรรมา สุชาดา สุนันทา และสุจิตรา และมีพระธิดา 4 นางเช่น กันคือ อาสา สัทธา หิริ และสิริ

บทบาทของพระอินทร์ที่ปรากฏไม่ว่าจะเป็นในทศชาติชาดก พุทธประวัติ ไตรภูมิ หรือในวรรณกรรมไทยหลายเรื่อง จะมีลักษณะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ หรือผู้แก้ไขสถานการณ์ให้แก่ตัวนำของเรื่อง สำหรับบทบาทในพุทธประวัตินั้น มีหลายเหตุการณ์ด้วยกัน กล่าวคือ

ทรงมีบทบาทในฐานะที่เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนให้พระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ นั่นคือเป็นผู้ทูลอาราธนาพระโพธิสัตว์คราวที่เสวยพระชาติ เป็นท้าวสันดุสิตเทวราชให้จุติลงสู่พระครรภ์พุทธมารดา

ตอนเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ พระอินทร์พร้อมมวลหมู่เทพยดาทั้งหลาย ถือคบเพลิงอันเป็นทิพย์แวดล้อมส่องทางให้พระองค์ แต่ในภาพจิตรกรรมส่วนใหญ่ที่ปรากฏในฝาผนังพระอุโบสถจะเป็นภาพพระอินทร์ทรงจูงม้ากัณฐกะนำหน้าเจ้าชายสิทธัตถะ

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดพระเกศาคราวที่ออกผนวชนั้น พระอินทร์ทรงนำผอบแก้วมารองรับพระเมาลีและผ้าโพกพระเศียร เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานที่พระเจดีย์จุฬามณี

บทบาทที่สำคัญยิ่งของพระอินทร์ปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระสิทธัตถะทรงพิจารณาอย่างถ่องแท้ว่าการบำเพ็ญทุกรกิริยา หรืออัตตกิลมถานุโยค ด้วยการทรมานตนต่าง ๆ เช่น การกลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะและอดอาหาร ที่ทรงดำเนินมานั้น มิใช่หนทางสู่การบรรลุพระโพธิญาณได้ ทรงปริวิตกว่าควรปฏิบัติไปในทางใด พระอินทร์จึงทรงนำพิณทิพย์สามสายเสด็จลงมาดีดถวาย สายที่ 1 ตึงมากดีดก็ขาด สายที่ 2 หย่อนเกินไปดีดก็ไม่ได้ยิน สายที่ 3 ซึ่งกำลังดี เมื่อดีดก็มีเสียงไพเราะ ทั้งนี้เพื่อให้พระสิทธัตถะทรงมีแนวทางในการปฏิบัติตนเพื่อบรรลุพระโพธิญาณ นั่นคือการเดินสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา

ในเพลาเช้าของวันที่จะตรัสรู้ นางสุชาดา ธิดาของผู้มีทรัพย์ซึ่งเป็นนายใหญ่แห่งชาวบ้านเสนานิคม ตำบลอุรุเวลา ได้กวนข้าวปายาสเพื่อถวายแด่พระมหาบุรุษนั้น พระอินทร์ได้เสด็จลงมาช่วยก่อไฟใส่ฟืน

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงชนะมารและตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณได้สำเร็จนั้น พระอินทร์พร้อมทั้งเทพยดาและหมู่พรหมเป็นจำนวนมาก ได้ร่วมกันแซ่ซ้องสรรเสริญแสดงความยินดีที่พระมหาบุรุษทรงประสบความสำเร็จในการบรรลุพระโพธิญาณ

พระพุทธเจ้าภายหลังการตรัสรู้แล้วใหม่ ๆ ได้เสวยวิมุตติสุขหรือสุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะและปวงทุกข์เป็นเวลา 7 สัปดาห์ด้วยกัน ซึ่งในวันสุดท้ายของสัปดาห์สุดท้ายแห่งการเสวยวิมุตติสุขของพระพุทธเจ้านั้น พระอินทร์ทรงนำผลสมออันเป็นทิพยโอสถลงมาถวาย รวมทั้งถวายไม้ชำระพระทนต์และน้ำบ้วนพระโอษฐ์จากสระอโนดาตแด่พระพุทธเจ้า

เมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วทรงใช้เวลาในการพิจารณาธรรมเป็นเวลา 7 สัปดาห์ หรือในช่วงเสวยวิมุตติสุข ทรงทราบด้วยพระญาณว่าธรรมนี้เป็นสิ่งละเอียดอ่อน ยากยิ่งที่จะเข้าใจได้ง่าย จึงไม่ทรงคิดที่จะแสดงธรรม แต่ท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาให้เสด็จออกแสดงธรรม เนื่องจากยังมีมหาชนอีกเป็นจำนวนมากที่มีความพร้อมในการเรียนรู้พระธรรม ในเหตุการณ์ครั้งนี้ พระอินทร์ร่วมกับเทพยดาทั้งหลาย ตลอดจนนักสิทธิ์วิทยาธร ยักษ์ ครุฑ ทรงตามเสด็จท้าวสหัมบดีพรหม เพื่อกราบทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนา โปรดเวไนยสัตว์ทั้งปวง หลังจากนั้นยังทรงร่วมฟังปฐมเทศนากับพระปัญจวัคคีย์ด้วย

ครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับที่ตำบลอุรุเวลา ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรานั้น พระอินทร์เสด็จลงมาขุดสระโบกขรณีด้วยพระหัตถ์ เพื่อให้พระพุทธเจ้าทรงซักผ้าบังสุกุลจีวรที่ห่อศพนางปุณณทาสี หลังจากนั้นได้นำแผ่นศิลาไปถวาย เพื่อให้พระพุทธองค์ทรงขยำผ้าบังสุกุลจนหมดกลิ่นอสุภ รวมทั้งถวายแผ่นศิลาขนาดใหญ่สำหรับแผ่พับผ้าบังสุกุลจีวรด้วย

ในการแสดงยมกปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าที่เมืองสาวัตถี พระอินทร์ทรงมีบทบาทสำคัญในการจัดการกับพวกเดียรถีย์ โดยทรงมีบัญชาให้วาตวลาหกเทพบุตรบันดาลให้เกิดพายุพัดทำลายมณฑป ให้สุริยเทพบุตรเปล่งแสงแรงกล้า เพื่อทำให้พวกเดียรถีย์ร้อนกระวนกระวาย ในเพลาเที่ยงวัน และให้วาตวลาหกพัดพาฝุ่นธุลีไปเกาะติดตามร่างกายที่อาบไปด้วยเหงื่อ ไคล หลังจากนั้นทรงบันดาลให้ฝนเม็ดใหญ่ตกลงมาถูกร่างกายของพวกเดียรถีย์ที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงธุลีเกาะติดอยู่จนเกิดเป็นลายด่างพร้อย

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อแสดงธรรมโปรดพุทธมารดานั้น พระอินทร์เป็นผู้เสด็จขึ้นไปอัญเชิญพุทธมารดาให้เสด็จมาจากสวรรค์ชั้นดุสิต มาเฝ้าพระพุทธองค์ และยังทรงร่วมสดับพระธรรมเทศนาด้วย

หลังการเสด็จโปรดพุทธมารดา ณ สวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ พระอินทร์ทรงนำเสด็จพระพุทธเจ้า ลงทางบันไดทอง พระหัตถ์ประคองบาตรเสลมัยของพระพุทธเจ้า แต่ภาพจิตรกรรมที่ปรากฏ มักวาดเป็นพระอินทร์ทรงเป่าสังข์

หลังการเสด็จปรินิพพานของพระพุทธองค์ ในระหว่างการทำพิธีแบ่งพระบรมสารีริกธาตุนั้น พระอินทร์ทรงทราบด้วยทิพยจักษุญาณว่า โทณพราหมณ์หรือพราหมณ์ผู้ใหญ่ ซึ่งมีฐานะเป็นครูอาจารย์ และเป็นที่เคารพนับถือของคนเป็นจำนวนมากในชมพูทวีป เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการระงับกรณีพิพาทเรื่องการแย่งชิงพระ บรมสารีริกธาตุ และเป็นผู้แบ่ง พระบรมสารีริกธาตุให้ำาเร็จลง ได้ด้วยสันติวิธีนั้น ได้ลอบหยิบ

พระทักษิณทาฒธาตุเบื้องบน หรือพระเขี้ยวแก้วข้างขวาด้านบน ไปซ่อนไว้ในผ้าโพกศีรษะ พระอินทร์จึงทรงเหาะลงไป หยิบพระธาตุที่โทณพราหมณ์แอบซ่อนไว้ และนำไปประดิษฐานในพระเจดีย์จุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

จากที่กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่า พระอินทร์ทรงเป็นเทพยดาที่มีบทบาทเกี่ยวข้องในพุทธประวัติหลายเหตุการณ์ด้วยกัน ซึ่งในแต่ละเหตุการณ์ล้วนแต่เป็นจุดหักเหที่สำคัญ ๆ ของวงการพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่การอุบัติของพระพุทธองค์ การเสด็จออกบรรพชา การตรัสรู้ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนการรักษาพระบรมสารีริกธาตุมิให้ถูกยักยอกไปอย่างไม่ถูกต้อง โดยผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่นั้นเสียเอง

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หนังสืออ้างอิง :

ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพร. ปฐมสมโพธิกถา, กรุงเทพฯ : วิคตอรี่เพาเวอร์พอยท์, 2530.

ราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต), พระ. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพฯ : อมรินทร์การพิมพ์, 2527.

สนธิวรรณ อินทรลิบ, อภิธานศัพท์จิตรกรรมไทยเนื่องในพระพุทธศาสนา, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, 2536.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 กันยายน 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...