โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ.ปานเทพ กางข้อมูล แฉ “ทนายตั้ม” ทุกเม็ด จน “หนุ่ม กรรชัย” ร้องโอ้ยยย

อีจัน

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 15.20 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 07.40 น. • อีจัน

ยังคงร้อนแรงไม่แผ่วค่ะ สำหรับกรณีทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด และภรรยา ถูกจับในข้อหา ฉ้อโกง, ฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน หลังจาก น.ส.จตุพร หรือเจ๊อ้อย เข้าแจ้งความว่าทนายตั้ม ฉ้อโกงเงิน 71 ล้านบาท

ซึ่งเช้าวานนี้ (12 พ.ย.67) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้บุกจับ “นุ-สา” คนสนิทของทนายตั้ม เพิ่มอีก ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน ปมมเงิน 39 ล้านบาทของ “มาดามอ้อย”

ข่าวทั่วไป

ตร.เตรียมแจ้งข้อหา ทนายตั้ม ปมเงิน 39 ล้านบาท หลังรวบ นุ-สา

1 วันก่อนหน้า12 พ.ย. 2024

ล่าสุด วันนี้ (13 พ.ย.67) อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ได้กางข้อมูล แฉ “ทนายตั้ม” ผ่านรายการโหนกระแส ที่มีหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพิธีการรายการ เล่าว่า…

“คลิปทั้งหมดมีมานานแต่ไม่คิดจะเปิด คิดแค่ว่าจะรอลงข่าวหลังประเด็นต่างๆ กระจ่างตามสื่อปกติ จนทนายตั้มมาออกโหนกระแสแล้วหลุดว่าเงิน 71 ล้านบาท ให้โดยเสน่หา แล้ว และไปท้าคุณสนธิ เรื่องดื่มน้ำปัสสาวะ 71 แก้ว ทำให้เราต้องเปิดข้อมูลทั้งหมด”

โดย อ.ปานเทพ ได้เปิดหลักฐานสำคัญ เป็นหนังสือสัญญาโครงการพัฒนาเว็บไซต์ทำหวยออนไลน์ ซึ่งคู่สัญญา คือ พี่อ้อย จำนวน 2 ล้านยูโร โด้ประเด็นที่ทนายตั้ม อ้างว่า “ทำเพื่อเป็นนิติกรรมอำพราง ไม่ต้องเสียภาษี” ระบุว่า…

“การโอนเงินมาจากต่างประเทศไม่ต้องทำหลักฐานแบบนี้ เพราะทรัพย์สินเป็นของพี่อ้อยสามารถโอนเข้ามาในประเทศเป็นทรัพย์สินของตัวเองไม่ต้องเสียภาษี จ่ายแค่ค่าธรรมเนียม กรณีนี้ก็เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องสร้างหลักฐานเพื่อมาประกอบการลงทุน

พอทนายตั้ม ได้เงินมาก็เอาไปซื้อบ้าน เป็นการลงทุนทำสลากออนไลน์ตรงไหน แสดงว่าเรื่องนี้เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อหลอกพี่อ้อย พอทางบริษัททวงถามเงินทนายตั้ม ก็บอกว่าพี่อ้อยยกเลิกสัญญาแล้ว ทั้งๆ ที่พี่อ้อยจ่ายเงินไปแล้ว แต่ทางบริษัทไม่รู้จึงยกเลิกสัญญา”

อ.ปานเทพ เล่าต่อว่า “ประเด็นสำคัญคือทนายตั้ม และเมีย ไปขอสินเชื่อเพื่อมาสร้างบ้าน 43 ล้าน แต่กลับนำเงินก้อนนี้มาซื้อบ้านแทน เรียกเป็นการยืมมาลงทุนหรือให้ได้โดยเสน่หาได้ไหมหรือเป็นการฉ้อโกง

ต่อมา ทนายตั้ม ได้ปรับสัญญา ที่ สำนักงานตนเองเอง จึงมีสัญญาเดียวที่โผล่ขึ้นที่สำนักงานของทนายตั้ม ไม่มีสัญญากู้เงิน เพราะฉะนั้นเงิน 71 ล้านบาท คือเงินฉ้อโกงมา

จากนั้น พอใกล้ปลายปี ก็เริ่มคิดเรื่องภาษี ทนายตั้ม ได้เจรจากับบริษัทเดิมขอเอาเงินผ่านบัญชี โดยให้ค่าตอบแทน 10 ล้านบาท ทางบริษัทคิดว่าน่าจะเป็นการฟอกเงินเลยไม่เห็นด้วย พอถึงรอบที่จะต้องส่งมอบกลับไม่ส่งมอบ ก่อนจะไปจ้างอีกแอปนึงเลียนแบบ แต่คนละสี แล้วให้บริษัทเติมนำส่งเขาไม่ทำตาม แบบนี้เรียกฉ้อโกงหรือไม่

ตอนนี้เห็นว่ามีความคิดจะประกันตัวเมียทนายตั้ม โดยอ้างว่าแค่รับเงินมา ผมเชื่อว่าตอนนี้ตำรวจน่าจะเห็นข้อมูลหลักฐานต่างๆ แล้ว เมียทนายตั้มอยู่ในคณะทำงานเรื่องหวยออนไลน์ ไม่ใช่ไม่รู้เรื่อง เขารับรู้โดยตลอดในธุรกรรมนี้”

อ.ปานเทพ เล่าต่อว่า “หลังจากโครงการแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ถูกยกเลิก ทนายตั้มก็ชวนพี่อ้อยทำก่อสร้าง เริ่มต้นด้วยการออกแบบตังค์ราคาออกแบบภาพรวม 9 ล้านบาท โดยทนายตั้ม อ้างว่าตัวเองเป็นผู้จัดการโครงการต้องเอาเงินมาอยู่ที่เขา ให้บริษัทนำใบเสนอราคา 9 ล้านแบบไม่มี vat ไปเสนอพี่อ้อย พี่อ้อยก็โอนเงินทั้งก้อนให้ทางบริษัท แต่ทนายตั้มใช้สิทธิ์ว่าตัวเองเป็นนักกฎหมายประจำตัว ให้ทำบริษัทเอาเงินทั้งหมดมาไว้ที่ทนายตั้ม ก่อนจะไปจ้างบริษัทออกแบบอีกบริษัทนึง 3.5 ล้านบาท แบบนี้เรียกฉ้อโกงไหมครับ ซึ่งพี่อ้อยไม่เคยรู้ว่าทนายตั้มทำแบบนี้ พอมารู้จึงได้ดำเนินคดี แบบนี้เรียกฉ้อโกงไหมครับ ไม่ใช่คดีแพ่ง”

ทั้งนี้ อ.ปานเทพ กล่าวทิ้งท้ายว่า “คดีอาจไม่จบแค่นี้ ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ดำเนินคดี ผมไม่ใช่คู่กรณีทนายตั้ม แค่มาชี้แจงความจริง ทำหน้าที่สื่อรับข้อมูลมาแล้วเผยแพร่ เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว”

หากมีความคืบหน้า ‘อีจัน’ จะอัปเดตให้ทราบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...