โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : ชาถุงจุ่มน้ำร้อน เสี่ยงไมโครพลาสติก จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 31 ธ.ค. 2567 เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2567 เวลา 08.48 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์แชร์เตือนว่า ใครที่ชอบดื่มชา กาแฟ “บรรจุซอง” จุ่มน้ำร้อน เลิกได้แล้ว เพราะมีการฉีดเคลือบพลาสติกไว้บนซอง เมื่อชงในน้ำร้อนจะมีไมโครพลาสติกออกมาปนเปื้อน ส่งผลต่อหลอดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ จนเป็นมะเร็งได้ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ผศ.ดร.บุศรินทร์ จงเจริญยานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ และ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

จากคลิปที่แชร์กันเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นการพูดแบบเหมารวม และอาจมีข้อมูลบางส่วนยังไม่อาจนำมาอ้างอิงได้

ถุงใส่ชาถึงแม้จะเป็นกระดาษแต่ก็มีการเคลือบพลาสติก ซึ่งอาจมีทั้งถุงชาแบบกระดาษมีการเคลือบพลาสติก และถุงชาแบบพลาสติกก็มีไมโครพลาสติกหลุดออกมาได้ ถ้าไล่เรียงโอกาสพบไมโครพลาสติกก็อาจจะเป็นกลุ่มที่เป็นซองพลาสติก และกลุ่มกระดาษที่เคลือบพลาสติกด้วย

กลุ่มสุดท้ายที่อาจพบได้น้อยที่สุด คือถุงผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะมีบางส่วนที่เรานึกไม่ถึง ก็คือตัวใบชาที่มีโอกาสปนเปื้อนไมโครพลาสติกได้

เริ่มตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก น้ำที่ใช้รด ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ต่าง ๆ ก็มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในนั้นแล้ว

ถัดมา เมื่อเก็บเกี่ยวใบชาแล้วนำมาหมัก ถ้าหมักในภาชนะพลาสติก ก็มีโอกาสปนเปื้อนไมโครพลาสติกได้เช่นกัน

เมื่อหมักใบชาเสร็จแล้วก็นำมาตากแห้ง ในอากาศก็มีไมโครพลาสติก เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสปนเปื้อนไมโครพลาสติกตั้งแต่ตัววัตถุดิบด้วยซ้ำ

ปัจจุบัน สามารถพบไมโครพลาสติกในอาหารทะเลจากแหล่งน้ำที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ ซึ่งรวมถึงเกลือทะเลด้วย

นอกจากนี้ อาหารที่บรรจุในถุงพลาสติกก็มีโอกาสปนเปื้อนไมโครพลาสติกด้วย การใช้ชีวิตประจำวัน มีการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติก มีบางส่วนที่อาจจะนึกไม่ถึงเลยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า พรม ก็มีโอกาสปลดปล่อยไมโครพลาสติกออกมา

“ไมโครพลาสติก” เสี่ยงก่อมะเร็ง จริงหรือ ?

ปัจจุบัน ยังไม่มีการทดลองในมนุษย์เกี่ยวกับอันตรายของไมโครพลาสติกจากการดื่มชาบรรจุซอง แต่มีการทดลองในสัตว์ทดลองแล้ว หรือการทดลองระดับเซลล์ โดยการใช้แบบประเมินอันตรายที่จะเกิดขึ้น

อันตรายที่พูดถึงเกี่ยวกับไมโครพลาสติกคืออาจทำให้เซลล์อักเสบ และเมื่อการอักเสบเรื้อรังก็อาจทำให้เป็นเนื้องอกหรือมะเร็งได้ แต่ขอย้ำว่ายังไม่ได้มีการทดลองในมนุษย์ ดังนั้นยังต้องมีการทดลองและวิจัย ขนาด ชนิดของไมโครพลาสติกที่จะไปส่งผลต่อเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายของเราอย่างไร

ขอชี้แจงว่ายังไม่ถึงกับต้องเลิกดื่มชาบรรจุซอง ถึงแม้จะมีการทดลองต้นปี พ.ศ. 2567 ประเด็นที่ว่า ถ้าล้างถุงชาด้วยน้ำธรรมดา (อุณหภูมิห้อง) 3 น้ำ ครั้งละ 10 วินาที และนำมาชงด้วยน้ำร้อน (ตามอุณหภูมิและระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด) การล้างซองบรรจุชาก่อนจะสามารถลดปริมาณไมโครพลาสติกในน้ำชาที่จะดื่มได้มากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้น การล้างถุงชา (ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง) ด้วยการจุ่มถุงชาในน้ำ 10 วินาที ทำ 3 ครั้ง (เปลี่ยนน้ำใหม่ทุกครั้ง) หลังจากนั้นนำมาชงในน้ำร้อนด้วยอุณหภูมิและระยะเวลาตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้

นอกจากนี้ ผู้ดื่มชายังสามารถเลือกวิธีชงด้วยวิธีอื่น ๆ ได้ เช่น ตะแกรงกรองชา ถ้วยกรองชา

“ไมโครพลาสติก” เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราหลายรูปแบบ และยังไม่ทราบผลอันตรายในระยะยาว มีเพียงแค่การประเมินจากการทดลอง สิ่งที่ทำได้คือการป้องกันด้วยการลดโอกาสการได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาชนะ หรือการเร่งปฏิกิริยาทำให้เกิดไมโครพลาสติกมากขึ้น เช่น การใช้ความร้อนอุ่นอาหารจากภาชนะพลาสติก แต่ถ้าเลือกได้ก็เปลี่ยนใช้ภาชนะที่ทำจากแก้ว และ/หรือ เซรามิก

กลุ่มเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กทารก และผู้สูงวัย ถ้าหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะพลาสติกและการกระตุ้นทำให้มีไมโครพลาสติกออกมาได้ ก็น่าจะเป็นการป้องกันที่ดีกว่า

ในภาพรวม เรื่องนี้เป็นการเหมารวมถุงชาทุกชนิด หรือบอกว่าต้องหยุดื่มชาทันที ยังมีข้อมูลบางส่วนไม่สามารถนำมาอ้างอิงได้ ถ้าแชร์ต่ออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างได้

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : ชาถุงจุ่มน้ำร้อน เสี่ยงไมโครพลาสติก จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...