โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกียรติยศและคำสาปของมิชลินสตาร์

Reporter Journey

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2567 เวลา 00.48 น. • Reporter Journey

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมามี 12 ร้านอาหารถูกเพิ่มเข้าไปใน ‘The New York Michelin Guide’ การถูกเพิ่มเข้าไปในคู่มือนี้เป็นเหมือนก้าวแรกที่ปูไปสู่การรับรางวัล Michelin Star ในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ‘Strategic Management Journal’ กลับพบความจริงที่น่าตกใจว่า มันจะดีเสียกว่าถ้าร้านอาหารเหล่านี้ไม่ต้องมีดาว Michelin มาประดับ ! อ้าว ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

‘มิชลิน ไกด์’ จะเป็นหนังสือคู่มือที่มีรีวิวสั้น ๆ ของร้านอาหารแต่ละร้าน พร้อมระบุสัญลักษณ์ของรางวัลต่าง ๆ ที่ทางมิชลินมอบให้ และรางวัลที่ผู้บริโภคคุ้นหูและเป็นที่ใฝ่ฝันของเหล่าเชฟคือรางวัล ‘ดาวมิชลิน’ ซึ่งมีตั้งแต่ 1-3 ดาว

เราอาจคุ้นเคยมิชลินในฐานะแบรนด์ยางรถยนต์ แล้วทำไมถึงมาเป็นสถาบันมอบดาวหรือการันตีคุณภาพให้ร้านอาหารได้ ? ความเกี่ยวข้องคือเป็นการการันตีว่า ‘ร้านอาหารร้านนั้น ๆ คุ้มค่าที่จะขับรถจนยางรถยนต์สึกเพื่อไปชิม’ แต่จากผลวิจัย ถ้าจะขับรถเพื่อไปชิมร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลินตอนนี้อาจจะสายไปแล้ว เพราะบางทีร้านเหล่านั้นที่เคยได้ดาวอาจจะปิดตัวลงไปแล้ว

นักวิจัยจากคณะบริหารธุรกิจ UCL School of Management ได้ติดตามความเจริญรุ่งเรืองของร้านอาหารที่เปิดในมหานครนิวยอร์กในช่วงปี พ.ศ.2543-2557 (14 ปี) ที่ได้รับความนิยมจนถูกบรรจุอยู่ใน Michelin Guide จนกระทั่งได้ดาว นักวิจัยกลับพบว่าร้านเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ #ปิดตัวลง ในเวลาต่อมา มากกว่าร้านอาหารทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้ดาว และถึงแม้จะคำนึงถึงเรื่องราคา ที่ตั้ง ประเภทของอาหาร ผลจากการวิเคราะห์ก็ยังพบว่าร้านอาหารที่มีมิชลินสตาร์มีแนวโน้มที่จะปิดตัวลงอยู่ดี โดยตั้งแต่ปี พ.ศ.2548-2557 ร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลีนปิดตัวลงไปถึง 40% (ทุก ๆ 10 ร้านมิชลินสตาร์ จะต้องมี 4 ร้านที่ปิดตัวลงในเวลาต่อมา)

มิชลินสตาร์ช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้กับร้านอาหาร เจ้าของร้าน และเชฟ ผลการศึกษายังพบว่าร้านไหนที่ได้ดาวมิชลีนการค้นหาใน Google ของร้านนั้น ๆ จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่า แต่ชื่อเสียงที่ได้มาก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน

ราคาที่ต้องจ่ายประการแรก

การเป็นจุดสนใจจะทำให้ความคาดหวังเพิ่มสูงขึ้นตาม หน้าตาลูกค้าของร้านก็จะเปลี่ยนไป จากขาประจำเป็นขาจรมากขึ้นจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ก็จะทำให้ร้านมีต้นทุนเพิ่ม ไม่ว่าจะจากทั้งแรงงานในร้านที่ต้องมีคนมาช่วยงานเพิ่ม และการรักษามาตรฐานของอาหารให้เป็นไปตามความคาดหวัง

ราคาที่ต้องจ่ายประการที่สอง

เมื่อร้านถูกขนานนามว่าเป็น ‘ร้านระดับมิชลินสตาร์’ สายพานทางธุรกิจ เช่น ซัพพลายเออร์วัตถุดิบต่าง ๆ จะใช้โอกาสนี้ในการเรียกเก็บเงินจากร้านเพิ่ม พ่อครัวเองก็ต้องการเงินเดือนที่เหมาะสมกับความสามารถและชื่อเสียงของตน หรือบางทีพ่อครัวที่อยู่กับร้านตั้งแต่วันแรกจนร้านมีดาวก็มีแนวโน้มที่จะถูกร้านคู่แข่งแย่งชิงตัวไป

ธุรกิจอาหารไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรมเดียวที่รางวัลเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าบริษัทที่บริหารโดย ‘เจ้านายที่ได้รับรางวัล’ มักประสบผลสำเร็จต่ำกว่าผลงานที่เคยทำได้ในอดีต เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ผู้บริหารไม่เคยได้รับรางวัลมาก่อน เช่นเดียวกับเชฟระดับมิชลินสตาร์ ซีอีโอระดับซูเปอร์สตาร์มักเรียกร้องเงินเดือนที่สูงกว่าและเสียสมาธิกับสิ่งเร้าและปัจจัยภายนอกได้ง่ายกว่า ในวงการสิ่งพิมพ์ รางวัลก็นำมาซึ่งอันตราย ผู้เขียนที่ได้รับรางวัลมักถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงมากกว่าก่อนที่ผู้เขียนคนนั้น ๆ จะประสบความสำเร็จ

The Economist แสดงความเห็นว่า “สำหรับเจ้าของร้านอาหารที่ทำธุรกิจเพื่อชื่อเสียง รางวัลมิชลินสตาร์จะยังคงน่าดึงดูดเกินกว่าที่จะไม่คว้าไว้ แต่สำหรับร้านอาหารที่ต้องการประกอบธุรกิจต่อไป คงจะปลอดภัยกว่าถ้าไม่ต้องสนใจมิชลินสตาร์ และมุ่งมั่นทำธุรกิจ ทำอาหารของตัวเองต่อไป”

หากดูจากผลการวิจัย
มิชลินสตาร์เป็นทั้งเกียรติยศ
และเป็นทั้งคำสาปในเวลาเดียวกัน

ที่มา : The Economist

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...