มาลี ร้อนระอุ อุณหภูมิพุ่ง 48 องศาฯ ผงะ วันเดียวเสียชีวิตกว่าร้อยศพ
วันที่ 19 เม.ย. 67 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในรายงานการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ ระบุช่วงหนึ่งว่า คลื่นความร้อน ที่ปกคลุมภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกและภูมิภาคซาเฮล ตอนกลางของทะเลทรายสะฮารา จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ อันเป็นผลจากการกระทำจากมนุษย์
โดยเมื่อเดือน มี.ค.ผ่านมา ประเทศมาลี มีอุณหภูมิสูงถึง 48 องศาเซลเซียส และตามรายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิตเพราะอากาศร้อนจัดกว่า 100 ราย โดยสาเหตุสำคัญที่นักวิจัยชี้ คืออุณหภูมิที่สูงกว่าปกติถึง 1.4 องศาเซลเซียส อันเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ส่วนการวิจัยอีกฉบับหนึ่งระบุว่าด้วยความแห้งแล้งในแอฟริกาตอนใต้ ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นสาเหตุใหญ่มากกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ หลายพื้นที่ในภูมิภาคซาเฮลและทั่วภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกถูกคลื่นความร้อนถาโถมอย่างหนัก ในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.- ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นักวิจัยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อนเป็นนานถึง 5 วันในภูมิภาคดังกล่าว
ส่วนผลการวิจัยใหม่จากนักวิทยาศาสตร์กลุ่มสภาวะอากาศโลกระบุว่าอากาศร้อนจัดในตอนกลางวันและกลางคืนเป็นผลจากการใช้ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซเป็นเวลานาน รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่าอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกรวนที่ทำให้อุณหภูมิในมาลีและบูร์กินาฟาโซสูงกว่าปกติ 1.5 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิตอนกลางคืนร้อนกว่าค่าเฉลี่ย 2 องศาเซลเซียส ขณะอุณหภูมิเฉลี่ยตลอด 5 วัน ในช่วงอากาศร้อนจัดพบว่าอุณหภูมิสูงขึ้น 1.4 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหลายประเทศทางใต้ของทวีปแอฟริกาต้องเผชิญกับภัยแล้งรุนแรงทำให้พืชผลการเกษตรเสียหายในหลายประเทศ ประชาชนราว 20 ล้านคนเผชิญกับความหิวโหย ประชาชนในแซมเบียและซิมบับเวขาดแคลนน้ำ ซ้ำร้ายยังเกิดอหิวาตกโรคระบาดจนต้องประกาศภาวะภัยพิบัติทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งเพื่อนบ้านอย่างมาลาวี
หลังจากนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนเพื่อหาสาเหตุของภัยแล้งก็ได้คำตอบว่าภาวะโลกรวนไม่ได้มีผลมากนักต่อปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาน้อยในช่วงเดือน ธ.ค. 66 - ก.พ. 67 แต่ให้น้ำหนักกับปรากฏการณ์เอลนีโญมากกว่าเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเข้ามาในมหาสมุทรแปซิฟิกส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในหลายพื้นที่
ปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งล่าสุดรุนแรงที่สุดเมื่อเดือน ธ.ค. ส่งผลให้ฝนตกน้อยมากทั่วตอนใต้ของทวีปแอฟริกา การที่ทั่วโลกอุ่นขึ้นและภัยแล้งรุนแรงเช่นนี้มักเกิดขึ้นทุก ๆ 10 ปี แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าความแห้งแล้งจะรุนแรงขึ้นเป็น 2 เท่าในปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ