โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ต้นไม้ช่วยลดปัญหาน้ำท่วม" ในเมืองลดได้ 20% และต้นไม้บนภูเขา ก็ช่วยให้ดินซับน้ำดีขึ้น 70 เท่า

Environman

เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

ต้นไม้ ‘ช่วยลดปัญหาน้ำท่วม’ ตามการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ การปลูกต้นไม้รอบแม่น้ำอาจช่วยลดระดับน้ำท่วมในเมืองได้ 20% และการปลูกต้นไม้บนภูเขาก็ช่วยให้ดินซับน้ำได้มากขึ้น 70 เท่า

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยประสบปัญหาฝนตกหนักซึ่งทำให้เกิด ‘น้ำท่วมฉับพลัน’ และ ‘น้ำป่าไหลหลาก’ ซึ่งสร้างผลกระทบที่เลวร้ายไม่ใช่กับมนุษย์เท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ต้องมารับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจากมนุษย์

ฝนที่ตกลงอย่างหนักทำให้ปริมาณน้ำมหาศาลไหลลงไปตามทางด้วยความรวดเร็ว พื้นที่หลายแห่งที่ไม่เคยท่วมเลยกลับท่วมอย่างหนัก แม่น้ำหลายสายต่างก็เอ่อล้นออกมา ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมืองต่างก็ต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วม จนผู้เชี่ยวชาญบางคนระบุว่าประเทศไทยในตอนนี้กำลังอยู่สภาวะ ‘สภาพอากาศสุดขั้ว’ แล้ว

“ปกติร่องมรสุมมันก็จะค่อย ๆ ขยับจากข้างบนลงมาข้างล่างถูกไหมครับ” ดร.ธนพล พิมาน หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (Stockholm Environment Institute – SEI) กล่าวกับ BBC ไทย

“แต่ตอนนี้ร่องมรสุมหรือร่องความกดอากาศต่ำมันกลับหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นระยะเวลานานมากขึ้น จากปกติ 3-4 วันมาต้องค่อย ๆ เลื่อนลงมา ก็แช่อยู่ตรงนั้นเป็นอาทิตย์ ทำให้ฝนตกกระจุก ทำให้เกิดน้ำเยอะในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง”

ทาง BBC กล่าวต่อว่า เมื่ออ้างถึงรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพาอากศหรือ IPCC แล้วระบุว่าช่วงหน้ามรสุมนี้ประเทศในเอเชียตะวันออกส่วนใหญ่ กำลังประสบปัญหากับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น แต่จำนวนวันที่ฝนตกนั้นกลับลดลง

ความหมายก็คือประเทศไทยจะต้องเจอกับวันที่ฝนตกหนักมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวินาทีมากขึ้นแต่ในระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือดินถล่มได้ง่าย ๆ

แต่ส่วนหนึ่งที่ทำให้ปัญหาเลวร้ายลงก็คือ การขาดแนวป้องกันตามธรรมชาตินั่นก็คือต้นไม้ เมื่อฝนตกลงบนภูเขาที่มีต้นไม้น้อยหรือแทบไม่มีเลย ปริมาณน้ำมหาศาลก็สามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่นโดยไม่ถูกดูดซับหรือชะลอลงเลย

“ป่าไม้ซึ่งควรเป็นสถานที่ที่พืชพรรณปกคุลมตามธรรมชาติได้ถูกกำจัดและแทนที่ด้วยพืชไร่หรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์” Roland Ennos ศาสตราจารย์ด้านชีวกลศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮัลล์ กล่าว “พื้นที่เกษตรกรรมทั้งสองประเภทนี้ปล่อยน้ำไหลบ่ามากกว่าป่าไม้มาก”

ศาสตราจารย์ Ennos เสริมว่าพื้นดินเหล่านั้นถูกอัดให้แน่นขึ้นด้วยเครื่องจักร ซึ่งทำให้ดินซึมผ่านได้ยากขึ้น และทำให้น้ำฝนไหลลงสู่ใต้ดินได้น้อยลง ขณะเดียวกันพื้นที่ที่ถูกตัดให้เรียบเป็นหน้ากลองนั้นก็ไม่สามารถต้านทานการไหลบ่าของน้ำได้เลย

เช่นเดียวกับในเมืองซึ่งเป็นตัวอย่างการปรับเปลี่ยนที่ชัดเจน เมื่อผิวดินถูกปกคุลมด้วยอาคารและถนนที่น้ำซึมผ่านไปม่ได้ น้ำฝนจะตกลงและไหลลงสู่ท่อระบายน้ำอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อต้องเผชิญกับฝนตกหนักอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ท่อระบายก็จะเต็มความจุและเกิดน้ำท่วมขึ้น

นักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาแนวทางป้องกันน้ำท่วมอยู่หลายวิธี เนื่องจากปัจจุบันทั่วโลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ทำให้มีความเสี่ยงฝนตกหนักมากขึ้น และหลายพื้นที่ก็เริ่มประสบปัญหาแล้ว แนวทางที่พวกเขาแนะนำก็คือ ปลูกต้นไม้ตามลำน้ำสายย่อยที่พาน้ำไปยังแม่น้ำสายหลัก

รายงานระบุว่าจะสามารถลดน้ำท่วมสูงสุดได้ถึง 20% เนื่องจากการปลูกต้นไม้รอบ ๆ ลำน้ำสายเล็กจะช่วยชะลอน้ำให้ลงสายหลักช้าขึ้น อันที่จริงแล้วการศึกษาปี 2013 ระบุไว้ว่า ต้นไม้ช่วยซับน้ำฝนได้มากกว่ายางมะตอยถึง 2 เท่าและทำให้น้ำไหลบ่าลดลงประมาณ 60% เช่นเดียวกับพื้นที่นอกเมือง

“เราได้วัดปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เลี้ยงสัตว์และที่มีป่าไม้ดูดซับ ซึ่งพบว่าพื้นที่หลัง(ป่าไม้)มีประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำมากกว่าดินบนพื้นที่เลี้ยงสัตว์ถึง 60 เท่า” ดร. Zoe Carroll จากศูนย์นิเวศวิทยาและอุทกวิทยา กล่าว “เราคาดว่าจะพบความแตกต่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะแตกต่างในระดับนี้”

ขณะเดียวกันการศึกษาในปี 2015 ก็ชี้ให้เห็นว่า การมีต้นไม้อยู่ก็ช่วยให้น้ำซึมลงในดินได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 70 เท่า ซึ่งส่งผลให้ทำให้น้ำไหลบ่าบนพื้นดินลดลงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าจำเป็นต้องมีแนวทางป้องกันเชิงกลยุทธ์จากภาครัฐร่วมด้วย

“ผลกระทบของต้นไม้ที่มีต่อดินนั้นมีนัยสำคัญกว่ามาก ใบไม้ร่วงจะสร้างชั้นดินที่ลึกและอุดมไปด้วยฮิวมัส (humus สารอินทรีย์ที่เกิดจากการย่อยสลายของซากพืช ซากสัตว์ในดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์) ซึ่งรกาไม้ที่อยู่ใต้พื้นดินก็จะแทรกซึมลงไปในดิน ทำให้ดินแห้งและเพิ่มการซึมผ่าน กลไกเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างดี” ศาสตราจารย์ Ennos กล่าว

อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ต้องมีแผนป้องกันและรับมือกับน้ำท่วมที่ทำจริงจังร่วมด้วยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การพึ่งพาแต่ธรรมชาติเพียงอย่างเดียวและยังคงมีการตัดไม้ทำลายป่าร่วมด้วยอาจทำให้ทุกอย่างแย่ลง

ที่มา

http://ec.europa.eu/…/research/newsalert/pdf/343na1.pdf

https://theconversation.com/can-we-really-prevent-floods…

https://www.bbc.com/news/science-environment-35777927

https://www.bbc.com/thai/articles/c87044p10w4o

https://www.cbc.ca/…/tree-planting-reduces-flood-risk-1…

https://environment.ec.europa.eu/…/science-environment...

https://www.epa.gov/…/soak-rain-trees-help-reduce-runoff

https://www.charteredforesters.org/trees-can-reduce-floods

Photo: Earth.org

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...