"ต้นไม้ช่วยลดปัญหาน้ำท่วม" ในเมืองลดได้ 20% และต้นไม้บนภูเขา ก็ช่วยให้ดินซับน้ำดีขึ้น 70 เท่า
ต้นไม้ ‘ช่วยลดปัญหาน้ำท่วม’ ตามการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ การปลูกต้นไม้รอบแม่น้ำอาจช่วยลดระดับน้ำท่วมในเมืองได้ 20% และการปลูกต้นไม้บนภูเขาก็ช่วยให้ดินซับน้ำได้มากขึ้น 70 เท่า
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยประสบปัญหาฝนตกหนักซึ่งทำให้เกิด ‘น้ำท่วมฉับพลัน’ และ ‘น้ำป่าไหลหลาก’ ซึ่งสร้างผลกระทบที่เลวร้ายไม่ใช่กับมนุษย์เท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ต้องมารับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจากมนุษย์
ฝนที่ตกลงอย่างหนักทำให้ปริมาณน้ำมหาศาลไหลลงไปตามทางด้วยความรวดเร็ว พื้นที่หลายแห่งที่ไม่เคยท่วมเลยกลับท่วมอย่างหนัก แม่น้ำหลายสายต่างก็เอ่อล้นออกมา ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมืองต่างก็ต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วม จนผู้เชี่ยวชาญบางคนระบุว่าประเทศไทยในตอนนี้กำลังอยู่สภาวะ ‘สภาพอากาศสุดขั้ว’ แล้ว
“ปกติร่องมรสุมมันก็จะค่อย ๆ ขยับจากข้างบนลงมาข้างล่างถูกไหมครับ” ดร.ธนพล พิมาน หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (Stockholm Environment Institute – SEI) กล่าวกับ BBC ไทย
“แต่ตอนนี้ร่องมรสุมหรือร่องความกดอากาศต่ำมันกลับหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นระยะเวลานานมากขึ้น จากปกติ 3-4 วันมาต้องค่อย ๆ เลื่อนลงมา ก็แช่อยู่ตรงนั้นเป็นอาทิตย์ ทำให้ฝนตกกระจุก ทำให้เกิดน้ำเยอะในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง”
ทาง BBC กล่าวต่อว่า เมื่ออ้างถึงรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพาอากศหรือ IPCC แล้วระบุว่าช่วงหน้ามรสุมนี้ประเทศในเอเชียตะวันออกส่วนใหญ่ กำลังประสบปัญหากับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น แต่จำนวนวันที่ฝนตกนั้นกลับลดลง
ความหมายก็คือประเทศไทยจะต้องเจอกับวันที่ฝนตกหนักมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวินาทีมากขึ้นแต่ในระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือดินถล่มได้ง่าย ๆ
แต่ส่วนหนึ่งที่ทำให้ปัญหาเลวร้ายลงก็คือ การขาดแนวป้องกันตามธรรมชาตินั่นก็คือต้นไม้ เมื่อฝนตกลงบนภูเขาที่มีต้นไม้น้อยหรือแทบไม่มีเลย ปริมาณน้ำมหาศาลก็สามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่นโดยไม่ถูกดูดซับหรือชะลอลงเลย
“ป่าไม้ซึ่งควรเป็นสถานที่ที่พืชพรรณปกคุลมตามธรรมชาติได้ถูกกำจัดและแทนที่ด้วยพืชไร่หรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์” Roland Ennos ศาสตราจารย์ด้านชีวกลศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮัลล์ กล่าว “พื้นที่เกษตรกรรมทั้งสองประเภทนี้ปล่อยน้ำไหลบ่ามากกว่าป่าไม้มาก”
ศาสตราจารย์ Ennos เสริมว่าพื้นดินเหล่านั้นถูกอัดให้แน่นขึ้นด้วยเครื่องจักร ซึ่งทำให้ดินซึมผ่านได้ยากขึ้น และทำให้น้ำฝนไหลลงสู่ใต้ดินได้น้อยลง ขณะเดียวกันพื้นที่ที่ถูกตัดให้เรียบเป็นหน้ากลองนั้นก็ไม่สามารถต้านทานการไหลบ่าของน้ำได้เลย
เช่นเดียวกับในเมืองซึ่งเป็นตัวอย่างการปรับเปลี่ยนที่ชัดเจน เมื่อผิวดินถูกปกคุลมด้วยอาคารและถนนที่น้ำซึมผ่านไปม่ได้ น้ำฝนจะตกลงและไหลลงสู่ท่อระบายน้ำอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อต้องเผชิญกับฝนตกหนักอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ท่อระบายก็จะเต็มความจุและเกิดน้ำท่วมขึ้น
นักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาแนวทางป้องกันน้ำท่วมอยู่หลายวิธี เนื่องจากปัจจุบันทั่วโลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ทำให้มีความเสี่ยงฝนตกหนักมากขึ้น และหลายพื้นที่ก็เริ่มประสบปัญหาแล้ว แนวทางที่พวกเขาแนะนำก็คือ ปลูกต้นไม้ตามลำน้ำสายย่อยที่พาน้ำไปยังแม่น้ำสายหลัก
รายงานระบุว่าจะสามารถลดน้ำท่วมสูงสุดได้ถึง 20% เนื่องจากการปลูกต้นไม้รอบ ๆ ลำน้ำสายเล็กจะช่วยชะลอน้ำให้ลงสายหลักช้าขึ้น อันที่จริงแล้วการศึกษาปี 2013 ระบุไว้ว่า ต้นไม้ช่วยซับน้ำฝนได้มากกว่ายางมะตอยถึง 2 เท่าและทำให้น้ำไหลบ่าลดลงประมาณ 60% เช่นเดียวกับพื้นที่นอกเมือง
“เราได้วัดปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เลี้ยงสัตว์และที่มีป่าไม้ดูดซับ ซึ่งพบว่าพื้นที่หลัง(ป่าไม้)มีประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำมากกว่าดินบนพื้นที่เลี้ยงสัตว์ถึง 60 เท่า” ดร. Zoe Carroll จากศูนย์นิเวศวิทยาและอุทกวิทยา กล่าว “เราคาดว่าจะพบความแตกต่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะแตกต่างในระดับนี้”
ขณะเดียวกันการศึกษาในปี 2015 ก็ชี้ให้เห็นว่า การมีต้นไม้อยู่ก็ช่วยให้น้ำซึมลงในดินได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 70 เท่า ซึ่งส่งผลให้ทำให้น้ำไหลบ่าบนพื้นดินลดลงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าจำเป็นต้องมีแนวทางป้องกันเชิงกลยุทธ์จากภาครัฐร่วมด้วย
“ผลกระทบของต้นไม้ที่มีต่อดินนั้นมีนัยสำคัญกว่ามาก ใบไม้ร่วงจะสร้างชั้นดินที่ลึกและอุดมไปด้วยฮิวมัส (humus สารอินทรีย์ที่เกิดจากการย่อยสลายของซากพืช ซากสัตว์ในดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์) ซึ่งรกาไม้ที่อยู่ใต้พื้นดินก็จะแทรกซึมลงไปในดิน ทำให้ดินแห้งและเพิ่มการซึมผ่าน กลไกเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างดี” ศาสตราจารย์ Ennos กล่าว
อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ต้องมีแผนป้องกันและรับมือกับน้ำท่วมที่ทำจริงจังร่วมด้วยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การพึ่งพาแต่ธรรมชาติเพียงอย่างเดียวและยังคงมีการตัดไม้ทำลายป่าร่วมด้วยอาจทำให้ทุกอย่างแย่ลง
ที่มา
http://ec.europa.eu/…/research/newsalert/pdf/343na1.pdf
https://theconversation.com/can-we-really-prevent-floods…
https://www.bbc.com/news/science-environment-35777927
https://www.bbc.com/thai/articles/c87044p10w4o
https://www.cbc.ca/…/tree-planting-reduces-flood-risk-1…
https://environment.ec.europa.eu/…/science-environment...
https://www.epa.gov/…/soak-rain-trees-help-reduce-runoff
https://www.charteredforesters.org/trees-can-reduce-floods
Photo: Earth.org