โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทาสทุ่มเงินให้สุขภาพเจ้านาย คลินิก-รพ.สัตว์ผุดพรึ่บชิงเม็ดเงิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 04.30 น.

เทรนด์ Pet Parent บูมไม่หยุด-เม็ดเงินสะพัด เหล่าทาสทุ่มหนัก 30,000-40,000 บาท/ปี ให้เจ้านายสุขภาพดี-อายุยืนยาว ทำคลินิก-รพ.สัตว์แข่งเดือด ผู้เล่นแห่ผุดสาขาใหม่ 600-700 แห่งทุกปี รพ.สัตว์ทองหล่อมุ่งจับมือพันธมิตรร่วมทุนร่วมบริหารสร้างรายได้ใหม่ ด้าน รพ.สัตว์อารักษ์โฟกัสโพซิชั่นเทคโนล้ำราคาจับต้องได้

จากเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงของคนในยุคปัจจุบันมีรูปแบบการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มเจ้าของเลี้ยงเดิมที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเอง และกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงมือใหม่ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยงต่อตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านสุขภาพสัตว์ ส่งผลให้คลินิก-รพ.สัตว์ต่างเดินหน้าขยายสาขาหลากหลายรูปแบบมาชิงเม็ดเงินก้อนนี้

ทุ่ม 3-4 หมื่นเพื่อสุขภาพเจ้านาย

สัตวแพทย์หญิงกฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันคนที่เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทั้งเรื่องอาหารการกิน หรือการดูแลรักษาต่าง ๆ โดยที่ผ่านมาเจ้าของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จะใช้จ่ายกับค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเฉลี่ยสูงถึง 30,000 บาทต่อปี

ตัวอย่าง เช่น การเลี้ยงหมาพันธุ์ใหญ่จะใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 28,000-29,000 บาทต่อปี ส่วนหมาพันธุ์เล็ก จะใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 24,000-26,000 บาทต่อปี ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ด้วยเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว จึงทำให้ผู้เลี้ยงยอมจ่าย เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของตนมีอายุยืนยาว และมีสุขภาพดี โดยปัจจุบันสัตว์เลี้ยงที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด คือ หมา 60% และแมว 40%

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ttb analytics ประเมินค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวระบุว่า เจ้าของจะมีภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 41,100 บาทต่อตัวต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงดูแบบปล่อยอิสระที่จะมีค่าใช้จ่ายเพียงราว 7,745 บาทต่อตัวต่อปี

ลุยร่วมทุนร่วมบริหาร

สัตวแพทย์หญิงกฤติกากล่าวต่อไปว่า จากเทรนด์ดังกล่าว รพ.สัตว์ทองหล่อ จึงมีแผนขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของตลาด โดยจะเน้นขยายธุรกิจในเชิง Portfolio Management ที่มีทั้ง Pet Hospital และ Pet Well Being โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2567 มีแผนขยายสาขาเพิ่มทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยการขยายสาขาในประเทศนั้นช่วงต้นเดือนตุลาคม เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่อโศก-ประสานมิตร บริเวณสุขุมวิท 31 ซึ่งนับเป็นสาขาที่ 21 โดยใช้งบฯลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท

ส่วนปี 2568 มีแผนย้ายโลเกชั่นสาขาปิ่นเกล้า ที่เดิมมีพื้นที่ขนาด 600 ตร.ม. ไปอยู่ตรงข้ามกับตั้งฮั่วเส็ง ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 4,500 ตร.ม. เพื่อรองรับดีมานด์ หลังสาขาปิ่นเกล้าเป็นสาขาที่มียอดขายเป็นอันดับ 2 รองจากสาขาทองหล่อ ขณะที่แผนขยายสาขาต่างประเทศ ในปี 2568 คาดว่าจะขยายเพิ่มอีก 1 แห่งในเวียดนาม ซึ่งจะเป็นการ JV กับพาร์ตเนอร์ โดยกำลังศึกษาตลาดทั้งโฮจิมินห์ และฮานอย ทำให้ ณ สิ้นปี 2567 รพ.สัตว์ทองหล่อจะมีสาขาอยู่ทั้งหมด 21 สาขา แบ่งเป็นไทย 20 สาขา และเวียดนาม 1 สาขา

นอกเหนือจากการขยายสาขา ยังมีแผนเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ไม่ว่าจะทั้ง รพ.สัตว์ด้วยกันเอง และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งในส่วนของการจับมือกับ รพ.สัตว์รายอื่น จะเน้นเข้าไปร่วมทุนและร่วมบริหารจัดการหลังบ้าน แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ Pet Hospital ร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์เปิดศูนย์รับส่งต่อโรคซับซ้อน โดยมีสำนักงานใหญ่และสาขาขนาดใหญ่รองรับการส่งต่อเพื่อวินิจฉัยรักษาก่อนส่งกลับโรงพยาบาลต้นทาง

อีกด้านคือ Pet Well Being ที่จะเน้นส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง เช่น บริการ Grooming, Pet Swimming Pool, Pet Park และสินค้าสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูงอย่าง Dr.Choice ซึ่งจากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าสิ้นปี 2567 จะเติบโต 6-8% หรือเทียบเท่าตลาดรวม

อัดเทคครบวงจรชิงลูกค้า

ด้าน สพญ.ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อารักษ์ แอนิมัล เฮลท์แคร์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ กล่าวว่า แม้ว่าตอนนี้จะมีคลินิก และรพ.สัตว์เปิดใหม่เฉลี่ย 700 แห่งต่อปี แต่ในตลาดสัตว์เลี้ยงมูลค่า 75,000 ล้านบาท โรงพยาบาลสัตว์มีสัดส่วน 9% หรือเท่ากับ 6,640 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามจำนวน Pet Parents

โดยบริษัทจะชิงสร้างความได้เปรียบด้วยการเดินหน้าขยายสาขา พร้อมเทคโนโลยีและบริการแบบครบวงจรในราคาเข้าถึงได้ มีไฮไลต์เป็นสาขาแฟลกชิปแห่งแรกที่ทองหล่อ บนพื้นที่ประมาณ 5,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นสาขาต้นแบบของศูนย์การตรวจสุขภาพ และศูนย์ส่งต่อสัตว์เลี้ยงแก่โรงพยาบาลสัตว์เลี้ยงทั่วไป เน้นเจาะกลุ่มพรีเมี่ยมแมส ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

และเร็ว ๆ นี้เตรียมเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ที่เพชรเกษม บนพื้นที่ประมาณ 900 ตร.ม. ขณะที่ปี 2568 มีแพลนเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเล็งทำเลย่านถนนพระราม 2 นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีแผนการขยายธุรกิจไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของธุรกิจการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าสิ้นปี 2567 รพ.สัตว์อารักษ์จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ครึ่งปีหลังสำหรับภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงยังคงมองว่าจะมีการเติบโต แต่อาจจะไม่ได้เติบโตสูงเทียบกับเมื่อช่วงโควิด-19 เนื่องด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว”

ทั้งหมดนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงศักยภาพและความคึกคักของวงการสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่ยังเติบโตและแข่งขันดุเดือดอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทาสทุ่มเงินให้สุขภาพเจ้านาย คลินิก-รพ.สัตว์ผุดพรึ่บชิงเม็ดเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...