โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เหตุการณ์กราดยิงในอดีต ที่ควรรับรู้เป็นบทเรียน

TOJO NEWS

อัพเดต 04 ต.ค. 2566 เวลา 18.05 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2566 เวลา 11.05 น. • tareeya

ในขณะที่ประเทศไทย กำลังต้องเผชิญกับการกราดยิงอันอุกอาจใจกลางกรุงเทพ ผู้ที่ทำงานเป็นด่านหน้าด้านความรุนแรงในครอบครัว การติดยา และอาการป่วยทางจิตในประเทศ มองว่าจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งต่อไป

มาย้อนดูเหตุการณ์ในอดีตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ในการรับรู้ไว้เป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้อีก

กราดยิงหนองบัวลำภู

ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นตำรวจนอกราชการ ทราบชื่อในภายหลังว่าคือ ส.ต.อ. ปัญญา คำราบ เคยรับราชการอยู่ที่ สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ก่อนถูกไล่ออกจากราชการจากพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจ.หนองบัวลำภู ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37 คน รวมผู้ก่อเหตุ และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 10 คน ก่อนยิงตัวตายพร้อมลูกและภรรยาในเวลาต่อมา

กราดยิงโคราช

เกิดเหตุทหารคลุ้มคลั่งก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาพร้อมแม่ยายของผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต ที่นครราชสีมา จากนั้นได้ขับรถไปยังคลังอาวุธภายในค่ายทหาร ก่อนขับฮัมวี่พร้อมอาวุธสงครามจำนวนมากหลบหนีเข้าตัวเมือง และระหว่างทางได้ใช้อาวุธที่ขนมากราดยิงชาวบ้านที่สัญจรไปมาและตำรวจที่เข้าระงับเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จากนั้นหลบหนีเข้าไปในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช จากสถานการณ์นี้ ทำให้ มีผู้เสียชีวิต 20 ราย โดยศพทั้งหมดอยู่ที่ รพ.มหาราชฯ แล้ว ผู้เสียชีวิต 20 รายนี้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 16 ราย เสียชีวิตที่ รพ.มหาราชฯ 3 ราย และเสียชีวิตที่ รพ.กรุงเทพราชสีมา 1 ราย ผู้บาดเจ็บมีทั้งสิ้น 31 ราย อาการหนัก 10 ราย

สังหารหมู่ที่เวอร์จิเนียเทค
นายโช ซึง-ฮุย วัย 23 ปี นักศึกษาชาวเกาหลีใต้ของสถาบันโพลีเทคนิคและมหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย หรือ “เวอร์จิเนียเทค” ก่อเหตุกราดยิง 2 ครั้งบริเวณอาคารเรียน 2 แห่งภายในระยะเวลาห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2550 สังหารผู้คนไป 32 ศพ และบาดเจ็บอีก 23 คน ก่อนที่มือปืนจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งยังไม่มีรายงานยืนยันแน่ชัดว่า เป็นการฆ่าตัวตาย หรือถูกเจ้าหน้าที่ยิงวิสามัญโศกนาฏกรรมที่เวอร์จิเนียเทคในครั้งนี้ ถือเป็นการสังหารหมู่ด้วยมือปืนเพียงคนเดียวที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

กราดยิงที่ร้านอาหาร “ลูบี”

นายจอร์จ เฮนนาร์ด ชายว่างงานวัย 35 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนหน้าต่างกระจกของร้านอาหาร ลูบี ในเมืองคิลลีน รัฐเทกซัส เมื่อช่วงกลางวันของวันที่ 16 ต.ค. 2534 แล้วใช้อาวุธปืนไล่ยิงสังหารทั้งพนักงานและลูกค้าซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านเสียชีวิตคาที่ 23 ศพ และบาดเจ็บอีก 20 คน ก่อนจะหลบหนีการปิดล้อมจับของตำรวจเข้าไปในห้องน้ำของร้าน แล้วยิงปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเช่นกัน ผู้รอดชีวิตหลายรายกล่าวว่า เฮนนาร์ดน่าจะมีความรู้สึกในเชิง “ดูถูกและรังเกียจ” เพศหญิงอย่างรุนแรง เห็นได้จากจำนวนผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดที่เป็นผู้หญิง ซึ่งถูกเฮนนาร์ดยิงเข้าที่กลางศีรษะในระยะเผาขนอย่างเลือดเย็น

สังหารหมู่ที่บิงแฮมตัน
นายจิเวอริลี วง ชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม วัย 41 ปี ก่อเหตุกราดยิงภายในห้องเรียนสอนภาษาอังกฤษ ของสมาคมพลเมืองอเมริกัน ( เอซีเอ ) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่มอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้อพยพในสหรัฐ ตั้งอยู่ที่เมืองบิงแฮมตัน ในรัฐนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2552 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ศพ เป็นครูและเพื่อร่วมชั้นเรียนภาษาของวงทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน ส่วนมือปืนยิงปลิดชีพตัวเองก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าประชิดตัวทัน หลังเกิดเหตุ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ แถลงแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้สูญเสีย พร้อมกับประณามผู้ก่อเหตุว่า “สิ้นคิด”

จาก 5 เหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นนี้ ล้วนเกิดจากฝีมือของผู้กระทำที่ "ขี้ขลาด" โดยการใช้อาวุธกระทำร้ายผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง หวังว่าบทเรียนที่ผ่านมาจะทำให้ผู้คนตระหนักถึงความปลอดภัย และไม่เกิดเหตุการณ์เหล่าขึ้นอีก สำนักข่าวโตโจนิวส์ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่สูญเสีย และผู้ได้รับบาดเจ็บจากเกหตุการณ์ใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นด้วยนะคะ

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...