โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิริยะเงินกองทุนหนา 4 หมื่นล้าน ยันสภาพคล่องเพียงพอจ่ายเคลมโควิดทุกฉบับ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. 2565 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 09.39 น.

วิริยะประกันภัย ยันสภาพคล่องเพียงพอจ่ายเคลมประกันภัยโควิด “เจอจ่ายจบ” ทุกฉบับ แจงสิ้นปี’64 เงินกองทุนกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าเบี้ยรวมปีนี้โต 5% ยึดกลยุทธ์ Data-Driven Innovation

วันที่ 31 มีนาคม 2565 นายอมร ทองธิว กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานแถลงข่าวประจำปี 2565 ว่า การดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาต้องยอมรับธุรกิจประกันวินาศภัยทั้งระบบต่างเจอโจทย์ที่ยากที่สุด เพราะต้องเผชิญโควิด-19 ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่สอง โดยสิ่งที่ท้าทายมากที่สุดของบริษัทคือ การบริหารจัดการการจ่ายสินไหมประกันโควิดเจอจ่ายจบ เพราะมีจำนวนของผู้เอาประกันภัยที่มาเบิกเคลมประกันภัยโควิดมีปริมาณมาก และยื่นกันอย่างพร้อมเพรียงในคราวเดียวกันหรือช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

จ่ายเคลมโควิดไม่กระจุก

โดยบริษัทได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้เอาประกันภัยได้รับทราบว่า การยื่นเคลมค่าสินไหมนั้นสามารถไปยื่นได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของบริษัทที่มีอยู่ทุกที่ทั่วไทย และมีระบบเทคโนโลยีเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวส่งผลให้ภาวะกระจุกตัวในการทำเคลมได้ถูกกระจายไปยังแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็ว

ยันสภาพคล่องพอ เงินกองทุนหนา 4 หมื่นล้าน

สำหรับในปี 2565 แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น แต่บริษัทได้มีการประเมินความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา และจากการประมาณการในสถานการณ์การระบาดที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ก็มีสินทรัพย์สภาพคล่องและเงินกองทุนเพียงพอที่จะจ่ายค่าสินไหมในกรมธรรม์ประกันภัยโควิดทุกฉบับที่บริษัทได้ให้ความคุ้มครองไว้

สำหรับการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 38,800 ล้านบาท เติบโต 1.56% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แยกเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) จำนวน 33,400 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถ (Non-Motor) จำนวน 5,400 ล้านบาท โดยยังคงมีกำไรสุทธิประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งยังคงเป็นผู้นำที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจประกันวินาศภัยมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 30

“โดยประเมินเบี้ยรวมปี’65 คาดว่าจะโตกว่า 5% โดยธุรกิจน็อนมอเตอร์จะโต 3% มาอยู่ที่ 5,562 ล้านบาท อาจโตไม่สูงมากเพราะเบี้ยประกันโควิดจะหายไป ส่วนธุรกิจมอเตอร์คาดว่าจะโตได้ 6%” นายอมร กล่าว

“ภาพรวมเมื่อสิ้นปี’64 วิริยะประกันภัยมีสินทรัพย์รวม 80,000 ล้านบาท มีอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องสูงถึง 601% และมีเงินกองทุนประมาณ 43,000 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (CAR) อยู่ในระดับสูงเกินกว่ามาตรฐานที่สำนักงาน คปภ.กำหนดไว้ถึง 170%”

กลยุทธ์ Data-Driven ลูกค้า 8 ล้านกรมธรรม์

นายอมรกล่าวต่อว่า แผนการดำเนินงานในปีนี้ จะอยู่ภายใต้กลยุทธ์ “Data-Driven Innovation : เข้าใจ เข้าถึง เคียงข้างคุณทุกความเสี่ยงภัย” ซึ่งคณะผู้บริหารของบริษัทเห็นพ้องกันว่าจากเหตุการณ์วิกฤตโควิดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมาก และยังส่งผลกระทบไปถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะหดตัว กำลังซื้อลดลง บริษัทจึงเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองผู้เอาประกันภัยให้ทันต่อสถานการณ์ โดยการนำ Data-Driven Innovation มาใช้ ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าในมือประมาณ 8 ล้านกรมธรรม์

“เราสามารถนำข้อมูลที่เก็บสะสมมาตลอด 75 ปีตั้งแต่ก่อตั้ง มาคำนวณและประมาณการหาความคุ้มครองที่เหมาะสมกับผู้เอาประกันภัยกลุ่มต่าง ๆ ได้ ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมในปีนี้” นายอมรกล่าว

ส่งประกันรถตามพฤติกรรมขับขี่-สุขภาพ

สำหรับประกันภัยรถยนต์ปีนี้ มีแผนจะออกขายประกันรถตามพฤติกรรมขับขี่หรือตามลักษณะการใช้รถเพิ่มอีกจำนวน 1-2 ผลิตภัณฑ์ จากที่ได้พัฒนาต่อยอดประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 (2+, 3+) ระยะสั้น ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองแบบไม่เต็มปีได้

ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 รวมความคุ้มครองความเสียหายต่อรถ กรณีรถชนรถฝ่ายถูก เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการทำประกันภัย ป.3 เป็นหลัก แต่ไม่ต้องการมีปัญหาในการจัดซ่อมรถ และติดตามเรียกร้องจากคู่กรณีหากถูกชน โดยบริษัทจะเป็นคนดูแลการจัดซ่อมรถให้ลูกค้า และสวมสิทธิไปเรียกร้องจากคู่กรณีเอง

ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 (2+) ซ่อมห้าง เพื่อตอบสนองลูกค้าในช่วงโควิด ที่ยังเป็นรถใหม่ อายุไม่เกิน 5 ปี แต่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันจากประกันภัยประเภท 1 ทำประกันแบบ 2+ แทน และผลิตภัณฑ์เพื่อสนองรับความต้องการผู้คนในแต่ละภูมิภาคได้เป็นการเฉพาะ แตกต่างทั้งเงื่อนไขความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัย

ส่วนทางด้านประกันน็อนมอเตอร์ โดยเฉพาะประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพบริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการรายบุคคล (Personalization)

บุกตลาดรถอีวี ขยายศูนย์เคลม “ปั๊ม-ห้าง”

นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำเร็จในการให้บริการสินไหมว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายศูนย์บริการสินไหมออกไปมาก ทั้งในศูนย์การค้า ปั๊มน้ำมัน อาคารพาณิชย์ตามย่านชุมชน และย่านการจราจรหนาแน่นที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ ตลอดไปถึงการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การบริการเคลมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือของลูกค้าเพียงเครื่องเดียว ด้วยระบบ VDO CALL (VClaim on VCall)

“เราให้บริการลูกค้ากว่าล้านกรมธรรม์ต่อปี ข้อมูลการทำประกันภัยของลูกค้าที่สะสมมาต่อเนื่องกันหลายปี จึงมีจำนวนมากมายมหาศาล โดยเฉพาะสถิติข้อมูลการเกิดเหตุ ลักษณะการเกิดเหตุ ช่วงเวลาเกิดเหตุ พื้นที่เกิดเหตุ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราบริหารจัดการงานสินไหมของบริษัทให้มีความแม่นยำ ลดระยะเวลาและขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็ว” นายสยมกล่าว

นอกจากนี้ นายสยมได้กล่าวถึงศักยภาพและความพร้อมรองรับการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความพร้อมรองรับการรับประกัน โดยข้อมูลรถยนต์อีวีจดทะเบียนเดือน ก.พ. 65 เฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง มีจำนวน 5,400 คัน บริษัทได้รับประกันไว้ประมาณ 700 คัน อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มความนิยมและกระแสการตอบรับรถยนต์อีวีของผู้ใช้คนไทยเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายค่ายดังที่ทยอยเปิดตัวอีกนับสิบแบรนด์

บริษัทเตรียมความพร้อมรองรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้ามาร่วม 4 ปี ตั้งแต่วิวัฒนาการมาจากรถยนต์ปลั๊ก อิน ไฮบริด โดยร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายชั้นนำ ในการเติมเต็มการให้บริการผู้ใช้รถยนต์ EV อย่างครบวงจร ด้วยการวางแผนจัดโครงสร้างเบี้ยประกัน จัดระบบสินไหมการซ่อม การจัดบริการอะไหล่ เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามั่นใจในการขับขี่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสิ่งแวดล้อมสะอาดด้วยพลังงานไฟฟ้า

ยกระดับตัวแทนนายหน้า

นายดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาช่องทางการขาย ปัจจุบันตัวแทนและนายหน้าเป็นช่องทางหลักสำคัญ มีอยู่ประมาณเกือบ 10,000 คน เบี้ยประกันที่ได้รับมาทั้งหมดกว่า 50% ดังนั้นต้องสนับสนุนให้ตัวแทนและนายหน้า สามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคของข้อมูลข่าวสารและการเข้าสู่สังคมดิจิทัล และสามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เป้าน็อนมอเตอร์ 5.5 พันล้านโต 3%

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถึงแม้บริษัทจะเจอภาวะวิกฤตโควิดที่หนักหน่วงในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ผลการดำเนินงานของน็อนมอเตอร์ ในปี 2564 ยังคงเติบโตได้ถึง 12.17% ด้วยเบี้ยประกันภัยรวม 5,400 ล้านบาท และบริษัทยังคงสามารถขยายอัตราส่วนประกันน็อนมอเตอร์เพิ่มเป็น 13.98% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยพอร์ตประกันภัยสุขภาพ เติบโตขึ้น 102% มาอยู่ที่ 851 ล้านบาท ทำให้ Market Share เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.7% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 3.3%

เป้าหมายหลักปี’65 ธุรกิจน็อนมอเตอร์จะโต 3% มาอยู่ที่ 5,562 ล้านบาท โดยจะยังคงเพิ่มสัดส่วนประกันน็อนมอเตอร์เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมุ่งเน้น พัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ ด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงรายบุคคล รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างเช่น บริษัทยังได้ขยายการดูแลต่อไปยังสุขภาพของรถยนต์ด้วย

โดยเมื่อต้นปีนี้บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คือ “ประกันภัยการขยายเวลารับประกันสำหรับอะไหล่รถยนต์” หรือ “Extended Warranty” ด้วยแนวคิดที่ว่าหากประกันภัยรถยนต์คุ้มครองอุบัติเหตุ ประกันภัยนี้ก็จะคุ้มครองสุขภาพของรถคุณ ซึ่งแผนนี้ออกแบบให้คุ้มครองต่อเนื่องได้ทันทีเมื่อระยะการรับประกันจากผู้ผลิตสิ้นสุดลง ซึ่งให้ความคุ้มครองสูงสุด 14 กลุ่มอะไหล่หลักและชิ้นส่วน 278 รายการ

ส่วนทางด้านการพัฒนาบริการ บริษัทยังคงมุ่งเน้นพัฒนาระบบ Core System เพื่อรองรับการเติบโตของประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพัฒนาระบบ CRM และการใช้ Data-Driven เข้ามาช่วย เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

 

วิริยะประกันภัย เป็นบริษัทประกันวินาศภัยขนาดใหญ่ มาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ของตลาด โดยก่อตั้งมากว่า 75 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...