โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘19 ลูกเรือประมง’เฮ!งัดหลักฐานVMSสู้ มาเลเซียยอมปล่อยพ้นคุก กลับถึงไทยแล้ว

แนวหน้า

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

‘ลูกเรือประมงไทย’ 19 ชีวิตดีใจพ้น‘คุกมาเลเซีย’ ได้รับการปล่อยตัวกลับไทย หลัง‘ธรรมนัส’งัดหลักฐานจาก VMS กรมประมง ชี้ชัดไม่ได้จงใจรุกล้ำน่านน้ำ เหตุจากคลื่นลมแรง ข่าวดีรอบ 2 กลับมาแล้วยื่นขอออกทำการประมงได้ทันที ตามประกาศกรมประมงฉบับใหม่

จากกรณี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา เรือประมงไทย จำนวน 4 ลำ มีลูกเรือทั้งหมด 19 ราย ถูกทางการมาเลเซีย จับกุมในข้อหา “ผ่านน่านน้ำภายในโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 16 (3) Akta Perikanan 1985” และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา หลังร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งประสานสำนักงานประสานงานชายแดนไทยมาเลเซีย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ กองทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานในพื้นที่ให้เร่งให้การช่วยอย่างเต็มที่

ล่าสุดวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ณ ท่าเทียบเรือประมงสงขลา 2 ท่าสะอ้าน จังหวัดสงขลา นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยหลังได้รับการรายงานจากนายจรูญศักดิ์ เพชรศรี ผู้ตรวจราชการกรม ว่า เมื่อเวลา 08.00 น. เรือประมงไทยที่ถูกจับกุมไป ทั้ง 4 ลำ ประกอบด้วย เรือทรัพย์รุ่งเจริญชัย 31 เรือลูกเจี๊ยบ 89 เรือ ล.ทวีทรัพย์ 29 และ เรือวีระประมง 999 ซึ่งมีลูกเรือทั้งหมด 19 คน ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยกรมประมง พร้อมด้วยสหวิชาชีพ ทั้ง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมการจัดหางาน และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดำเนินการตรวจเรือ ตามมาตรการแจ้งเข้าแจ้งออกเรือประมง PIPO

จากการสอบถามลูกเรือ มีกำลังใจดี และกล่าวขอบคุณทางการไทยที่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) ได้มอบหมายให้กรมประมงนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบเป็นขวัญกำลังใจและฝากความห่วงใยให้กับลูกเรือทั้ง 4 ลำด้วย พร้อมเน้นย้ำให้อำนวยความสะดวกในการดำเนินการตามกฎหมายของทุกหน่วยงาน และเร่งดำเนินการเพื่อให้เรือออกทำการประมงได้โดยเร็ว

สำหรับกรณีดังกล่าว เรือประมงทั้งหมดซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการประมงในฝั่งอันดามัน ได้เดินทางออกจากภูเก็ต เพื่อจะมาทำการประมงในฝั่งอ่าวไทย เมื่อช่วงวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 และเรือประมงทั้ง 4 ลำ มีความประสงค์ที่จะเดินทางผ่านน่านน้ำมาเลเซีย เพื่อเข้าสู่พื้นที่ทะเลอ่าวไทย จังหวัดสงขลา แต่เนื่องจากช่วงดังกล่าวประสบกับคลื่นลมแรง และเรือเครื่องยนต์ขัดข้อง เป็นเหตุให้เรือประมงถูกซัดเข้าไปในเขตน่านน้ำประเทศมาเลเซีย ณ บริเวณเกาะติโอมัน จึงได้ถูกหน่วยยามฝั่งมาเลเซีย (Malaysian Maritime Enforcement Agency : MMEA) เข้าควบคุม ซึ่งเมื่อทางกองทัพเรือได้รับการแจ้งขอความช่วยเหลือมา จึงได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ กรมประมง ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และสำนักงานประสานงานชายแดนไทยมาเลเซีย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 ฯลฯ เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน

กรมประมงจึงได้นำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) ซึ่งเมื่อท่านทราบเรื่อง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้กรมประมงได้เร่งตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเดินเรือจากระบบติดตามเรือ VMS จากศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (Fisheries Monitoring Center : FMC) และข้อมูลการแจ้งออก จากศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมง ของกรมประมง ซึ่งจากเอกสารแจ้งออกมีการกำหนดวัตถุประสงค์กลับภูมิลำเนา ข้อมูลเอกสารการขอย้ายเรือข้ามฝั่งของเรือทั้ง 4 ลำ อย่างชัดเจน จึงสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันถึงพฤติการณ์การเดินเรือและการทำการประมงของเรือทั้ง 4 ลำ ที่ชี้ชัดว่าการรุกล้ำน่านน้ำเข้าไปในมาเลเซียนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจกระทำความผิด

ทั้งนี้ ท่านรัฐมนตรีฯ จึงได้รีบประสานไปยังสำนักงานประสานงานชายแดนไทยมาเลเซีย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ กองทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานในพื้นที่ให้เร่งให้การช่วยเหลือโดยด่วน จนกระทั่งทางการมาเลเซียยอมปล่อยตัวแรงงานและเรือทั้งหมด เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 และได้ส่งกลับมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการทำงานของศูนย์ FMC ที่จะมีการติดตามเฝ้าระวังการทำการประมงแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือ เจ้าของเรือสามารถตรวจสอบและติดตามการเดินเรือได้ หากเกิดเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

เรือทั้ง 4 ลำ กลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างกำลังยื่นเพื่อขออนุญาตทำการประมงในฝั่งอ่าวไทย สำหรับกรณีนี้ ท่านรัฐมนตรีฯ ธรรมนัส ได้เร่งสั่งการให้กรมประมงปรับปรุงระเบียบใหม่ เพื่อให้การย้ายฝั่งทำการประมงสำหรับเรือที่ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว สามารถย้ายฝั่งได้ตลอดทั้งปี ทุกประเภทเครื่องมือ ให้เหมาะสมตรงกับบริบทที่แท้จริงของชาวประมง โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขไม่เกินโควตาปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ใหม่ ส่วนเรื่องของวันทำการประมงให้ได้รับวันทำการประมงเท่ากับจำนวนวันทำการประมงปกติของเรือในพื้นที่ที่ขอย้ายไป แต่ต้องไม่มากกว่าจำนวนวันที่ได้รับอยู่เดิม ซึ่งเรื่องนี้ กรมประมงได้ออกประกาศกรมประมง เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเปลี่ยนพื้นที่การทำการประมง แล้วเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 พร้อมได้นำส่งไปเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...