โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด.ญ.วัย 13 เปิดเทอม 1 เดือน ยังไม่ได้ไปเรียน รู้ความจริงสะเทือนใจ ตาหาเลี้ยง 4 ชีวิต

Khaosod

อัพเดต 22 มิ.ย. 2566 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2566 เวลา 07.55 น.

ด.ญ.วัย 13 เปิดเทอม 1 เดือน ยังไม่ได้ไปเรียน รู้ความจริงสะเทือนใจ ตาหาเลี้ยง 4 ชีวิต

วันที่ 22 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบเด็กหญิงวัย 13 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนบ้านโพธิ์ เขตเทศบาลนครตรัง เปิดเทอมผ่านมา 1 เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้ไปเรียนต่อชั้น ม.1 เนื่องจากครอบครัวยากลำบาก ไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 24/42 ถนนบ้านโพธิ์ ในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งเป็นบ้านเช่าที่ ด.ญ.กรกนก หรือน้องมีน บุตรครุฑ อายุ 13 ปี อาศัยอยู่กับคุณตาบุญธรรม คุณยาย ลูกชายของคุณตาคุณยาย และพี่ชายของน้องมีน โดยผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับ น้องมีน ตามคำบอกเล่าของ ร.ต.อ.จำรูญ ทองขำดี สมาชิกสภาเทศบาลนครตรัง

เบื้องต้นให้ข้อมูลว่า ครอบครัวอยู่กันค่อนข้างลำบาก เนื่องจาก นายแต้น สุขไหล อายุ 67 ปี คุณตาบุญธรรม ต้องทำงานเพียงลำพัง แต่มีภาระต้องดูแลลูกชายวัย 17 ปี หลานสาววัย 17 ปี ทั้งสองคนเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง รวมทั้งต้องดูแล น้องมีน วัย 13 ปี และภรรยาซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

โดยเฉพาะ น้องมีน หลานบุญธรรม หลังเรียนจบจากโรงเรียนเทศบาล 2 วัดกะพังสุรินทร์ ในเขตเทศบาลนครตรัง ก็ไม่ได้เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เนื่องจากน้องไม่มีคนพาไปสมัครเข้าเรียน ไม่มีเงินใช้เรียนต่อ ไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนอื่นๆ ซึ่งขณะนี้โรงเรียนเปิดเทอมไปแล้ว 1 เดือน แต่น้องยังต้องอยู่ที่บ้าน แม้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 สังขวิทย์ จะรับน้องเข้าเรียนชั้น ม.1 แล้วก็ตาม

ร.ต.อ.จำรูญ กล่าวว่า ตนทราบเรื่องจากคุณครูที่มาเยี่ยมบ้านของพี่สาวน้องมีน ทำให้ทราบข้อมูลว่า น้องจบ ป.6 แล้ว แต่ผ่านมา 1 เดือนยังไม่ได้เข้าเรียนต่อชั้น ม.1 จึงได้แจ้งประสานมายังตนเพื่อให้ประสานความช่วยเหลือ เพราะครอบครัวนี้อยู่กันค่อนข้างลำบาก ตนจึงได้ร่วมมือกับ อสม.ในพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น จึงพบว่าเป็นจริง

จึงพยายามหาทางช่วยเหลือ ด้วยการพาไปสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนเทศบาล 1 สังขวิทย์ แต่มีปัญหาเรื่องเสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ตนและ อสม.จึงได้ช่วยกันประสานขอความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงคนรู้จักกัน ช่วยกันคนละเล็กละน้อย จนได้ชุดนักเรียนมาแล้ว แต่ยังต้องหาเพิ่มชุดพลศึกษา กระเป๋าหนังสือ รองเท้านักเรียน และอื่นๆ เพื่อจะได้เอาน้องไปเข้าเรียนโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน อสม.ก็ได้เข้ามาดูแลภรรยาของ นายแต้น ที่ป่วยติดเตียง เพื่อขอรับเงินดูแลผู้ยากจน และผู้ป่วยติดเตียงของเทศบาลนครตรัง โดยได้รับเงินมาแล้ว 3,800 บาท แต่สภาพครอบครัวนี้ถือว่ายากจน เพราะมี นายแต้น ทำงานได้แค่คนเดียว ต้องดูแลทั้งภรรยาที่ป่วย ลูก และหลาน ที่อยู่ในวัยเรียนอีก 3 คน ขณะที่ นายแต้น ก็ทราบว่า เริ่มมีปัญหาสุขภาพตามมา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด เร่งหาทางช่วยเหลือครอบครัวนี้ด้วย โดยเฉพาะทราบว่า นายแต้น มีที่ดินอยู่ไม่ไกลจากนี้ หากมีบ้านเล็กๆ สักหลังให้ทั้งครอบครัวได้อยู่อาศัย ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าก็จะดีมาก เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน และช่วยเด็กๆ ให้ได้เรียนหนังสือ

ด้าน น้องมีน กล่าวว่า ตนเรียนจบชั้น ป.6 จากโรงเรียนเทศบาล 2 วัดกะพังสุรินทร์ ด้วยเกรดเฉลี่ย 2.5 เรียนจบแล้วก็ไม่ได้ไปสมัครเรียนที่ไหน เพราะไม่มีใครพาไป และที่บ้านก็ไม่มีเงินด้วย ตนอยากเรียนต่อ อยากสวมชุดนักเรียน อยากไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน แม้ตอนนี้จะได้ที่เรียนต่อแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะมีอุปกรณ์การเรียนไม่ครบ พร้อมรับปากว่าจะสู้และตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด

ส่วน นายแต้น บอกว่า ตนทำงานเป็นช่างรับเหมาทาสีบ้าน ทำงานเพียงคนเดียว แต่ต้องดูแลทุกคนในบ้าน ทั้งค่าใช้จ่ายของลูกหลาน ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าเช่าบ้านเดือนละ 2,500 บาท รวมทั้งค่าอาหารเหลว กระป๋องละ 600 บาท และค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูปของภรรยาที่ป่วยติดเตียง ถุงละ 300-400 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ภรรยาก็ปกติดี แต่พอตรวจพบเนื้องอกในสมองและเข้าผ่าตัด ก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาประมาณ 1 ปี ตนรับเหมาทาสีรายได้ก็ไม่แน่นอน

ล่าสุดตนก็มีอาการหอบเหนื่อยง่าย ไปหาหมอทราบว่าเป็นโรคหัวใจ ต้องผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจในเดือนสิงหาคมนี้ ตอนนี้หมอจึงห้ามทำงานหนัก ห้ามยกของหนัก ซึ่งตนกังวลว่าหลังผ่าตัด ร่างกายอาจไม่เหมือนเดิม ทำงานไม่ได้ ตนเป็นห่วงหลานๆ และภรรยาที่ป่วย ส่วนตัวตนมีที่ดินอยู่ 2 ห้อง ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลนครตรัง เช่นกัน แต่ไม่มีเงินจะสร้างบ้าน หากภาครัฐจะช่วยสร้างบ้านหลังเล็กๆ ให้ จะได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่นั่น อย่างน้อยก็ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงบ้าง จะได้เก็บเงินไว้รักษาภรรยาและดูแลลูกหลานได้เรียนหนังสือตามที่ทุกคนตั้งใจไว้

สำหรับหน่วยงานราชการ หรือบุคคลที่อยากจะช่วยเหลือครอบครัวนี้ สามารถติดต่อผ่าน ร.ต.อ.จำรูญ ทองขำดี สมาชิกสภาเทศบาลนครตรัง ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-941-6910

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...