โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ห่วงรถ EV ราคาขายต่อดิ่ง ผลวิจัยระบุต้องลุยพัฒนาแบต “ถูก-เบา-อึด’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 พ.ย. 2566 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2566 เวลา 11.11 น.
ฮิโรทากะ อุชิตะ

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

อาร์เธอร์ ดี. ลิตเติล (ADL) บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับโลก มีความเชี่ยวชาญและคลุกคลีอยู่ในแวดวงงานวิจัย เคยมีผลงานวิเคราะห์ตลาดยานยนต์ปัจจุบันในประเทศไทยและนำเสนอแนวทางในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเป็นฮับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “ฮิโรทากะ อุชิตะ” ประธานบริหารและผู้อำนวยการ อาร์เธอร์ ดี. ลิตเติล ประเทศไทย หรือ ADL และหัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการผลิต ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผ่านมาเคยเก็บงานวิจัยและข้อมูลยานยนต์ไฟฟ้าและโมบิลิตี้ รวมถึงเคยทำหน้าที่สนับสนุนงานวิจัยให้กับ General Motor ตั้งแต่ปี 1911

จากนั้นได้ขยายมาโฟกัสอุตฯ EV และอุตฯที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แบตเตอรี่ EV, แบตเตอรี่ 2 วัตต์ และ 3 วัตต์ ให้กับมอเตอร์ไซค์และตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า และการทำ Energy Storage โดย อาร์เธอร์ ดี. ลิตเติล มีสำนักงานใหญ่ในในบรัสเซลส์ เบลเยียม นอกจากนี้ยังมีทีมยานยนต์ เฮลท์แคร์ และปัจจุบันยังมีโปรเจ็กต์ด้านโมบิลิตี้มากกว่า 150 โครงการ เช่นกันเป็น Major OEM การทำแบตเตอรี่ การทำชิ้นส่วนต่าง ๆ

Q : ตอนนี้ ADL โฟกัสอุตฯไหนเป็นพิเศษ

สำหรับหน้าที่เราค่อนข้างหลากหลาย อย่างในอุตสาหกรรมยานยนต์และ EV เราก็ทำทั้งศึกษาตลาด มองสัดส่วนของตลาด EV ในอีก 10 ปีข้างหน้า, การเปรียบเทียบการแข่งขัน ศึกษากลยุทธ์ของแต่ละผู้ประกอบการ พร้อมทั้งวางกลยุทธ์ให้ลูกค้าว่าต้องทำอะไรบ้าง ตัวอย่างในประเทศไทย ถ้าเปรียบเทียบระหว่างตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน จะเห็นว่าประเทศไทยมีการเติบโตของตลาด EV ค่อนข้างดี

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเป้าหมายของทางรัฐบาลไทยที่ตั้งเป้าหมายว่าจะมีสัดส่วนการใช้รถ EV ให้ได้ 30% ในปี 2030 แต่การจะถึงเป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย มีปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ ราคาค่าใช้จ่ายโดยรวมของการเป็นเจ้าของและราคาขายต่อ, โครงสร้างพื้นฐานของสถานีชาร์จ และความหลากหลายของโมเดลรถ EV ซึ่งเรามองว่าจาก 3 ปัจจัยดังกล่าว ปัจจัยในข้อแรก สำหรับรถยนต์นั่ง และรถแฮตช์แบ็กเทียบระหว่างราคาของรถ EV นั้นถือว่า เป็นราคาที่แข่งขันได้ถ้าเทียบกับราคารถญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าตลาดรถยนต์ 50% เป็นปิกอัพ

ซึ่งการจะพัฒนาตลาดรถกระบะ EV ทำราคาไม่ง่าย ที่จะทำให้ราคาออกมาให้ใกล้เคียงกับปิกอัพในปัจจุบัน ส่วนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของสถานีชาร์จ ปัจจุบันก็ยังไม่เพียงพอ โดยในกรุงเทพฯคนจำนวนมากพักอาศัยในคอนโดฯ ถ้าเปรียบเทียบสัดส่วนแล้วสถานีชาร์จยังน้อยเกินไป ขณะที่ความหลากหลายของรุ่นรถ EV โดยผู้ผลิตจีนส่วนใหญ่เปิดตัวแต่ รถนั่งและเอสยูวี แต่ยังไม่มีรถปิกอัพ

Q : มองตลาด EV 5-7 ปีจากนี้อย่างไร

เชื่อว่ายังมีปัจจัยใหญ่ที่ทำให้ยังไปไม่ถึงเป้าหมายตามที่รัฐบาลคาดหวัง โดยส่วนตัวคาดว่าในปี 2030 น่าจะมีสัดส่วนตลาดรถ EV ประมาณ 10-15% เท่านั้น ไม่ถึง 20% เพราะตลาด EV ยังต้องอาศัยปิกอัพเป็นแรงหนุน และถ้ามีจริงราคาก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญ อุปสรรคของตลาดรถ EV อีกอย่างหนึ่ง คือมือสอง เมื่อใช้งานไป 3-5 ปี หากอยากขายรถ แ

ต่ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าราคาลดจะอยู่ที่เท่าไหร่ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ยังกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของแบตเตอรี่ EV ดังนั้นลูกค้าจะเริ่มคิดถึงความคุ้มค่า ซื้อมาตอนแรกราคาใกล้เคียงรถสันดาป แต่ขายเป็นรถมือสองต่างกันเยอะ ดังนั้นเราจะเห็นผู้ผลิตจีนพยายามรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี เพื่อต้องการรักษาราคาของรถ EV ไว้ และหากผู้บริโภคสามารถที่จะยอมรับราคาตรงจุดนี้ได้นั้นก็คือปัจจัยที่ท้าทาย เท่าที่เราสำรวจและข้อมูลจากค่ายรถญี่ปุ่น ผู้บริโภคยอมรับได้แค่ 5-10% เท่านั้น โดยเป็นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยอมจ่ายได้ ที่เหลือยังลังเลและกังวล

Q : ผู้ประกอบการค่ายจีนต้องปรับตัวอย่างไร

ราคามือสอง ถือเป็นอุปสรรคสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับรถน้ำมัน ดังนั้นในการพัฒนาเทคโนโลยี แบตเตอรี่จำเป็นต้องพัฒนาให้ดีขึ้น คือควรจะมีขนาดเล็กลงและสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่เท่าเดิม หรือราคาแบตเตอรี่ควรจะลดลง แต่อย่างไรก็ดี สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในการทำแบตเตอรี่ ทำให้ราคาแบตเตอรี่สูงขึ้น ถ้าหากจะพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าได้ ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมรถยนต์ EV ค่ายรถญี่ปุ่นกำลังพัฒนา solid state อยู่ และคาดว่าจะสามารถออกสู่ตลาดได้ในปี 2027 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า

การที่จะทำให้ราคาลดลงค่อนข้างใช้เวลา และหากค่ายรถญี่ปุ่นทำสำเร็จจะทำให้ราคาแบตเตอรี่ EV ลดลง เพราะผู้ผลิตค่ายรถญี่ปุ่นเป็นค่ายที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในเมืองไทย ในกรณีนี้ก็สามารถที่จะเข้าถึงเป้าหมาย 30% ตามที่รัฐบาลคาดหวังได้

นอกจากนี้ ADL ยังมองลูกค้าชาวไทยที่ซื้อรถ EV เป็นพวกรักษ์โลกนั้น จริง ๆ แล้วเป็นกลุ่มเดียวกับที่ชื่นชอบเทคโนโลยี เขายกตัวอย่าง กลุ่มลูกค้าที่ซื้อตลาดรถ EV ตอนนี้มีประมาณ 8% คิดว่ากลุ่มที่เป็นกลุ่มรักษ์โลกประมาณ 50% เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...