โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อยากย้ายงานแล้ว! จะเตรียมตัวอย่างไรให้เปลี่ยนงานได้อย่างสง่างาม?

Mission To The Moon

เผยแพร่ 09 ม.ค. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

ช่วงเทศกาลปีใหม่และวันหยุดยาวผ่านไป ช่วงเวลาแห่งการกลับมาทำงานตามปกติก็เข้ามา แต่ก็คงมีมนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยที่กำลังมองหางานใหม่กันอยู่
.
ตลาดงานกลับมาคึกคักกันอีกครั้ง เพราะจากการศึกษาของ LinkedIn พบว่าเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่คึกคักที่สุดสำหรับการจ้างงานในสหรัฐอเมริกา โดยมีประกาศรับสมัครงานเพิ่มขึ้น 15-20% เมื่อเทียบกับเดือนอื่นๆ จึงสามารถเรียกได้ว่าช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์หรือช่วงต้นปีนั้นเป็นโอกาสทองของคนที่กำลังมองหาการย้ายงาน และบริษัทหลายที่ก็เริ่มมีความพร้อมในการประกาศหาพนักงานใหม่อีกครั้ง ซึ่งมีคำศัพท์ที่ใช้เรียกช่วงเวลานี้ว่าเป็น “New Year's Rush” หรือช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบในการโยกย้ายงานนั่นเอง
.
แต่แน่นอนว่าในช่วงเวลาที่เร่งรีบ ทุกคนดูกระตือรือร้นในการย้ายงานแบบนี้ ก็คงมีมนุษย์เงินเดือนอีกไม่น้อยที่กำลังสับสนว่าช่วงเวลานี้เราควรย้ายงานจริงๆ แล้วหรือไม่ และควรทบทวนตัวเองอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่า “เวลานี้แหละ! คือเวลาที่เราจะได้โบยบิน”
.
.
ทบทวนตัวเองว่า “เพราะอะไรเราจึงต้องย้ายงาน?”
.
การย้ายงานเป็นกระบวนการที่ต้องเตรียมตัวและใช้ทรัพยากรทั้งด้านร่างกายและเวลาที่มาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกถ้าหากเรากำลังเผชิญปัญหาบางอย่างในงานปัจจุบัน แต่ถ้าหากเรากำลังต้องการย้ายงาน เราอาจจะต้องมาทบทวนตัวเองในขั้นตอนแรกก่อนว่าเรามีปัญหาอะไร และปัญหานั้นควรจบลงที่การพูดคุยแก้ไขหรือการโบกมือลาจากกัน
.
แล้วปัญหาแบบไหนล่ะที่บ่งบอกว่าเวลานี้แหละ เราควรพิจารณาเปลี่ยนงานได้แล้ว?
.
[ ] รู้สึกว่าตัวเองไม่สอดคล้องกับค่านิยมและวัฒนธรรมของบริษัทได้
ถ้าเรามักจะรู้สึกไม่อิน ไม่สามารถเข้ากับวัฒนธรรมของบริษัท ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมหลายอย่างของบริษัท ไม่สามารถคุยกับเพื่อนร่วมงานได้เลย นี่ก็เป็นหนึ่งสาเหตุที่เราไม่ควรบังคับตัวเองให้อยู่ต่อและควรพิจารณาย้ายไปยังที่ทำงานใหม่ที่เราสามารถเข้ากับวัฒนธรรมของบริษัทนั้นๆ ได้
.
[ ] มีความขัดแย้งกับหัวหน้างานและไม่สามารถจัดการกับความขัดแย้งนั้นได้
ทุกคนสามารถมีปัญหากับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานได้ แต่ถ้าปัญหานั้นไม่ถูกคลี่คลายหรือยังคงแย่ลงอย่างต่อเนื่อง นั่นเท่ากับว่าความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship) ได้ก่อตัวขึ้นในที่ทำงานของเราแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการงานของเราด้วย
.
[ ] ไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้มีความรู้หรือทักษะใหม่ๆ ในสายงานได้
การทำงานคือการพัฒนาตัวเอง หากเราไม่สามารถก้าวหน้าหรือเติบโตในสายงานได้ นั่นแปลว่าเรากำลังอยู่กับที่และส่งผลต่อการทำงานในระยะยาว ดังนั้นถ้าเรารู้สึกว่างานที่ทำมีความจำเจ ไม่สามารถพัฒนาทักษะใหม่ๆ หรือได้รับความรู้ใหม่จากการทำงานเลย ก็ควรที่จะพิจารณาย้ายงาน
.
[ ] คุ้นเคยกับกระบวนการทำงานมากเกินไปหลังจากทำงานมาหลายปี
ข้อนี้เป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะเมื่อเราคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า รวมถึงระบบต่างๆ ในที่ทำงานมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นระบบการประเมินผลงานหรือได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างในที่ทำงาน ก็ส่งผลให้เราไม่สามารถพัฒนาตัวเองและเบื่องานในที่สุด
.
[ ] ไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนเป็นเวลามากกว่าสองปี
โดยปกติแล้วหากทางบริษัทได้รับผลกำไรในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทก็ควรปรับขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานที่ทำงานมานานเกิน 1 ปีขึ้นไป ตามผลงานของพนักงานคนนั้น รวมถึงการปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งหากบริษัทไม่ขึ้นเงินเดือนให้กับเราเป็นเวลามากกว่าสองปี ก็ถึงเวลาที่ต้องพิจารณาย้ายงานเพื่อความก้าวหน้า
.
.
อยากย้ายงานแล้ว! ควรเตรียมตัวอย่างไรให้เปลี่ยนงานได้อย่างสง่างาม
.
หากเราพิจารณาตัวเองแล้วพบว่า “เราอยากย้ายงานแล้วจริงๆ” ขั้นตอนต่อไปก็ต้องเป็นการร่อนอีเมลสมัครงานไปยังที่ที่เราต้องการย้าย และเข้าสู่กระบวนการการคัดเลือกพนักงานที่แตกต่างกันไปในแต่ละที่ ซึ่งถ้าหากเราได้งานใหม่แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการเตรียมตัวเองก่อนออกจากงานที่เก่า เพื่อให้สามารถเริ่มงานที่ใหม่ได้อย่างมืออาชีพ
.
เมื่อได้งานใหม่แล้ว สิ่งแรกที่ควรเตรียมตัวคือ “ให้เตรียมตัวเตรียมใจของตัวเอง” เพื่อแจ้งลาออกกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งสาเหตุการย้ายงานและควรฝึกซ้อมรับมือกับการถูก Counteroffer
.
นอกจากนี้ยังควรเช็กข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ของบริษัทปัจจุบันเกี่ยวกับการย้ายงาน ไม่ว่าจะเป็น Notice period (ระยะเวลาการแจ้งออก), มีสัญญาข้อใดที่ห้ามไม่ให้เราทำงานกับบริษัทคู่แข่งหรือไม่ หรือมีอะไรที่เราควรระมัดระวังก่อนการแจ้งออกหรือไม่
.
เมื่อเราเตรียมตัวเตรียมใจจนพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาของการแจ้งลาออกกับหัวหน้างาน โดยอธิบายเหตุผลสั้นๆ ด้วยความสุภาพ แสดงความเต็มใจที่จะทำงานให้เสร็จตามเวลาที่เหลือ มีการมอบจดหมายลาออกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรให้ครบถ้วน
.
.
ไม่ว่าเราจะต้องการย้ายงานในช่วงต้นปีนี้ด้วยสาเหตุใดก็ตาม สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือการสร้างความประทับใจในช่วงเวลาสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรทำเพื่อให้เป็นผลดีในอนาคต ไม่ควรทิ้งงานในช่วงสุดท้ายของการทำงาน ควรทำงานที่เหลืออยู่ให้เต็มความสามารถ รวมถึงถ่ายงานให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ อย่างเป็นมืออาชีพ พร้อมกับเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้สามารถเริ่มงานที่ใหม่ได้อย่างเต็มที่
.
.
อ้างอิง
Timing Your Job Switch: The Best Time of Year to Make a Move : Prime Headhunting & Recruiting, Inc., LinkedIn - https://bit.ly/48KBqKh
Guide to Knowing When to Change Jobs : Recruitery - https://bit.ly/3vrZBPh
How to gracefully resign from your job : Michael Page - https://bit.ly/3TShBMW
.
#trend
#JobChanging
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...