โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องหลักสูตรลับ 'Ethical Hacking' จาก Abertay U. เรียนจริงทำจริง ฝึกเป็นแฮกเกอร์สายขาว!

Dek-D.com

เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2566 เวลา 08.48 น. • DEK-D.com
พามาแนะนำหลักสูตรยุคดิจิทัล 'Ethical Hacking' จากมหาลัยแดนสกอตด์ Abertay University

Halò! พี่ๆ น้องๆ Dek-Dที่น่ารักทุกคน เป็นที่รู้กันนะครับว่า ‘สกอตแลนด์ (Scotland)’ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้ชื่อในเรื่องการศึกษาระดับโลก นอกจากจะเป็นแม่แบบของการศึกษาให้กับหลายประเทศรวมถึงไทยของเราด้วย (เรื่องของระบบ High School และหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี) มียังเปิดสอนหลักสูตรเฉพาะทางที่น่าสนใจและตอบโจทย์กับการทำงานยุคใหม่อยู่เสมอ

วันนี้ พี่อั้มเลยอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับหลักสูตรแห่งยุคดิจิทัลอย่าง ‘Ethical Hacking’ จาก Abertay Universityแม้ชื่ออาจจะมีความย้อนแย้ง ทำให้หลายคนเกิดความงุนงงและลังเลเล็กน้อย แต่บอกเลยว่าเนื้อหาที่เรียนนั้นมีประโยชน์และมีความสำคัญในยุคนี้มากๆ เลยล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าหลักสูตรนี้เรียนอะไรบ้าง พวกเราตามไปดูกันเลยครับ!

แวะส่องรั้ว ‘Abertay University’

  • มหาวิทยาลัยอเบอร์เทย์ (Abertay University) ก่อตั้งเมื่อปี 1888 เป็นสถาบันการศึกษาชื่อดังจากประเทศสกอตแลนด์ โดยมีชื่อเสียงในการผลิต ‘วิศวกรความมั่นคงความปลอดภัยทางไซเบอร์’ (Cyber Security)
  • เป็น 1 ใน 8 ของมหาวิทยาลัยเครือ UK ที่ได้รับรางวัล ‘Academic Centre of Excellence in Cyber Security Education’ จากทางศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร
  • มีหลักสูตรระดับ World Class เปิดสอนอีกกว่า 39 หลักสูตร พร้อมสาขาวิชาดังๆ เช่น วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์, นิติวิทยาศาสตร์, วิทยาศาสตร์การอาหาร, นิติศาสตร์, การกีฬา, จิตวิทยาและบัญชี เป็นต้น
  • มหา’ลัยตั้งอยู่ใจกลางเมืองดันดี(Dundee) ที่บรรยากาศดีงามสมชื่อสุดๆ เด่นทั้งแง่การศึกษาและวิจัยวิทยาศาสตร์ สภาพแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ ที่สำคัญคือค่าครองชีพที่สบายกระเป๋ากว่าถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ยิ่งทำให้เมืองแห่งแม่น้ำเทย์ (Tay River) แห่งนี้ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักเรียนต่างชาตินั่นเองครับ

รู้จักหลักสูตร ‘Ethical Hacking’

เปิดสอนที่ Abertay ที่แรกในโลก!

เกริ่นก่อนครับว่ายุคปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์ทุกด้าน หลายๆ องค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้สร้างฐานข้อมูล(Database) เพื่อจัดเก็บข้อมูลและดำเนินการภายใน ดังนั้นหากปราศจากการมีระบบป้องกันที่รัดกุมและมาตรฐานสูงก็อาจสร้างช่องโหว่ให้ถูกบุคคลภายนอกผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถลักลอบเข้ามาโจมตีหรือขโมยข้อมูลได้และส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้บริโภคต่อองค์กรนั้นๆ ยกตัวอย่างจากข่าวดังของปีนี้ อย่างเช่นกรณีศึกษาที่แฮกเกอร์ “9Near” สามารถเจาะระบบขโมยข้อมูลจากแอปพลิเคชันของหน่วยงานรัฐได้สำเร็จนั่นเองครับ

ในเมื่อการส่งเสริมทักษะการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ จึงเกิดการออกแบบหลักสูตรอย่าง ‘Ethical Hacking’ ขึ้นมาเพื่อพัฒนาบุคลากรให้สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยและปกป้องฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการเรียนรู้แบบ ‘รู้เขารู้เรา’ หมายความว่าผู้เรียนจะเหมือนถูกเทรนให้เป็น “แฮกเกอร์” (Hacker) แต่เป็นแฮกเกอร์ที่มีจริยธรรมในการจัดการและรักษาข้อมูล หรือที่เรียกกันว่า ‘แฮกเกอร์สายคุณธรรม’ (White Hat Hacker)

และน้องๆ รู้หรือเปล่าว่ามหาวิทยาลัยแรกของโลกที่เปิดสอนหลักสูตร Ethical Hacking นั่นก็คือ Abertay Universityประเทศสกอตแลนด์ที่พูดถึงตอนต้นนั่นเองครับ~ และเพื่อให้น้องๆ เห็นภาพมากขึ้น พี่อั้มขอสรุปภาพรวมหลักสูตรคร่าวๆ ดังนี้

หลักสูตร Ethical Hacking เรียนยังไงบ้าง?

  • เรียนรู้วิธีการคิดแบบแฮกเกอร์เพื่อช่วยให้น้องๆ เข้าใจวิธีการเก็บรักษาข้อมูล การป้องกันการโจรกรรม และการสร้างระบบตรวจเช็กระวังตัวให้เท่าทันกลการโจรกรรมต่างๆ ของเหล่าแฮกเกอร์
  • เจาะลึกทักษะสำคัญในการดูแลรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเช่นเทคนิค ‘การป้องกันรักษาข้อมูลแบบเชิงรุก’ (Offensive Security Technique) แนวคิดการป้องกันเสริมความปลอดภัยจากการฝึกการเจาะระบบเพื่อหาข้อผิดพลาดแล้วนำไปวิเคราะห์พัฒนา
  • ได้เรียนทั้งทฤษฎีและลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการฝึกทดลองในห้องแล็บและการบูรณาการทักษะวิชาจากทั้งทางด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Networking) - นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital forensic) - การเขียนโปรแกรม (Programming) เรียกว่าอะไรที่สำคัญ ก็คือรวมมาให้แล้วในหลักสูตรนี้

ไม่ใช่แค่เรียนเลกเชอร์ แต่ได้ลงมือปฏิบัติสัมผัสประสบการณ์จริง

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการผลิตบัณฑิตผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security หลักสูตรของ Abertay จึงผสานหลายรูปแบบการเรียนสอนเข้าด้วยกัน เช่นการฟังบรรยายในคลาสการฝึกปฏิบัติจริงการจัดกิจกรรม Workshopรวมถึงการศึกษาเหตุการณ์การโจรกรรมข้อมูลที่เคยเกิดขึ้นจริงเพื่อนำมาวิเคราะห์ ประเมิน และหาวิธีรับมือ

สุดท้ายก็จะได้ผลงานออกมาเป็น project และสรุปผลรายงานการประเมินต่างๆ โดยเกณฑ์การวัดผลก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของชิ้นงานมากกว่าคะแนนจากการทำข้อสอบ พูดง่ายๆ คือผู้สอนจะให้น้ำหนักกับความรู้ความเข้าใจและมุ่งเน้นให้นักศึกษานำมาประยุกต์ใช้เป็นจริงๆ นั่นเองครับ

ทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนก็มาครบ ที่นีมีห้อง Ethical Hacklabและ Computer Networklabไว้ให้นักศึกษาได้เรียนสำหรับฝึกการทดลองและวิเคราะห์กรณีศึกษาที่เคยเกิดขึ้นจริง ทำให้ได้รับประสบการณ์แบบเข้มๆ จัดเต็มตลอดหลักสูตรจริงๆ ครับ

อาชีพ Cyber Security

หนึ่งในอาชีพเนื้อหอมแห่งยุค

ปัจจุบันการเก็บรักษาข้อมูลดิจิทัลแทบจะเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรทั้งเล็กใหญ่ต่างให้ความสำคัญสูงสุด แต่ในขณะเดียวกัน บัณฑิตที่เชี่ยวชาญเฉพาะสาย พร้อมทำงานอาชีพวิศวกรความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดงานและยังไม่ได้เป็นหลักสูตรที่เปิดสอนกันอย่างแพร่หลายในทุกมหาวิทยาลัย

ดังนั้นทาง Abertay University ที่เปิดเป็นที่แรก จึงตั้งเป้าหมายในการพัฒนาและสร้างนักศึกษาให้พร้อมสำหรับก้าวสู่สายอาชีพความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับหลายบริษัท ทำให้มีรุ่นพี่บัณฑิตได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่มากมาย อาทิ Amazon, Cisco และ Skyscanner เป็นต้น

อาชีพที่สามารถทำได้หลังเรียนจบ

หลักๆ แล้วเนื้องานอาจจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ชื่อเรียกตำแหน่งงานก็อาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บริษัทจะใช้เรียก ยกตัวอย่างที่เห็นในตลาดงาน เช่น

  • Ethical Hackers
  • Cybersecurity specialists
  • Security Testers
  • Network Management
  • Software Development
  • Security Analyst
  • Security Engineer
  • Information Security Manager

คุณสมบัติผู้สมัครจากประเทศไทย

สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจอยากจะสมัครเรียนต่อ ทางมหาวิทยาลัยรับวุฒิการศึกษาเทียบเท่าหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ (*เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)

ข้อที่ 1จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.00(เกรดของวิชาหลักไม่ต่ำกว่า 3.00) หรือ เรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 1 และมีเกรดเฉลี่ย 2.00(เกรดรายวิชาหลักไม่ต่ำกว่า 2.50)

ข้อที่ 2จบหลักสูตรการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของอังกฤษ (GCE A-Level) โดยลงเรียนหนึ่งในรายวิชา ดังต่อไปนี้ Computer Science, Maths, Biology, Chemistry, Design & Technology, Digital Technology, Engineering Science, Environmental Science, Geography, Physics

ข้อที่ 3จบหลักสูตร (IB Diploma) ด้วยคะแนนรวม29คะแนน พร้อมลงเรียนและได้คะแนนระดับ H4 หรือ S5 จากหนึ่งในวิชา ดังต่อไปนี้ Computer Science, Human Biology, Biology, Chemistry, Engineering Science, Geography, Maths: Analysis & Approaches, Physics

ข้อที่ 4จบหลักสูตร (US High School Diploma) โดยมีเกรดเฉลี่ย 3.00และผลคะแนนดังต่อไปนี้

  • SAT (I) ขั้นต่ำ 1150 คะแนน
  • 3 AP Tests เกรด 433
  • 3 SAT (II) เกรด 600
  • ACT คะแนนเฉลี่ยจาก 4 วิชาได้ขั้นต่ำ 26 คะแนนเช็กคุณสมบัติผู้สมัครเรียนเพิ่มเติม

Note: ในกรณีที่น้องๆ จบ ม.6 จากโรงเรียนไทยทั่วไป ทางมหาวิทยาลัยจะให้เราลงปรับพื้นฐานก่อนเป็นเวลา 1 ปี (เช่น Foundation Courseหรือ International Year One) จากนั้นจึงจะสามารถเข้าเรียนระดับปริญญาตรีได้ ในส่วนนี้สามารถเช็กรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Discover Uniหรือเว็บไซต์มหาลัยโดยตรงได้เลยครับ

ผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษที่ใช้ยื่น

สำหรับผู้สมัครที่ไม่ได้สื่อสารภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่(First Language) ทางมหา’ลัยให้ส่งผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ *อย่างใดอย่างหนึ่งเช่น

  • IELTSขั้นต่ำ band 6.0 (ต้องไม่มีพาร์ตไหนต่ำกว่า 5.5)
  • TOEFLขั้นต่ำ 78 คะแนน (การฟัง-17, การอ่าน-18, การพูด-20, การเขียน-17)
  • IGCSEหรือ GCSEวิชาภาษาอังกฤษ (ไม่ใช่วิชาวรรณกรรมอังกฤษ) ขั้นต่ำเกรด C
  • International Baccalaureate(IB) วิชา English B อยู่ที่ระดับ S5 หรือ H4 (ไม่ได้กำหนดเกรดขั้นต่ำสำหรับวิชา English A)เช็กรายละเอียดเพิ่มเติม

ค่าเล่าเรียน

ในส่วนของค่าเล่าเรียนของหลักสูตรปริญญาตรี ‘Ethical Hacking’ สำหรับนักศึกษาต่างชาติทางมหาวิทยาลัยได้ประกาศเอาไว้เบื้องต้นดังนี้

หลักสูตรปริญญาตรี ค่าเล่าเรียน (ปี) BSc (Hons) Ethical Hacking £15,500 หรือ (686,752 บาท)

Note: อ้างอิงเรตเงิน ₤1 = 44.31 บาท (อัปเดตเมื่อ 6 ธ.ค. 66)

เช็กค่าเล่าเรียนเพิ่มเติม

ทุนการศึกษา

ทางมหาวิทยาลัยเองก็มีทุนการศึกษาไว้รองรับให้นักศึกษาต่างชาติ หนึ่งในทุนที่น่าสนใจคือ ‘Abertay International Scholarship’ ซึ่งสนับสนุนค่าเล่าเรียน £12,000 หรือ (~530,805 บาท) ตลอดระยะเวลา 4 ปีของหลักสูตร โดยจะลดค่าใช้จ่ายของค่าเล่าเรียนในปีนั้นๆ เป็น £3,000 หรือ (~132,701 บาท)

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะพิจารณาอัตโนมัติเมื่อเรายื่นเอกสารการสมัครเรียนและจดหมายแนะนำตัวของผู้สมัครครับ ยิ่งมีคะแนนดีๆ และเขียน SoP ด้วยแพสชันอยากเรียนสาขานี้จริงๆ ก็จะยิ่งมีโอกาสได้รับ offer จากมหาวิทยาลัย

Note:

  • ทุนการศึกษานี้เป็นเพียง ‘ทุนส่วนลดค่าเล่าเรียน’ นักศึกษายังต้องจ่ายค่าเล่าเรียนที่เหลือเอง (Gross Tution Fee) อีกครึ่งนึง จากนั้นจึงจะได้รับเอกสารตอบรับเข้าเรียนจากทางมหาวิทยาลัย (CAS) เพื่อนำไปขอวีซ่า
  • อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ปอนด์ = 44.23 บาท ณ วันที่ 6 ธ.ค. 66อ่านเงื่อนไขและข้อตกลงเพิ่มเติม

…………..

สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่"โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"

ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D

Website: www.dek-d.com/studyabroad

X: @tornokandcourse

IG: @tornokandcourse

Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D

Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ

TikTok: @tornokandcourse

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...