ส่องหลักสูตรลับ 'Ethical Hacking' จาก Abertay U. เรียนจริงทำจริง ฝึกเป็นแฮกเกอร์สายขาว!
Halò! พี่ๆ น้องๆ Dek-Dที่น่ารักทุกคน เป็นที่รู้กันนะครับว่า ‘สกอตแลนด์ (Scotland)’ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้ชื่อในเรื่องการศึกษาระดับโลก นอกจากจะเป็นแม่แบบของการศึกษาให้กับหลายประเทศรวมถึงไทยของเราด้วย (เรื่องของระบบ High School และหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี) มียังเปิดสอนหลักสูตรเฉพาะทางที่น่าสนใจและตอบโจทย์กับการทำงานยุคใหม่อยู่เสมอ
วันนี้ พี่อั้มเลยอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับหลักสูตรแห่งยุคดิจิทัลอย่าง ‘Ethical Hacking’ จาก Abertay Universityแม้ชื่ออาจจะมีความย้อนแย้ง ทำให้หลายคนเกิดความงุนงงและลังเลเล็กน้อย แต่บอกเลยว่าเนื้อหาที่เรียนนั้นมีประโยชน์และมีความสำคัญในยุคนี้มากๆ เลยล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าหลักสูตรนี้เรียนอะไรบ้าง พวกเราตามไปดูกันเลยครับ!
แวะส่องรั้ว ‘Abertay University’
- มหาวิทยาลัยอเบอร์เทย์ (Abertay University) ก่อตั้งเมื่อปี 1888 เป็นสถาบันการศึกษาชื่อดังจากประเทศสกอตแลนด์ โดยมีชื่อเสียงในการผลิต ‘วิศวกรความมั่นคงความปลอดภัยทางไซเบอร์’ (Cyber Security)
- เป็น 1 ใน 8 ของมหาวิทยาลัยเครือ UK ที่ได้รับรางวัล ‘Academic Centre of Excellence in Cyber Security Education’ จากทางศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร
- มีหลักสูตรระดับ World Class เปิดสอนอีกกว่า 39 หลักสูตร พร้อมสาขาวิชาดังๆ เช่น วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์, นิติวิทยาศาสตร์, วิทยาศาสตร์การอาหาร, นิติศาสตร์, การกีฬา, จิตวิทยาและบัญชี เป็นต้น
- มหา’ลัยตั้งอยู่ใจกลางเมืองดันดี(Dundee) ที่บรรยากาศดีงามสมชื่อสุดๆ เด่นทั้งแง่การศึกษาและวิจัยวิทยาศาสตร์ สภาพแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ ที่สำคัญคือค่าครองชีพที่สบายกระเป๋ากว่าถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ยิ่งทำให้เมืองแห่งแม่น้ำเทย์ (Tay River) แห่งนี้ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักเรียนต่างชาตินั่นเองครับ
รู้จักหลักสูตร ‘Ethical Hacking’
เปิดสอนที่ Abertay ที่แรกในโลก!
เกริ่นก่อนครับว่ายุคปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์ทุกด้าน หลายๆ องค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้สร้างฐานข้อมูล(Database) เพื่อจัดเก็บข้อมูลและดำเนินการภายใน ดังนั้นหากปราศจากการมีระบบป้องกันที่รัดกุมและมาตรฐานสูงก็อาจสร้างช่องโหว่ให้ถูกบุคคลภายนอกผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถลักลอบเข้ามาโจมตีหรือขโมยข้อมูลได้และส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้บริโภคต่อองค์กรนั้นๆ ยกตัวอย่างจากข่าวดังของปีนี้ อย่างเช่นกรณีศึกษาที่แฮกเกอร์ “9Near” สามารถเจาะระบบขโมยข้อมูลจากแอปพลิเคชันของหน่วยงานรัฐได้สำเร็จนั่นเองครับ
ในเมื่อการส่งเสริมทักษะการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ จึงเกิดการออกแบบหลักสูตรอย่าง ‘Ethical Hacking’ ขึ้นมาเพื่อพัฒนาบุคลากรให้สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยและปกป้องฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการเรียนรู้แบบ ‘รู้เขารู้เรา’ หมายความว่าผู้เรียนจะเหมือนถูกเทรนให้เป็น “แฮกเกอร์” (Hacker) แต่เป็นแฮกเกอร์ที่มีจริยธรรมในการจัดการและรักษาข้อมูล หรือที่เรียกกันว่า ‘แฮกเกอร์สายคุณธรรม’ (White Hat Hacker)
และน้องๆ รู้หรือเปล่าว่ามหาวิทยาลัยแรกของโลกที่เปิดสอนหลักสูตร Ethical Hacking นั่นก็คือ Abertay Universityประเทศสกอตแลนด์ที่พูดถึงตอนต้นนั่นเองครับ~ และเพื่อให้น้องๆ เห็นภาพมากขึ้น พี่อั้มขอสรุปภาพรวมหลักสูตรคร่าวๆ ดังนี้
หลักสูตร Ethical Hacking เรียนยังไงบ้าง?
- เรียนรู้วิธีการคิดแบบแฮกเกอร์เพื่อช่วยให้น้องๆ เข้าใจวิธีการเก็บรักษาข้อมูล การป้องกันการโจรกรรม และการสร้างระบบตรวจเช็กระวังตัวให้เท่าทันกลการโจรกรรมต่างๆ ของเหล่าแฮกเกอร์
- เจาะลึกทักษะสำคัญในการดูแลรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเช่นเทคนิค ‘การป้องกันรักษาข้อมูลแบบเชิงรุก’ (Offensive Security Technique) แนวคิดการป้องกันเสริมความปลอดภัยจากการฝึกการเจาะระบบเพื่อหาข้อผิดพลาดแล้วนำไปวิเคราะห์พัฒนา
- ได้เรียนทั้งทฤษฎีและลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการฝึกทดลองในห้องแล็บและการบูรณาการทักษะวิชาจากทั้งทางด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Networking) - นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital forensic) - การเขียนโปรแกรม (Programming) เรียกว่าอะไรที่สำคัญ ก็คือรวมมาให้แล้วในหลักสูตรนี้
ไม่ใช่แค่เรียนเลกเชอร์ แต่ได้ลงมือปฏิบัติสัมผัสประสบการณ์จริง
อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการผลิตบัณฑิตผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security หลักสูตรของ Abertay จึงผสานหลายรูปแบบการเรียนสอนเข้าด้วยกัน เช่นการฟังบรรยายในคลาสการฝึกปฏิบัติจริงการจัดกิจกรรม Workshopรวมถึงการศึกษาเหตุการณ์การโจรกรรมข้อมูลที่เคยเกิดขึ้นจริงเพื่อนำมาวิเคราะห์ ประเมิน และหาวิธีรับมือ
สุดท้ายก็จะได้ผลงานออกมาเป็น project และสรุปผลรายงานการประเมินต่างๆ โดยเกณฑ์การวัดผลก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของชิ้นงานมากกว่าคะแนนจากการทำข้อสอบ พูดง่ายๆ คือผู้สอนจะให้น้ำหนักกับความรู้ความเข้าใจและมุ่งเน้นให้นักศึกษานำมาประยุกต์ใช้เป็นจริงๆ นั่นเองครับ
ทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนก็มาครบ ที่นีมีห้อง Ethical Hacklabและ Computer Networklabไว้ให้นักศึกษาได้เรียนสำหรับฝึกการทดลองและวิเคราะห์กรณีศึกษาที่เคยเกิดขึ้นจริง ทำให้ได้รับประสบการณ์แบบเข้มๆ จัดเต็มตลอดหลักสูตรจริงๆ ครับ
อาชีพ Cyber Security
หนึ่งในอาชีพเนื้อหอมแห่งยุค
ปัจจุบันการเก็บรักษาข้อมูลดิจิทัลแทบจะเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรทั้งเล็กใหญ่ต่างให้ความสำคัญสูงสุด แต่ในขณะเดียวกัน บัณฑิตที่เชี่ยวชาญเฉพาะสาย พร้อมทำงานอาชีพวิศวกรความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดงานและยังไม่ได้เป็นหลักสูตรที่เปิดสอนกันอย่างแพร่หลายในทุกมหาวิทยาลัย
ดังนั้นทาง Abertay University ที่เปิดเป็นที่แรก จึงตั้งเป้าหมายในการพัฒนาและสร้างนักศึกษาให้พร้อมสำหรับก้าวสู่สายอาชีพความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับหลายบริษัท ทำให้มีรุ่นพี่บัณฑิตได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่มากมาย อาทิ Amazon, Cisco และ Skyscanner เป็นต้น
อาชีพที่สามารถทำได้หลังเรียนจบ
หลักๆ แล้วเนื้องานอาจจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ชื่อเรียกตำแหน่งงานก็อาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บริษัทจะใช้เรียก ยกตัวอย่างที่เห็นในตลาดงาน เช่น
- Ethical Hackers
- Cybersecurity specialists
- Security Testers
- Network Management
- Software Development
- Security Analyst
- Security Engineer
- Information Security Manager
คุณสมบัติผู้สมัครจากประเทศไทย
สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจอยากจะสมัครเรียนต่อ ทางมหาวิทยาลัยรับวุฒิการศึกษาเทียบเท่าหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ (*เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
ข้อที่ 1จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.00(เกรดของวิชาหลักไม่ต่ำกว่า 3.00) หรือ เรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 1 และมีเกรดเฉลี่ย 2.00(เกรดรายวิชาหลักไม่ต่ำกว่า 2.50)
ข้อที่ 2จบหลักสูตรการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของอังกฤษ (GCE A-Level) โดยลงเรียนหนึ่งในรายวิชา ดังต่อไปนี้ Computer Science, Maths, Biology, Chemistry, Design & Technology, Digital Technology, Engineering Science, Environmental Science, Geography, Physics
ข้อที่ 3จบหลักสูตร (IB Diploma) ด้วยคะแนนรวม29คะแนน พร้อมลงเรียนและได้คะแนนระดับ H4 หรือ S5 จากหนึ่งในวิชา ดังต่อไปนี้ Computer Science, Human Biology, Biology, Chemistry, Engineering Science, Geography, Maths: Analysis & Approaches, Physics
ข้อที่ 4จบหลักสูตร (US High School Diploma) โดยมีเกรดเฉลี่ย 3.00และผลคะแนนดังต่อไปนี้
- SAT (I) ขั้นต่ำ 1150 คะแนน
- 3 AP Tests เกรด 433
- 3 SAT (II) เกรด 600
- ACT คะแนนเฉลี่ยจาก 4 วิชาได้ขั้นต่ำ 26 คะแนนเช็กคุณสมบัติผู้สมัครเรียนเพิ่มเติม
Note: ในกรณีที่น้องๆ จบ ม.6 จากโรงเรียนไทยทั่วไป ทางมหาวิทยาลัยจะให้เราลงปรับพื้นฐานก่อนเป็นเวลา 1 ปี (เช่น Foundation Courseหรือ International Year One) จากนั้นจึงจะสามารถเข้าเรียนระดับปริญญาตรีได้ ในส่วนนี้สามารถเช็กรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Discover Uniหรือเว็บไซต์มหาลัยโดยตรงได้เลยครับ
ผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษที่ใช้ยื่น
สำหรับผู้สมัครที่ไม่ได้สื่อสารภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่(First Language) ทางมหา’ลัยให้ส่งผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ *อย่างใดอย่างหนึ่งเช่น
- IELTSขั้นต่ำ band 6.0 (ต้องไม่มีพาร์ตไหนต่ำกว่า 5.5)
- TOEFLขั้นต่ำ 78 คะแนน (การฟัง-17, การอ่าน-18, การพูด-20, การเขียน-17)
- IGCSEหรือ GCSEวิชาภาษาอังกฤษ (ไม่ใช่วิชาวรรณกรรมอังกฤษ) ขั้นต่ำเกรด C
- International Baccalaureate(IB) วิชา English B อยู่ที่ระดับ S5 หรือ H4 (ไม่ได้กำหนดเกรดขั้นต่ำสำหรับวิชา English A)เช็กรายละเอียดเพิ่มเติม
ค่าเล่าเรียน
ในส่วนของค่าเล่าเรียนของหลักสูตรปริญญาตรี ‘Ethical Hacking’ สำหรับนักศึกษาต่างชาติทางมหาวิทยาลัยได้ประกาศเอาไว้เบื้องต้นดังนี้
หลักสูตรปริญญาตรี ค่าเล่าเรียน (ปี) BSc (Hons) Ethical Hacking £15,500 หรือ (686,752 บาท)
Note: อ้างอิงเรตเงิน ₤1 = 44.31 บาท (อัปเดตเมื่อ 6 ธ.ค. 66)
เช็กค่าเล่าเรียนเพิ่มเติม
ทุนการศึกษา
ทางมหาวิทยาลัยเองก็มีทุนการศึกษาไว้รองรับให้นักศึกษาต่างชาติ หนึ่งในทุนที่น่าสนใจคือ ‘Abertay International Scholarship’ ซึ่งสนับสนุนค่าเล่าเรียน £12,000 หรือ (~530,805 บาท) ตลอดระยะเวลา 4 ปีของหลักสูตร โดยจะลดค่าใช้จ่ายของค่าเล่าเรียนในปีนั้นๆ เป็น £3,000 หรือ (~132,701 บาท)
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะพิจารณาอัตโนมัติเมื่อเรายื่นเอกสารการสมัครเรียนและจดหมายแนะนำตัวของผู้สมัครครับ ยิ่งมีคะแนนดีๆ และเขียน SoP ด้วยแพสชันอยากเรียนสาขานี้จริงๆ ก็จะยิ่งมีโอกาสได้รับ offer จากมหาวิทยาลัย
Note:
- ทุนการศึกษานี้เป็นเพียง ‘ทุนส่วนลดค่าเล่าเรียน’ นักศึกษายังต้องจ่ายค่าเล่าเรียนที่เหลือเอง (Gross Tution Fee) อีกครึ่งนึง จากนั้นจึงจะได้รับเอกสารตอบรับเข้าเรียนจากทางมหาวิทยาลัย (CAS) เพื่อนำไปขอวีซ่า
- อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ปอนด์ = 44.23 บาท ณ วันที่ 6 ธ.ค. 66อ่านเงื่อนไขและข้อตกลงเพิ่มเติม
…………..
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่"โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
Website: www.dek-d.com/studyabroad
X: @tornokandcourse
IG: @tornokandcourse
Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ
TikTok: @tornokandcourse