โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

จับทิศทางอุตสาหกรรมเกมไทย จุดพลังคนทำเกมให้เติบโต

นิตยสารคิด

อัพเดต 26 เม.ย. 2565 เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 03.34 น.
TGA-talk-cover

ภาพลักษณ์การเล่นเกมในปัจจุบันมีมุมมองเชิงบวกมากกว่าคนรุ่นก่อน ขณะที่อุตสาหกรรมเกมก็กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้อุตสาหกรรมเกมเติบสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

แต่การเติบโตนี้จะเป็นดั่งการจุดพลุแล้ววูบหาย หรือเป็นอุตสาหกรรมที่ยังคงรักษาระดับความร้อนแรงได้ต่อเนื่อง ในการเสวนา “สถานการณ์ปัจจุบัน และทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมเกมไทย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Game Talent Showcase 2022 Presented by Bitkub ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีคำตอบที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมไทย ผ่านการถ่ายทอดข้อมูลและการแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในฐานะนักพัฒนาเกมและผู้บริหารสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (Thai Game Software Industry Association : TGA) อันประกอบด้วย คุณเนนิน อนันต์บัญชาชัย นายกสมาคมฯ, คุณศรัณย์พัจน์ เสรีวิวัฒนา อุปนายก และคุณปริเมธ วงศ์สัตยนนท์ โฆษกสมาคมฯ โดยมีคุณอิศรา เปี่ยมพงศ์สานต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมเครือข่ายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวที่ CEA มีส่วนในการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ

©สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย

การเติบโตที่ต้องจับตา
การสนทนาเริ่มต้นด้วยการที่คุณปริเมธในฐานะโฆษกสมาคม TGA นำเสนอภาพรวมของอุตสาหกรรม ระบุถึงการคาดการณ์มูลค่าของอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทยว่าในปี 2565 จะอยู่ที่ 3.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะสูงกว่าปีที่แล้วประมาณ 15.6% ขณะที่นักเล่นเกมในประเทศมีจำนวนกว่า 27.8 ล้านคน ซึ่งนับเป็น 41% ของประชากรไทยทั้งหมด และเมื่อมองไปที่ข้อมูลอื่น ๆ ก็มีความน่าสนใจที่สะท้อนถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศไทย ดังนี้

  • ในปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงก่อนจะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการดาวน์โหลดเกมมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก โดยมีอัตราการดาวน์โหลดสูงขึ้น 202% นับจากปี 2559 และมีการใช้จ่ายด้านเกมราว 230 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.46 พันล้านบาท) ทำให้แอปพลิเคชันเกมบนมือถือมีการเติบโตของรายได้สูงขึ้น 192% นับจากปี 2559

  • ในปี 2562 ตลาดเกมในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ 2.54 หมื่นล้านบาท ต่อมาปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มเกิดสถานการณ์โควิด ตลาดเกมมีมูลค่าอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ในปี 2564 ตลาดเกมก็มีมูลค่าสูงขึ้นไปอีกที่ 3.4 หมื่นล้านบาท กระทั่งปีนี้ที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงเกือบ 4 หมื่นล้านบาท

สถิติและตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ชี้ให้เห็นนัยสำคัญถึงการเป็นตลาดที่น่าจับตาของอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์อื่น ๆ อย่างแอนิเมชันหรือคาแรกเตอร์ โดยพบว่าอุตสาหกรรมเกมเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดและเป็นอุตสาหกรรมเดียวที่มีการเติบโตสูงขึ้นในช่วงโควิดเมื่อปี 2563 เฉพาะแค่ปีที่แล้วอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทยยังมีมูลค่าสูงกว่าแอนิเมชันถึง 10 เท่า และสูงกว่าคาแรกเตอร์ถึงเกือบ 14 เท่าเลยทีเดียว

©Alberto Morles/Pexels

โอกาสจาก 1% ของเกมสัญชาติไทย
อย่างไรก็ดีเมื่อเจาะเฉพาะเกมสัญชาติไทย (IP owner) กลับพบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดเกมทั้งหมดในประเทศไทยที่มีอยู่ 3.4 ล้านบาทในปี 2564 เกมสัญชาติไทยกลับมีมูลค่าในตลาดเพียง 409 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนเพียง 1% เท่านั้น

“ตัวเลข 409 ล้านบาท หรือ 1% นี้มองได้ 2 แง่” คุณเนนิน-นายกสมาคม TGA กล่าว “มันแปลว่าเกมที่พัฒนาโดยคนไทยยังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับเกมอื่นในตลาด ซึ่งแม้ดูน้อยก็จริงแต่ก็แสดงว่ามีอีกหลายหมื่นล้านที่เราสามารถเข้าไปหาเกมเมอร์ได้อีกมาก ขณะเดียวกันมูลค่าตลาดเกมในไทยโดยรวมก็เป็นหนึ่งในตัวเลขที่ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาได้ หากเราโตขึ้น 1.5% ก็แสดงว่าเราโตขึ้นอีก 150 ล้านบาทแล้ว”

©Max DeRoin/Pexels

และมุมมองนี้ก็สอดคล้องกับความเห็นคุณปริเมธที่บอกว่าโอกาสของนักพัฒนาเกมไทยยังเปิดกว้างอีกมาก แม้ตอนนี้เกมไทยจะมีเพียงแค่ 1% ของตลาด โดยอาจมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ทุนสร้าง คุณภาพ การตลาด ฯลฯ แต่หลายองค์กรจากภาครัฐและเอกชนต่างกำลังช่วยกันผลักดันให้อุตสาหกรรมเกมไทยเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่การเปิดเวทีแข่งขันเยาวชนคนสร้างเกม หรือ Game Talent Showcase 2022 ที่จัดโดยสมาคมฯ โดยการสนับสนุนของ Bitkub ซึ่งปีนี้มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาร่วมแข่งขันถึง 30 ทีม ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีกับอนาคตของเกมไทย อย่างน้อยในแง่บุคลากรก็จะมีคนรุ่นใหม่พร้อมที่จะเป็นนักพัฒนาเกมมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้เกมที่พัฒนาโดยคนไทยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ

ทางด้านคุณศรัณย์พัจน์-อุปนายก ก็ได้กล่าวเสริมว่า เกมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อน มีการใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และกำลังคนมาก นักพัฒนาเกมไทยอาจจะยังต้องวิ่งตามหลังคนอื่นอยู่ แต่ปัจจุบันศักยภาพคนไทยกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ

©RODNAE Productions/Pexels

ก้าวย่างคนทำเกม
จากนั้นวงเสวนาก็ได้กล่าวถึงศักยภาพเกมไทย ซึ่งที่ผ่านมาเรามีตัวอย่างเกมไทยที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล เช่นTimelie, Araya, A.R.E.S. Extinction Agenda, Project Nimbus โดยเกมเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นเหมือนกัน คือเริ่มจากเวทีการประกวด แล้วต่อยอดพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนสามารถสร้างรายได้บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ในท้ายสุด

ดังนั้น การพยายามสร้างโอกาสให้กับตัวเองด้วยการส่งผลงานร่วมเวทีประกวดจึงมีประโยชน์ไม่เพียงแต่ได้รับเงินรางวัล แต่มันยังเป็นพื้นที่ให้นักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ได้ทำความรู้จักผู้คนในวงการเกมที่อาจมอบโอกาสให้แต่ละคนได้ต่อยอด และอาจนำไปสู่การเป็นบริษัทเกมรายใหญ่ในอนาคตก็ย่อมได้

ต่อมาคุณปริเมธได้ฉายข้อมูลเปรียบเทียบให้เห็นขนาดของตลาดเกมในประเทศไทยกับระดับสากล ซึ่งพบความน่าสนใจคือตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ขณะที่ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตที่ 9% แต่ตลาดเกมในประเทศกลับมีการเติบโตถึง 14% สูงกว่าการเติบโตโดยเฉลี่ยในระดับโลกด้วยซ้ำ ตลาดประเทศไทยจึงมีหลายประเทศให้ความสนใจ และแม้จะมีคู่แข่งอย่างเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แต่ไทยเองยังเป็นประเทศที่ติดอันดับ Top 3 ของตลาดเกมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงการเป็นตลาดที่น่าจับตามอง และอนาคตที่สดใสของนักพัฒนาเกมไทยด้วยเช่นกัน

©สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย

มองอนาคตวงการเกม
คุณเนนินซึ่งรับหน้าที่นำเสนอข้อมูลในช่วงต่อมาเกี่ยวกับระบบนิเวศรวมถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของอุตสาหกรรมเกมไทยระบุว่า นอกจากอุตสาหกรรมมีการเติบโตของมูลค่าที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับสากล ประเทศไทยยังได้รับการยอมรับในฝีมืองานสร้างสรรค์ จะเห็นได้จากการที่มีคนไทยทำงานอยู่บริษัทเกมดังระดับโลกหรือในต่างประเทศมากมาย แต่ปัญหาคือเรายังต้องเพิ่มจำนวนคนเก่งให้มากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมเกมที่ต้องส่งเสริมให้มีคนเก่งมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมตั้งแต่ระดับนโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีนโยบายที่เป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน การพัฒนาระบบจัดเก็บและแชร์ข้อมูล เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ในปัญหาล้วนมีโอกาส และอุตสาหกรรมเกมไทยก็มีโอกาสเติบโตได้อีกมากมาย เห็นได้ชัดจากสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบเชิงบวก ต่างประเทศเอาต์ซอร์สงานให้คนไทยมากขึ้น เกมคนไทยมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น ตัวเลขต่าง ๆ ล้วนชี้ว่าอุตสาหกรรมเกมดีมาก และมีเกมไทยน่าสนใจเกิดขึ้นมากมายช่วง 2-3 ปีนี้ อย่างเช่น Kingdom Reborn ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ระดับ early access และยังสร้างประวัติศาสตร์ทำยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทในเวลาไม่ถึง 1 ปี

“โควิดทำให้อุตสาหกรรมเกมทั่วโลกมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 20% หรือ 1.3 หมื่นล้านครั้งในปี 2563 เกิดการใช้จ่ายในเกมทั่วโลก 1.67 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้โควิดยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการทำงานแบบ work from anywhere และนำมาซึ่งเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัล มีการเปิดบัญชีเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยคนไทยใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล MetaMask ติดอันดับ 3 ของโลก มีการใช้คริปโทเคอร์เรนซี มีกระแสของเมตาเวิร์ส มีการพัฒนาเกม NFT ที่ผู้เล่นเล่นแล้วสามารถนำเหรียญโทเค็นมาแลกเปลี่ยนสินค้าได้ เช่น เกม Axie Infinity ก็ยิ่งทำให้เกมบูมมากขึ้น และจะมีการนำเกมไปเป็นส่วนประกอบของเมตาเวิร์ส อย่างเช่น Bitkub Metaverse ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงที่จะมีฟีเจอร์ของเกมอยู่ในจักรวาลนี้ด้วย จึงเป็นข้อได้เปรียบของคนทำเกมในการต่อยอดไปทำเมตาเวิร์ส เพราะหลายอย่างใช้เทคโนโลยีเดียวกัน แต่ก็ต้องรอดูต่อไปว่าเมตาเวิร์สจะมีหน้าตาอย่างไรในอนาคต เพราะตอนนี้เพิ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น”

©สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย

เติมความแข็งแรงให้อุตสาหกรรม
เมื่อมาถึงช่วงท้ายวงสนทนาก็ได้แบ่งปันมุมมองถึงแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมไทย โดยตัวแทนจาก CEA เปิดเผยว่า CEA ได้มีการจัดทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาซอฟต์แวร์ (เกมและแอนิเมชัน) ระยะเวลา 5 ปี โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากการขายเกมเพิ่มขึ้น 10% ต่อปี และให้มีการขยายตัวของแรงงานในสาขาเกมและแอนิเมชันรวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 6% ต่อปี ตามแนวทางหลักใน 4 ด้าน คือ การส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะแรงงาน, การพัฒนาอาชีพ Content Creators ที่เกี่ยวกับเกม และการส่งเสริมการแข่งขันอีสปอร์ตและธุรกิจอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ, การสร้างความเข้าใจเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมเกม และการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเกม

ขณะที่สิ่งเหล่านี้เป็นทิศทางของภาครัฐที่จะเกิดขึ้น ทาง TGA ก็ได้ตอกย้ำถึงแนวโน้มที่ดีของอุตสาหกรรมเกมที่ถึงแม้โควิดจะคลี่คลายไป แต่การเติบโตของอุตสาหกรรมเกมก็จะยังสูงขึ้นกว่าระดับปกติในช่วงก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโรค

©สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย

“ถ้าการเติบโตระดับปกติคือ 15% และในสถานการณ์โควิด เส้นกราฟกระโดดไปที่ 35% เมื่อโควิดคลี่คลายการเติบโตอาจจะลงมาที่ 20-25% ซึ่งก็ยังสูงกว่า15% อยู่” คุณเนนิน-นายกสมาคม TGA กล่าว

ส่วนทางด้านอุปนายก-คุณศรัณย์พัจน์ ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญหนึ่งที่หนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเกมต่อเนื่องคือเจเนอเรชันที่เติบโตมากับการเล่นเกมซึ่งปัจจุบันได้เข้าสู่ตลาดแรงงานและเป็นผู้มีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เจเนอเรชันที่ไม่ได้เล่นเกมทยอยเฟดตัวออกไป จึงยังคงมีโอกาสที่ทำให้อุตสาหกรรมเกมก้าวหน้าได้ต่อไป

“อายุเฉลี่ยของนักเล่นเกมในอาเซียนอยู่ที่ 30-40 ปี คนกลุ่มนี้แม้จะเกษียณไปก็ไม่เลิกเล่นเกม เราจึงมีช่วง gap year ในตลาดแรงงานอีกประมาณ 20 ปี อุตสาหกรรมเกมจึงยังโตได้อยู่ แต่หลังจากนั้นปัญหาใหญ่ที่จะเข้ามา คือจำนวนประชากรที่ลดลงจากอัตราการเกิดที่น้อยลง ซึ่งผมไม่ทราบว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเกมอย่างไรบ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ยังค่อนข้างไกล เราจึงยังไม่จำเป็นต้องมองอนาคต ณ ขณะนั้น ในวันนี้ก็ได้” คุณศรัณย์พัจน์กล่าวทิ้งท้าย

เรื่อง : พัตรา พัชนี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Meta ชวนไขปริศนา คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม สร้างเสริมความรู้เท่าทันกลโกงออนไลน์

SpringNews

ตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์ 2569 เช็คตารางงาน 12 วัน 12 คืนเต็มที่นี่

ฐานเศรษฐกิจ

ใจสั่น เหนื่อยง่าย อาจไม่ใช่แค่โรคกำเริบ แต่เพราะฝุ่น PM 2.5

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

หนังใหม่ 2026 : "KINKI อาถรรพ์คิงคิ" ปลุกตำนานพื้นที่ต้องห้าม

PPTV HD 36

หนังใหม่ 2026 : พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE

PPTV HD 36

มองสังคม ผ่านละครเวที “Log In, ด้วยรัก เกมออนไลน์ และคนที่หายไป”

SpringNews
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...