โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TOYOTA BZ4X 1,836,000 บาท กับสเปคที่สุดคุ้ม และคู่แข่งไม่ใช้รถ BEV จากจีน!!

Businesstoday

อัพเดต 11 พ.ย. 2565 เวลา 16.01 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2565 เวลา 08.07 น. • Businesstoday

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

หลังจากเปิดตัวเปิดราคาอย่างเป็นทางการ เปิดรับจองในวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 20.00 น. และปิดรับจองไปในวันที่ 10 พฤศจิกายน เวลา 20.00 น. ปิดการจองภายในเวลา 24 ชั่วโมงเท่านั้น มีสถิติการจองในช่วง 60 นาทีแรกสูงถึง 1,064 คัน หลังจากปิดรับจองมียอดสูงถึง 3,356 คัน แสดงให้เห็นว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะอีกไม่นานนักก็จะขึ้นสายพานการผลิตในบ้านเราแล้ว เมื่อนั้นความพร้อมก็จะมากขึ้น ด้วยยอดจองและความสนใจที่ล้นหลามก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมถึงปิดรับจองเร็ว ประเด็นสำคัญคือเรื่องของความเชื่อถือในภาพรวม จำนวนศูนย์บริการที่มีเยอะทั่วทุกมุมเมือง เวลามันอาจจะกระชั้นไปนิดสำหรับการเริ่มต้น แต่รอดูเถอะว่าไม่นานนักความพร้อมจะมาเต็มที่

และโตโยต้าเองก็เตรียมความพร้อมพลังงานทางเลือกอื่นๆ ควบคู่กัน อย่างการขับเคลื่อนด้วยพลังงาน “ไฮโดรเจน” ในกลุ่มของรถเซลเชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) แห่งแรกของประเทศไทย (Hydrogen Station) ณ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยการนำรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงรุ่นมิไร (Mirai) ของโตโยต้า มาเพื่อทดสอบการใช้งานในประเทศไทย ให้บริการในรูปแบบรถรับส่งระหว่างสนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี (U-Tapao Limousines) สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารในพื้นที่พัทยา – ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะทำการเก็บข้อมูลเชิงเทคนิคที่ได้จากการใช้งานจริง เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นข้อมูลรองรับการขยายผลใช้งานในอนาคต การเติมไฮโดรเจนครั้งนึงใช้เวลาราว 3-5 นาที ทำให้รถวิ่งได้ในระยะทาง 600 – 700 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่ต้องจับตามอง

กลับมาที่ TOYOTA BZ4X กันต่อ การเปิดตัวครั้งนี้โตโยต้าเลือกที่จะเปิดตัวรุ่น AWD เพียงรุ่นเดียว ใช้พื้นฐานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีมอเตอร์ขับเคลื่อนสองตัว รุ่นขับเคลื่อนสองล้อที่เปิดในตลาดต่างประเทศไปแล้วอาจจะต้องรอเวลาที่เหมาะสมหรืออาจจะเป็นช่วงที่เริ่มสายการผลิตในบ้านเราก่อน ลองดูสเปคคร่าวๆ กันก่อนจะไปดูว่าจุดเด่นจริงๆ คืออะไร ตัวรถสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม e-TNGA ฐานล้อ 2,850 มม. ยาวในระดับ D-Segment SUV ทำตลาดในประเทศไทยด้วยรุ่นขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า พร้อมแรงบิด 337 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.9 วินาที แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มาในขนาด 71.4 kWh รองรับการเดินทางต่อชาร์จ 411 กม. ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จแบบ Normal Charge ใน 9 ชั่วโมง 30 นาที และชาร์จแบบ Quick Charge 150 kW จาก 10-80% ได้ใน 30 นาที สำหรับตัวรถที่จะผลิตออกมาในช่วงไตรมาส 4 จะมีการอัพเกรดการชาร์จแบบ Normal Charge ให้รับกำลังไฟสูงขึ้นเป็น 11 kW จะทำให้ระยะเวลาในการชาร์จลดลงเหลือราว 7 ชั่วโมง

สิ่งที่ต้องรู้ถึงความเป็นมาของ BZ4X ในเรื่องสำคัญๆ ก็คือ อย่างแรก ตัวเป็นการพัฒนาร่วมกับค่าย SUBARU มีคู่แฝดคือ SUBARU Solterra นั่นเป็นที่มาว่าทำไมถึงมีรุ่น AWD เพราะเป็นจุดขายของค่ายซูบารุมาเนิ่นนาน ถ้าก้มไปมองบนคอนโซลเกียร์จะเห็นว่ามีปุ่ม “X-Mode” เป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทำให้รถครอสโอเวอร์มีประสิทธิ์ภาพในการลุยทัดเทียมกับรถ SUV ที่มีเกียร์ 4H หรือ 4L เลยทีเดียว ระบบสามารถเลือกปรับลักษณะการส่งกำลังไปยังล้อขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพผิวถนนได้หลากหลาย ทั้งทราย ดิน โคลน ถ้าคุณเป็นสายลุยตามลานกางเต็นท์หลายๆ แห่งที่ทางลำบากๆ รถที่เข้าไปต้องมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มี 4H / 4L แต่ปรากฏว่าที่ลานเดียวกันนั้นมี SUBARU XV หรือ Forester จอดอยู่ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะระบบขับเคลื่อนเค้าสุดจริงๆ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม BZ4X ถึงมีรุ่น AWD ถ้าคุณชอบประสิทธิ์ภาพและความสนุกสนานในการขับขี่แบบรถขับเคลื่อนสี่ล้อบนถนนปกติ และสามารถลุยได้แบบไม่อายใครในเส้นทางออฟโร้ดถือว่า BZ4X AWD ตอบโจทย์ในทุกด้าน แต่ถ้าคุณต้องการรถ BEV สมรรถนะดี วิ่งได้ค่อนข้างไกลและชาร์จได้เร็ว และราคาค่าตัวน่าจะต่ำกว่าราวๆ 2 แสนบาทก็อดใจรอหน่อยเพราะคาดว่าน่าจะตามมาภายหลังแน่นอน

อีกเหตุผลที่น่าสนใจคือเรื่องของแบตเตอรี่เจ้า BZ4X ใช้เทคโนโลยี BYD Blade Battery (LFP) ดูไม่ผิดหรอกครับเป็นเทคโนโลยีอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ BYD เป็นแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูงมาก การทดสอบด้วยการเจาะทะลุอย่างรุนแรงจะไม่เกิดการระเบิดและลุกไหม้จนไม่สามารถดับได้ และการวางรูปแบบเซลล์ที่ระบายความร้อนได้ดีรวมถึงการเพิ่มเซลล์แบตเตอรี่ได้มากกว่าในขนาดพิกัดแพคแบตเตอรี่เท่าๆ กัน เทคโนโลยีนี้เป็นที่หมายปองสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ BEV เป็นอย่างมาก แม้โตโยต้าเองจะมีการพัฒนาแบตเตอรี่แบบ “Solid State Battery” ก็ตามที แต่ยังไม่พร้อมที่จะนำมาใช้กับรถในกลุ่มนี้เพราะต้นทุนยังสูงมากอยู่ แต่การนำแบตเตอรี่จาก BYD มาใช้นั้นไม่ได้เอามาใส่ดื้อๆ มีการพัฒนาระบบควบคุมการชาร์จให้มีความเหมาะสมและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาในเรื่องนี้ช่วยให้การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ช้าลง ในเวลา 10 ปีทางโตโยต้าเคลมว่าจะเสื่อมสภาพไม่เกิน 10%

การเปิดตัวในครั้งนี้ถามว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันมีหรือไม่? ถ้าให้ตอบตรงๆ บอกได้เลยว่า “ไม่มี” แต่ก็มีคำถามและข้อสงสัยว่า “เมื่อเทียบกับรถจีนราคาล้านต้นๆ” มันแตกต่างขนาดไหน ดีกว่าเพียงใด เพราะราคาต่างกันมากพอสมควร ตอบได้ชัดๆ เลยว่า “ไม่ใช่คู่แข่งกลุ่มเดียวกัน” เมื่อเทียบกันยังไงเจ้า BZ4X เหนือกว่าทุกด้าน เพราะเทคโนโลยีรูปแบบการขับเคลื่อนและราคาก็แตกต่างกันมากแล้วมันเลยเทียบกันไม่ได้ เหมือนกับสมาร์ทโฟนเครื่องละ 50,000 บาท กับเครื่องละ 30,000 บาท มันมีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องสเปคด้านต่างๆ ที่เป็นคำตอบว่าทำไมถึงแพงกว่า ถ้าเอามาเปรียบเทียบหรือทดสอบเทียบกันยังไงสมาร์ทโฟนเครื่องละ 50,000 บาทก็ดีกว่าวันยังค่ำ เหตุผลเดียวที่ทำให้สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นขายได้คือ ลักษณะการใช้งานของผู้บริโภคและงบประมาณต่างหาก ซึ่งมันดีทั้งคู่ตามระดับราคาของมันซึ่งเทียบกันก็คงจะไม่เป็นธรรมนัก

จากที่ได้ลองขับช่วงสั้นๆ ในสนามพอจะบอกถึงจุดเด่นได้พอสมควร ด้วยโครงสร้าง e-TNGA ซึ่งเป็น Platform ใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้าโดยเฉพาะ มีจุดเด่นด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทนต่อแรงบิดสูง แข็งแกร่ง ทำงานควบคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ใหม่ “X-Mode” ที่ช่วยควบคุมการกระจายแรงขับที่ล้อ เบรก และคันเร่ง ในทุกสภาพเส้นทาง ยิ่งไปกว่านั้นยังมอบความมั่นใจสูงสุด ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.9 วินาที แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของมอเตอร์และการกระจายแรงบิดทั้งสี่ล้อ ตัวรถพุ่งทยานออกไปในทันทีโดยไม่มีอาการหน้ายกท้ายยุบให้รู้สึก การกระจายน้ำหนักของตัวรถทำได้ดีการทดสอบแบบสลาลอมและการเข้า/ออกโค้งแคบๆ ตัวรถมีการควบคุมที่แม่นยำฉับไว ถือว่าเป็นรถที่ขับสนุกอีกคันนึงเลยทีเดียว ในเรื่องของเทคโนโลยีความปลอดภัยเป็น Toyota Safety Sense 3.0 เจเนอร์เรชั่นล่าสุด มาพร้อมระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ Intelligent Parking Assist ทำงานอัตโนมัติ เพียงเลือกโหมด ให้การจอดเทียบ และเข้าช่องจอดทำได้อย่างแม่นยำ

ถ้าคุณต้องการรถ BEV ประสิทธิ์ภาพสูงคุ้มราคาถือว่าน่าสนใจไม่น้อย และอนาคตอันใกล้จะมีรุ่นอื่นๆ ตามออกมาอีก รวมถึงเทคโนโลยี FCEV ที่โตโยต้าเตรียมปูทางสำหรับพลังงานทางเลือกอีกรูปแบบหนึ่ง ส่วน BZ4X ในรุ่นขับเคลื่อนสองล้อนั้นต้องลุ้นต่อว่าจะมาเมื่อไหร่ นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกคันหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...