โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อาจารย์ มช.-นักสิทธิชี้ รัฐต้องทบทวน บังคับเกณฑ์ทหาร หลังมีเหตุฝึกโหด รด.ที่นราธิวาส

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ธ.ค. 2565 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2565 เวลา 11.55 น.

อาจารย์ มช.-นักสิทธิชี้ รัฐต้องทบทวน บังคับเกณฑ์ทหาร หลังมีเหตุฝึกโหด รด.ที่นราธิวาส

จากกรณีที่มีนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 ใน จ.นราธิวาส ฝึก รด.จนต้องเข้าโรงพยาบาลถึง 23 คน โดยแพทย์ระบุว่าสาเหตุเกิดจากร่างกายเด็กไม่มีความพร้อม และสภาพอากาศที่ร้อน รวมไปถึงการขาดน้ำ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุขึ้น โดย พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งสอบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด (5 ธันวาคม) เหตุที่เกิดขึ้นนายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เผยแพร่ข้อเขียน เรื่อง“หนีเกณฑ์ทหาร ด้วยการเรียน รด.” แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า

“ผมเคยสอบถามนักศึกษาที่รู้จักมักคุ้นว่าทำไมถึงต้องไปเรียน รด. คำตอบที่ได้ก็ไม่ได้ต่างไปจากความคาดหมายเท่าไหร่ มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ให้คำตอบว่า เพราะไม่อยากไปเป็นทหารเกณฑ์ แทบหาไม่ได้ที่อยากเรียน รด.เพราะอยากฝึกวิชาทหาร อยากเตรียมพร้อมในการปกป้องประเทศชาติ

ไม่ต้องอธิบายหรอกว่าในความเข้าใจของคนโดยทั่วไปแล้วการเป็นทหารเกณฑ์นั้นมีประโยชน์แก่ชีวิตของปัจเจกบุคคลเยี่ยงไร ในอดีต พ่อแม่จำนวนมากก็ใช้วิธีใต้ดินเพื่อให้รอดพ้นจากการเป็นทหารเกณฑ์ แต่วิธีการใต้ดินอาจยุ่งยากในห้วงเวลาปัจจุบัน รด.จึงไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่าการเป็นช่องทางให้ลูกหลานชนชั้นกลางสามารถหลบเลี่ยงการเป็นทหารเกณฑ์

ที่กล่าวว่าการเรียน รด.เป็นช่องทางหนึ่งที่เปิดไว้ให้สำหรับชนชั้นกลาง เพราะต้องเป็นคนที่เรียนได้ ต้องอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ข้อมูลชี้ชัดว่าสำหรับคนจนมีเป็นจำนวนน้อยที่มีโอกาสเรียนต่อในระดับมัธยมปลาย ดังนั้น ที่ผ่านมาท่าทีการปฏิบัติต่อนักศึกษา รด.จึงไม่ได้หนักหนามากเท่าไหร่ เพราะต่างก็รู้ดีว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้น เสียงของชนชั้นกลางนั้นสามารถดังไม่น้อย

กรณีที่จังหวัดนราธิวาส จะเป็นตัวอย่างให้การปฏิบัติต่อ รด.ที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใจกลางของเรื่องนี้คือการบังคับเกณฑ์ทหารที่ควรต้องถูกทบทวนอย่างจริงจัง ทำอย่างไรไม่ให้การเกณฑ์ทหารเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง และเป็นการตรึงคนอีกกลุ่มหนึ่งให้ต้องตกอยู่ในฐานะของการถูกกดขี่ขูดรีดอย่างไม่เป็นธรรม”

ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง นักสิทธิมนุษยชน ประธานมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ ประธานยุทธศาสตร์ และรองหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า “การที่นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 และ 2 ในจังหวัดนราธิวาส จำนวน 23 ราย มีอาการกล้ามเนื้ออักเสบอย่างรุนแรง และ 8 ราย มีอาการไตวายเฉียบพลัน ต้องได้รับการฟอกไต โดยแพทย์ระบุเป็นภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย คงต้องให้กำลังใจน้องๆ และพ่อแม่อย่างมาก รวมถึงร่วมกันตั้งคำถามต่อความเป็นธรรมกับการตั้งกรรมการสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ผมจะไม่พูดถึงสาเหตุของภาวะอาการนี้และทำไมน้องๆ ต้องเข้ารับการรักษา แต่ขอเน้นไปเรื่องกฎหมายของไทยเรื่องการเกณฑ์ทหาร และหลักสูตรวิชาทหารที่มีอยู่ ซึ่งโพสต์นี้ขอพูดเรื่องหลักสูตรรักษาดินแดน

“หนึ่ง เลิกเถอะครับกฎหมายการเกณฑ์ทหาร ทราบดีครับว่ายังมีประเทศกว่า 20 ประเทศที่ยังคงกฎหมายนี้ในรัฐธรรมนูญ หากแต่เราควรดูบริบทของไทยว่ามันจำเป็นมากน้อยแค่ไหนโดยเฉพาะในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ด้านความมั่งคง รบน้อยมากๆ

“สอง การเรียนรักษาดินแดน หรือ รด. นี่จริงๆ เป็นผลพวงจากความไม่ประสงค์ของเด็กและผู้ปกครองที่จะต้องผ่านการเกณฑ์ทหารเมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์

“สาม หากประเทศไทยต้องการสร้างและผลิตกำลังสำรองตามคอนเซ็ปต์ ‘citizen soldier’ แล้วนั้น ควรให้เป็นไปแบบ ‘ด้วยความสมัครใจ’ อย่างแท้จริง แล้วคุณจะได้คนมีคุณภาพเพื่อพัฒนากองทัพต่อไป ผมเชื่อนะว่ายังมีคนที่อยากเรียนเรื่องการทหารอยู่ กลุ่มนี้แหละครับที่ทางประเทศสามารถนำมาพัฒนาเป็นกำลังพลที่มีความสามารถต่อไปได้ ไม่ใช่เด็กชายไทยทุกคน!!

“สี่ รด.ที่มีอยู่เริ่มต้นตั้งแต่เด็กชายอายุ 15 ปี และไม่สมัครใจโดยส่วนใหญ่ จริงๆ ก็เข้าคอนเซ็ปต์ทหารเด็กนะหากถูกตีความจริงๆ ‘การสู้รบโดยตรง’ ก็ยังเป็นประเด็นถกแถลงกันอยู่ และอีกอย่าง ทุกคนไม่ได้สมัครใจเรียน รด. แต่กลัวและเกรงว่าจะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารในอนาคต

“เอาง่ายๆ ครับ อย่าบังคับคนโดยกฎหมายที่จะมีผลต่อเด็กในอนาคตหากไม่เรียน รด. มันคือการบังคับนั่นเอง และสร้างความกลัวให้ทั้งผู้ปกครองและเด็ก ผมทราบว่า ‘การเป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด’ แต่หากต้องการกำลังพลที่มีคุณภาพที่จะเข้ามาพัฒนาสถาบัน ต้องเริ่มจากความปรารถนาส่วนบุคคลและด้วยความสมัครใจ กลุ่มนี้จะเป็นเป้าหมายหลักที่สถาบันทหารควรนำมาพัฒนาให้กองทัพมีขีดความสามารถมากขึ้น

การเรียนทหารของรักษาดินแดน ควรใช้คอนเซ็ปต์ ‘citizen soldier’ ในการฝึกฝนบุคคลให้มีศักยภาพทางทหารเมื่อประเทศของตนต้องการ และคนที่ถูกฝึกนั้นสามารถใช้ศักยภาพที่ถูกพัฒนามาเพื่อเติมเต็มหน้าที่ของพลเมืองอย่างมีคุณภาพในเวลาปกติ และการเข้าไปฝึกนั้น ควรต้องไม่ใช่เด็กและต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ

“ตัวอย่าง เช่น ในประเทศสหรัฐ เค้ามีการเรียน ROTC ในมหาวิทยาลัย (เหมือน รด.นั่นแหละ แต่แยกเหล่าที่สนใจและเข้มข้นกว่า) และให้นักศึกษาผู้สนใจวิชาการทางทหารเข้ารับการอบรมและฝึกฝนด้วยความสมัครใจ และระหว่างรับการอบรมและฝึกนั้น นักศึกษาสามารถได้รับทุนจากกองทัพเพื่อช่วยให้สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้เสียอีกด้วย

“ทำไมไทยเราไม่พิจารณาและทำเฉกเช่นนี้ หากทำแล้ว 1) จะไม่ถูกครหาเรื่องการใช้กฎหมายการเกณฑ์ทหารมาบังคับให้คนเรียน รด. 2) ลบข้อครหาและความเสี่ยงถูกกล่าวหาเรื่องทหารเด็ก 3) ผู้ที่จะเข้าเรียนวิชาทหารในมหาวิทยาลัยจะไม่ใช่เด็กแล้ว 4) คนมารับการฝึกอบรมจะมาด้วยความสมัครใจ

5) ลดภาระการใช้ภาษีหลายร้อยล้านบาทจากการนำมาใช้เรื่องการอบรม รด.ปี 1-3 ทั่วประเทศ 6) นำภาษีที่จะต้องใช้จ่ายในข้อ 5 มาทำเป็นทุนให้นักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยที่สมัครใจเรียน อย่าง ROTC เพื่อช่วยให้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา และวิชาทหารที่สมัครใจเรียนไปพร้อมกัน และ 7) กองทัพจะได้บุคลากรที่มีคุณภาพในหลายๆ สาขาวิชาในระดับอุดมศึกษามาพัฒนากองทัพอย่างมากมาย

“ไว้ครั้งหน้าจะมากล่าวถึงจะหาทหารเกณฑ์มาได้อย่างไรหากยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่พูดมาทั้งหมดต้องขอออกตัวว่าผมเคารพและให้เกียรติสถาบันทหารที่เป็นสถาบันหลักของประเทศที่ได้นำพาประเทศไทยผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนเป็นไทยในทุกวันนี้ และเพราะด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากเห็นสถาบันทหารปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย โดยมีความกะทัดรัด เป็นมืออาชีพ ทันสมัย และก้าวสู่สากล ในศตวรรษที่ 21”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...