โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Tesla ลุยต่อ เตรียมเปิดตัวรถอีวี เน็กซ์เจน 1 มีนาคมนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. 2566 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2566 เวลา 08.06 น.

“เทสลา” ประกาศผลประกอบการปี 2565 ไตรมาสสุดท้ายกวาดรายได้เกือบ 8 แสนล้านบาท “อีลอน มัสก์” ยอมรับแนวโน้มราคารถเทสลาจะถูกลง ตั้งเป้าผลิตปีนี้ขั้นต่ำ 1.8 ล้านคัน แย้มเตรียมเปิดตัวรถอีวี เน็กซ์เจนเนอเรชั่น 1 มีนาคม 2566

วันที่ 26 มกราคม 2566 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า บริษัท เทสลา อิงก์ ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2565 รายได้อยู่ที่ 24.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.9 แสนล้านบาท) ซึ่งที่ทั้งสูงกว่าตลาดคาดการณ์ทั้งในแง่รายได้และกำไร สำหรับรายได้เฉพาะในส่วนของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 21.3 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นการเติบโต 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยในปี 2565 รายได้ในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้าของเทสลาอยู่ที่ 71,462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.32 ล้านล้านบาท) กำไรสุทธิ 20,354 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 661,505 ล้านบาท)

โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยานยนต์ของเทสลาในไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 25.9% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในช่วง 5 ไตรมาสที่ผ่านมา รวมถึงกระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง 29% จากปีที่แล้ว และลดลง 36% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยอยู่ที่ 3.28 พันล้านดอลลาร์

Tesla เทสลา

นอกจากนี้บริษัทยอมรับว่าราคาขายเฉลี่ยของรถเทสลา “โดยทั่วไปอยู่ในเส้นทางที่ลดลงเป็นเวลาหลายปี” ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเทสลาในการที่จะเติบโตเป็นบริษัทที่ขายรถยนต์ได้หลายล้านคันต่อปี โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา เทสลามียอดการผลิตอยู่ที่ 1,369,611 คัน

รายงานข่าวระบุว่า ในช่วงปลายปี 2565 ที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ เทสลาลดราคารถยนต์ทั่วโลก ทำให้ลูกค้าในสหรัฐอเมริกาและจีนไม่พอใจที่เพิ่งซื้อเทสลาใหม่ในราคาที่สูงขึ้น และทำให้ราคาเทสลามือสองในสหรัฐลดลงทันทีเช่นกัน

ขณะที่ “อีลอน มัสก์” ซีอีโอของเทสลา ได้ตอบคำถามผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ในการแถลงผลประกอบการเมื่อ 25 มกราคม 2566 ว่า “จนถึงตอนนี้ (เดือนมกราคม) เราได้เห็นคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งที่สุดในแต่ละปีมากกว่าที่เคยเป็นมาในประวัติศาสตร์ของเรา ซึ่งขณะนี้เทสลามีคำสั่งซื้อเกือบสองเท่าของอัตราการผลิต”

พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังวางแผนที่จะเพิ่มการผลิตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยสอดคล้องกับเป้าหมายอัตราการเติบโต 50% ต่อปี จากที่ได้เริ่มต้นเมื่อปี 2564

โดยปีนี้เทสลาตั้งเป้ายอดการผลิตรถอีวีไว้ที่ 1.8 ล้านคัน ซึ่งนักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า เทสลามีการขยายโรงงานและเพิ่มกำลังการผลิตจำนวนมาก ทำไมแผนการผลิตในปี 2566 จึงอยู่แค่ 1.8 ล้านคัน ซึ่ง “อีลอน มัสก์” ตอบว่า “เรากำลังพูดว่า 1.8 ล้านคัน เพราะมักจะมีเหตุสุดวิสัยบางอย่างเกิดขึ้นบนโลกเสมอ เราไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหว สึนามิ สงคราม โรคระบาด ฯลฯ หากเป็นปีที่ราบรื่น โดยไม่มีการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่หรือปัญหาใหญ่ เราก็มีศักยภาพในการผลิตรถยนต์ได้ถึง 2 ล้านคันในปีนี้ และคิดว่าความต้องการของตลาดก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน”

ทั้งนี้เทสลาระบุว่า ตั้งเป้ากำลังการผลิตรถยนต์อีวีในปีนี้ประมาณ 1.8 ล้านคัน โดยโรงงานเทสลาในเซี่ยงไฮ้ สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Model 3 และ Model Y ได้ 750,000 คันต่อปี ขณะที่โรงงานแห่งแรกในฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Model S และ X ที่มีราคาสูงกว่าได้ 100,000 คันต่อปี และรุ่น Model 3 และ Y จำนวน 550,000 คันต่อปี สำหรับโรงงานในเมืองออสติน รัฐเทกซัส และโรงงานในประเทศเยอรมนี แต่ละแห่งมีความสามารถการผลิตรถยนต์ Model Y ปีละ 250,000 คัน

นอกจากนี้ในรายงานผลประกอบการของเทสลา ยังได้ระบุถึงรถอีวี เน็กซ์ เจนเนอเรชั่นของเทสลาที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ว่าจะมีการเปิดเผยและให้รายละเอียดเพิ่มเติมในวันที่ 1 มีนาคม 2566 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...