โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หาดทรายครึ่งหนึ่งของโลกจะจมทะเลหายไป ภายในปี 2100

Khaosod

อัพเดต 03 มี.ค. 2563 เวลา 16.20 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2563 เวลา 16.19 น.

หาดทรายครึ่งหนึ่งของโลกจะจมทะเลหายไป ภายในปี 2100 -BBCไทย

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเล อาจทำให้ทั่วโลกต้องสูญเสียพื้นที่หาดทรายไปถึงครึ่งหนึ่ง ภายในระยะเวลา 80 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และยิ่งทำให้ความเสียหายจากพายุและอุทกภัยทวีความรุนแรงขึ้น

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC-JRC) รายงานถึงแนวโน้มดังกล่าวในวารสาร Nature Climate Change โดยเตือนว่าในอนาคตหลายประเทศจะไม่สามารถรับมือกับปัญหานี้ ทั้งจะต้องได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้น เนื่องจากสูญเสียหาดทรายที่เป็นแนวป้องกันคลื่นลมชั้นแรกไปนับหมื่นกิโลเมตร

ทีมนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลสภาพหาดทรายทั่วโลกที่บันทึกย้อนหลังไปถึงเมื่อ 30 ปีก่อน แล้วนำมาคำนวณหาแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นภายในช่วงสิ้นศตวรรษนี้ โดยมีการนำเงื่อนไขประเด็นที่ว่า มนุษย์จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นตามเป้าหมายได้หรือไม่ มาพิจารณาร่วมด้วย

AFP / GETTY IMAGES
การสร้างเขื่อนทำให้ตะกอนทรายถูกพัดพามายังพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำลดลง

ผลการทำนายแบ่งเป็นสภาพการณ์ 2 แบบ โดยในกรณีเลวร้ายที่สุดซึ่งการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศไม่ลดลง จนธรรมชาติเกิดกลไกที่ทำให้โลกร้อนได้เองโดยอัตโนมัติ หาดทรายทั่วโลกจะจมทะเลหายไป 49.5% ภายในปี 2100 คิดเป็นระยะทางถึง 132,000 กิโลเมตร

ส่วนสภาพการณ์อีกแบบซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่า คาดว่ามนุษย์จะสามารถควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นเกิน 3 องศาเซลเซียสได้ แม้จะเป็นความสำเร็จที่ต่ำกว่าเป้าหมายในความตกลงปารีสก็ตาม แต่ถึงกระนั้น ระดับน้ำทะเลก็จะยังคงเพิ่มสูงขึ้น จนโลกต้องสูญเสียหาดทรายไป 95,000 กิโลเมตร ภายในปี 2100

รายงานคาดการณ์ว่าประเทศออสเตรเลียจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอาจมีหาดทรายจมทะเลหายไปทั้งหมดเกือบ 15,000 กิโลเมตร ส่วนประเทศที่ต้องสูญเสียพื้นที่หาดทรายในอันดับรองลงมา ได้แก่แคนาดา, ชิลี, สหรัฐฯ, เม็กซิโก,จีน, รัสเซีย, อาร์เจนตินา, อินเดีย และบราซิล

นอกจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเพราะภาวะโลกร้อนแล้ว การก่อสร้างอาคารใหม่ ๆ บริเวณชายหาด การเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm surge) และการที่ตะกอนทรายถูกพัดพามายังพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำลดลงเพราะการสร้างเขื่อน ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้หาดทรายต้องพังทลายหายไปอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...