JEBAN'S LAB | 7 ลิปโกลว ถูกยันแพง ปากคล้ำ-ปากชมพู ทาให้ดู อันไหนสวยจริง
ที่สุดของลิปโกลว… ลิปบำรุงปาก ให้สีเรื่อๆ จางๆ ปากฉ่ำน่าจุ๊บ ใครๆ ก็ยกให้ Dior ดูแล้วมันลูกคุณหนู แพคเกจฟรุ้งฟริ้ง แต่ที่จริงแล้ว Lip glow ก็ไม่ได้มีแค่ Dior นะเธอ ~
สาวๆ หลายคนบ่นมาว่าลิปอันละเป็นพันมันแพงมากเลยค่ะพี่ขา T^T #JEBANLAB นี้ เอมเลยกวาดลิปโกลวปากจุ๊ 7 แบรนด์ มาให้สาวๆ ดูกัน ตั้งแต่ราคา 100 กว่าๆ ไปจนถึง 1,000 กว่าๆ เลยว่า มันจะแทนกันได้จริงมั้ย สอยอะไรคุ้มเงินสุดจ้าาาา :D
วิธีการเทสต์
ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเกิดมาพร้อมกับปากสวยเป๊ะเหมือนนางแบบในโฆษณา เอมเลยชวนนางแบบ 2 สีผิว กับริมฝีปาก 2 แบบมาทาให้ดูกันว่า
พี่แอม สาวผิวขาว ปากชมพูอ่อนๆ สไตล์สาวหมวย
กับ
สาวไทยผิวมาตรฐานแบบน้องหญิง ที่ปากคล้ำนิดๆ ตามธรรมชาติ แบบสาวๆ ส่วนใหญ่
เนี่ย ทาแล้วออกมาเป็นไง เลิฟอันไหนสุดจ้า
และนี่คือ Lip glow ทั้ง 7 แบรนด์ที่เอมเลือกมา มีตั้งแต่ราคาเบาๆ 1xx จนถึงหรูหราเลอค่า ราคา 1,xxx เลยทีเดียว!
- Dior Lip Glow - 1,150 บาท
- Jill Staurt Lip Glow Balm - 850 บาท
- Catrice Tinted Lip Glow Balm - 490 บาท
- Mistine Boss Super Balm Lip Glow - 119 บาท
- YSL Volupté Tint In Balm - 1,500 บาท
- Flow Fushi Lip 38ํc Lip Treatment - 1600 เยน / 470 บาท
- The Face Shop Lip Tint Stick - 389 บาท
สนใจอันไหน เลื่อนไปดูตามลำดับได้เลยจ้า :D
1. DIOR LIP GLOW - 1,150 บาท
ที่สุดของลิปโกลวที่สาวๆ เลิฟ ก็ต้องตัวนี้แหละ ราคาแรงหน่อย แต่เรื่องสีจุ๊บุ ความชุ่มชื่น บำรุงปากได้ยาวนานคือดีจริง แถมล่าสุดก็ออกสีใหม่ เนื้อใหม่ มาอีกเพียบ แต่ถ้า Original เลย มันก็ต้องโกลวๆ ฉ่ำๆ มาในแพคเกจคุณหนูแบบนี้ ~
เนื้อลิป DIOR Lip Glow
: เป็นลิปมันเจือสีชมพูจี้ดดดเดียว มีความหนึบเล็กน้อยมากๆ แต่ทาแล้วไม่ข้าวมันไก่ วาวฉ่ำกำลังสวย ดูปากดี เอ้ยยย ปากสวยสุขภาพดี !
ความชุ่มชื่น : 10/5
บำรุงปากเริ่ด ซับออกปากก็ยังชุ่มชื่น มันบำรุงสุดจริงๆ
ความติดทน : 4/5
เห็นสีอ่อนๆๆ แบบนี้ แต่ซับปาก สีก็ยังติดดีอยู่นะจ๊ะ
แพ็คเกจ : 5/5
เอาไปเลยจ้า ความลูกคุณหนูนี้ แค่ถือก็ดูสวยแล้ว
- สาวปากชมพู : เลิฟฟฟ ชมพูนิดๆ ทำให้ปากดูจุ๊บุสุขภาพดีเหมือนแม่ให้มา
- สาวปากคล้ำ : สีจางไป ไม่รอด แต่ความชุ่มชื่นเริ่ด เช็ดแล้วปากก็ยังนุ่มอยู่
2. JILL STUART Lip glow Balm - 950 บาท
แพคเกจเจ้าหญิงตัวจริงต้อง Jill Stuart ตรงหัวมีกระจกด้วย เค้าใช้ชื่อสีว่า 01 Angelic Kiss เบบี้พิงพ์สว่างและอ่อนโยนราวจูบของนางฟ้า…. อื้อหือออ ต้องเลอค่าอะไรขนาดนั้น
เนื้อลิป JILL STUART Lip Glow Balm
: ฉ่ำมากกก ปากวาวข้าวมันไก่ เยิ้มสไตล์ญี่ปุ่นเลย ไม่มีสีใดๆ พื้นปากยังไงก็ได้สีนั้นที่วาวขึ้น ทาแล้วเย็นปากนิดนึง เพราะมี Baby Mint กับขิงเป็นส่วนผสมด้วย นอกจากนั้นก็มีน้ำผึ้ง, Jojoba Oil, Collagen, Hyaluronic Acid คือจัดบำรุงมาแบบเน้นๆ เลย คุ้มราคา 950 บาทนะ
ความชุ่มชื่น : 5/5
ปากไม่ได้แค่ดูฉ่ำแต่ชุ่มชื่นมากกก บำรุงปากนุ่มจริงแบบ Dior เลย เช็ดออกแล้วปากยังชุ่มชื่น แอบเย็นปากนิดๆ ใครไม่ชอบเย็นๆ ข้ามไปเลยจ้า
ความติดทน : -
คือมันไม่มีสี ไม่รู้จะเอาอะไรมาให้คะแนน 555
- สาวปากชมพู : มันไม่มีสี ก็เหมือนทาลิปวาวๆ ปกติ
- สาวปากคล้ำ : มันไม่ออกสีอะไรเลย บายจ่ะจิล
เนื้อลิป YSL Volupté Tint In Balm
: เนื้อลิปเหมือนมีออยล์ ทาแล้วรู้สึกมันๆ ไม่เหมือนตัวอื่นที่ฉ่ำ มีความวาวเยอะอยู่ แต่ก็ไม่ได้ดูข้าวมันไก่มาก สีไม่ได้ใสๆ เหมือนลิปโกลวตัวอื่น จะมีพิกเมนต์สีลิปปกติอยู่จ้า
ความชุ่มชื่น : 4/5
รู้สึกเหมือนมันมีออยล์บำรุงปาก แต่ไม่ได้รู้สึกฉ่ำเหมือน Dior แต่ถึงเช็ดออกก็ยังรู้สึกปากชุ่มชื่นนะ
ความติดทน :
2/5
กลางๆ เช็ดก็สีหลุด
แพ็คเกจ : 5/5
ความเลอค่านี่ต้องให้ เอาไปเต็มจ้า
- สาวปากชมพู : ทาแล้วรู้สึกปากชมพูสวยแหละ แต่มันดูไม่ธรรมชาติเท่าไหร่ มันความวาวเกินไปด้วย
- สาวปากคล้ำ : สีชมพูไม่รอดจ้า เพราะมันมีพิกเมนต์สีขาวผสมอยู่ในลิป ทาลงไปแล้วปากลอย ดูม่วงๆ ขึ้นมาเลย ขนาดว่าสีที่เลือกมาไม่ใช่สีอ่อนแล้วนะ ถ้าปากคล้ำควรเลือกโทนเข้มไปอีก เช่นพวก แดง ม่วง ไปเลย โทนชมพูไม่โอเคจริงๆ จ้ะพี่จ๋า
เนื้อลิป FLOWFUSHI Lip 38ํc Lip Treatment
: ด้วยความกลอส แน่นอนว่าปากเยิ้มข้าวมันไก่เลยจ้าา แต่ว่าไม่หนึบ ไม่เหนียวนะ ฟีลเหมือนออยล์บำรุงปากแบบมีสี สีนิดนึงตามรูปแหละ +5 นี้คือสวยมากกก เจือส้มนิดๆ เวลาทาคือดูปากจริงสุขภาพดี ไม่ได้เป็นสีชมพูหลอกๆ แบบน้ำยาอุทัย 5555
ความชุ่มชื่น : 5/5
เต็มเลย เริ่ดมากก บำรุงปากดีสุด จะทาเดี่ยวๆ หรือแตะทับตัวอื่นก็ได้ เช็ดออกปากก็ยังชุ่มชื่นมากๆ ดีงามมม
ความติดทน : 1/5
ด้วยความกลอส เช็ดก็หลุดไปจ้า ไม่ได้สีเยอะเหมือนพวกทินท์
แพ็คเกจ : 5/5
ดูสวยเก๋แปลกตา หัวแปรงเป็นงอๆ เข้ารูปปากพอดีเป๊ะ
- สาวปากชมพู : สีสวย มันเป็นแดงอมส้ม ปากเลยดูธรรมชาติมากกกก แต่ว่าเยิ้มไปหน่อย ไม่ค่อยชิน แต่ถ้าใครชอบกลอสเลิฟแน่ๆ
- สาวปากคล้ำ : สีน้อยไปหน่อย ไม่ค่อยกลบสีปาก แต่ก็ดูสุขภาพดีขึ้นแบบไม่หลอกดีนะ เหมือนปากคนจริง ไม่ใช่แต่งหน้า
เนื้อลิป THE FACE SHOP Lip Tint Stick
: มันคือ Lip+Balm+Tint ให้ความรู้สึกคล้าย Dior มากกกกแต่ไม่หนึบเท่า ชุ่มชื่นไม่เท่า สีสดกว่า จะไม่ได้ดูเป็นแบบจุ๊บุเบาๆ ใสๆ เท่าไหร่ ทาแล้วไม่เยิ้ม ปากไม่ข้าวมันไก่ แล้วแค่ 389 บาท คือดีมากกกกกก ถ้านับเรื่องเนื้ออย่างเดียวอันนี้ใกล้ Dior มากจ้าท่านผู้ชม
ความชุ่มชื่น : 4/5
บำรุงดีเลย รู้สึกชุ่มชื่น ไม่ได้แค่เคลือบปากไว้เฉยๆ
ความติดทน : 10/5
โอ้ยย ทนเกินโลกเกินเรื่องมากกก สาวเกาหลีจะเอาสีติดทนไปไหน๊ ทนที่สุดในทุกอัน กราบแล้วจ้าา หนูยอมม
แพ็คเกจ : 3/5
ไม่คุณหนูเหมือนอันอื่น แต่เล็กพกง่าย แท่งมันเพรียวๆ ดี ไม่เลอะเป็นคราบด้วย
- สาวปากชมพู : มันแดงไปหน่อย รู้สึกเหมือนเป็นการทาลิปสีๆ ไปมากกว่า Lip glow จ้า อาจจะต้องเลือกสีอื่นนะ (อันนี้เบอร์ 02 Cherryade)
- สาวปากคล้ำ : สีแซ่บดีแต่มีความเกิน Lip Glow ไปหน่อย แต่ก็ปากชมพูสวยนะ ถ้ามีสีอ่อนกว่านิดจะดูธรรมชาติกว่านี้
.
ครบ 7 shades of GLOW แล้ว มาสรุปผลการเทสต์กัน :D
ลิปโกลวหลักร้อย หลักพัน มันแทนกันได้จริงมั้ย แล้วจริงๆ แล้วอันไหนที่เริ่ดสุด ?
ที่ 1 เลย ต้อง
Jill Stuart
แซงหน้า
Dior
ไปเลยจ้าา ราคาถูกกว่าด้วย แต่ก็ตามมาด้วยความปากเยิ้มที่มากกว่าและไม่มีสีนะ และอีกตัวที่มาเหนือมากคือ The Face Shop ติดโผแบบงงๆ ใจตรงกันทุกคนที่ได้ลอง ราคาไม่ถึง 400 แต่เนื้อคล้าย Dior Lip Glow มากกก ว้อททท!
แน่นอนว่าแบรนด์ไทยต้องมาที่ 1
มิสทีน
119 บาท แต่มันก็จะเละเทะง่ายหน่อย แปปๆ ลิปหัก เอาไว้พกน่ารักๆ พอได้ TwT แต่ถ้าอยากได้เรื่องบำรุงปาก เนื้อดีด้วย ก็ไปที่
The Face Shop
389 บาท และ
Catrice
490 บาท เลยจ้าาา ราคาดี แล้วก็คุณภาพดีด้วย
มาถึงความติดทน แอบถามสาวๆ ส่วนใหญ่เค้าบอกว่าความติดทนไม่ค่อยเป็นปัจจัยในการเลือก Lip glow เท่าไหร่ เพราะมันค่อนข้างใสๆ อยู่แล้ว แต่สำหรับสาวปากคล้ำก็อยากให้ปากสีสวยติดไปนานๆ หน่อย เลยรวมผลมาให้จ้า
ที่หนึ่งมาแบบเหนือๆ ม้ามืดมาก คือ
The Face Shop
ติดทนแบบหื้มมมมม ทนแดด ทนฝน ทนกินมากๆๆๆ ล้างออกคือ Remover เท่านั้นนะ เรื่องทินท์กับสาวเกาหลีนี่ก็ต้องให้ รองมาก็
Mistine
แล้วก็
Catrice
ทนพอๆ กันจ้า
ดูรีวิวแบบเต็มๆ จากสาวจีบัน กดเลย
คุย LINE@ กับ Jeban
ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์บิวตี้ ที่มีมาอัพเดทกันทุกวัน กับฮาวทูปังๆ และไอเท็มเด็ด ที่สาวๆ หยิบมาแชร์กัน ได้ที่ jeban.com และช่องทาง Facebook : Jebandotcom