โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกับพรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง เมื่อการ IPO ได้อะไรมากกว่าเงิน

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 22.11 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 11.17 น. • ไชยรัตน์ ศรีสุข

การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ มักเป็นเป้าหมายของบริษัทเอกชน หรือ SME ในพ.ศ.นี้ แม้เหตุผลจะหลากหลายในการเลือก IPO ทั้งต้องการเงินทุนขยายธุรกิจ ต้องการเป็นมืออาชีพ หรือต้องการออกจากธุรกิจก็ตาม ซึ่งขั้นตอนกว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่ใช่โรยด้วยกลีบกุหลาบ และมีหลายธุรกิจที่ถอดใจ ไม่เดินหน้าต่อ แต่ในความเป็นจริงพวกเขาได้ประโยชน์จากการเตรียม IPO กับการรู้จักตัวเองที่อาจมีประโยชน์มากกว่าเงินทุนที่ได้รับ
ธุรกิจจะเข้า IPO ได้รับ พวกเขาต้องปรับตัวอะไรบ้างกว่าจะเข้าตลาดหุ้น และความยากของการเตรียมพร้อมเข้าระดมทุนคืออะไร วันนี้เราจะมาพูดคุยกับ คุณพงศ์เทพ รัตนแสงสรวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROSหนี่งในหุ้นน้องใหม่ที่ใกล้จะIPO

เข้าตลาดหุ้นเพื่อความยั่งยืน

บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS จดทะเบียนก่อตั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2539 โดยกลุ่มวิศวกรที่มีประสบการณ์ในงานวิศวกรรมแขนงต่างๆ นำโดย นายพงศ์เทพ รัตนแสงสรวง เพื่อประกอบธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร โดยมีลูกค้าหลักอยู่ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน อสังหาริมทรัพย์ โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น นอกเหนือจากธุรกิจให้บริการรับเหมาติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคารแล้ว บริษัทยังเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจของงานรับเหมาก่อสร้างวิศวกรรมโยธา กลุ่มผู้บริหารของ PROS จึงได้ร่วมลงทุนในกิจการของบริษัทพรอสเพอร์ ไทธรรม์ จำกัด (PT) โดยอาศัยฐานลูกค้าเดิมของ PT เพื่อต่อยอดธุรกิจของ PROS ซึ่งภายหลังจากการร่วมลงทุนกิจการดังกล่าว PT ได้กลายเป็นบริษัทย่อยของ PROS ซึ่งในด้านความเข้มแข็งของบริษัท พวกเขามีเงินขยายธุรกิจได้อย่างสบายโดยไม่จำเป็นต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์

แต่ในความเห็นของ คุณพงศ์เทพ มองว่าการเข้า mai ของ PROS นั้นเพื่อสร้างความยั่งยืน การเป็นบริษัทจดทะเบียนจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าและธุรกิจ สร้างความเป็นที่รู้จักและการยอมรับ รวมถึงช่วยให้ต้นทุนการเงินของบริษัทปรับตัวลดลง
“ตอนเราตัดสินใจจะเข้า IPO เรามองที่ความยั่งยืนมากกว่า โจทย์คือจะทำอย่างไรให้เราอยู่ได้ในระยะยาวและได้รับการยอมรับจากคู่ค้าต่างๆมากขึ้น เรามองว่าการเข้า IPO จะตอบโจทย์ในเรื่องนี้ และเดินหน้าทันที”
เมื่อตัดสินใจเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วพวกเขาใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้า IPO มากกว่า 3 ปี หลักๆเป็นเรื่องของปรับระบบบัญชีของบริษัทให้มีมาตรฐานและเป็นเช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนทั่วไป ซึ่งการปรับระบบบัญชีช่วยให้เราเห็นอะไรมากขึ้น

กำไรเพิ่มขึ้นจากกระบวนการ IPO

สิ่งที่ PROS พบเมื่อเข้าสู่กระบวนการไอพีโอ คือ รูรั่วต่างๆที่เกิดขึ้นในบริษัท ซึ่งเกิดจากระบบบัญชีที่แข็งแรงขึ้น โดย คุณพงศ์เทพ มองว่า เมื่อระบบบัญชีเราแข็งแรงขึ้นทำให้เห็นช่องว่างต่างๆมากขึ้น ซึ่งมันเป็นประโยชน์อย่างมากในการปรับปรุงบริษัทเพื่อเข้า IPO
ถ้าเทียบกับก่อนหน้าที่ PROS เป็นบริษัทจำกัด กว่าจะรับรู้ปัญหาต่างๆอาจจะต้องรอปิดงบราย 6 เดือนเหมือนกันบริษัทจำกัดทั่วไป แต่เมื่อระบบบัญชีเราแข็งแรงก็สามารถติดตามและประเมินงานได้รายเดือน ทำให้เราแก้ไขปัญหาได้ทัน
อย่างผลประกอบการในอดีตที่ผ่านมามีบางช่วงที่จะเห็นได้ในงบการเงินว่า รายได้เราไม่ได้เติบโต ถ้าเรายังใช้ระบบแบบเดิมที่ไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัทก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน แต่จากงบก็เห็นได้ว่า เมื่อระบบต่างๆเราดีขึ้น และเห็นรอยรั่วหรือช่องโหว่ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ ไม่เพียงแค่เราไม่ขาดทุน แต่เรากลับกำไรเพิ่มขึ้นด้วย นั้นคือ ประโยชน์อย่างมากสำหรับบริษัทที่จะเข้า IPOนอกจากนี้ PROS ได้ใช้ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP). ไว้ก่อนอยู่แล้ว ซึ่งทำให้การเตรียมตัวของเราง่ายขึ้น

พนักงานคือส่วนสำคัญ

อีกความท้าทายในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ คือ การมีส่วนร่วมของคนในองค์กร ที่ต้องเป็นภาพเดียวกัน โดย PROS มองว่า การเปลี่ยนผ่านพนักงานให้มีความเข้าใจในภาพเดียวกันเป็นสิ่งท้าทายมากสำหรับบริษัทจาก SME ที่จะก้าวเป็นมหาชน
ซึ่งในช่วงปีแรกการทำให้พนักงานเห็นความสำคัญและปรับตัวให้เข้ากับระบบนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควรและมียอดการเปลี่ยนพนักงานที่เพิ่มขึ้น บางคนที่เขาไม่เข้าใจและปรับตัวไม่ได้ก็มีออกไปบ้าง แต่หลังจากนั้นเข้าปีที่ 2 -3 พนักงานมีความเข้าใจถึงเหตุผลมากขึ้นทำให้ธุรกิจนั้นเดินหน้าไปได้ และต้องย้ำว่าพนักงาน พวกเขาคือหัวใจสำคัญของบริษัท ตอนนี้จำนวนพนักงานของเราอยู่ในระดับคงที่ และไม่มีการเลิกจ้างแม้จะผ่านสถานะการณ์ COVID-19 ก็ตาม

อนาคตของ PROS

อย่างไรก็ตามสำหรับอนาคตของ PROS นั้น มองว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้ายังมีการเติบโตได้ดีแน่นอน โดยตลาดที่ PROS ให้ความสนใจ คือ งานด้านภาครัฐที่จะมีออกมาอย่างต่อเนื่อง มีความมั่งคงของรายได้และแผนงานที่ชัดเจน
กลุ่มงานภาครัฐที่ PROS จะโฟกัสเป็นพิเศษ คือ งานระบบของโรงพยาบาลที่ PROS มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ และเป็นจุดเด่นของ PROS ซึ่งในอนาคต ภาครัฐจะมีการลงทุนสร้างโรงพยาบาลจำนวนมากเพราะประเทศไทยจะสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้น บริษัทจะใช้โอกาสนี้เข้าทำตลาดในกลุ่มดังกล่าวและสร้างการเติบโตในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...