โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยวยุคใหม่ จำกัดจำนวน ต้องจองตั๋วล่วงหน้า

แนวหน้า

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 19.00 น.

เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเล มีกิจกรรมดำน้ำดูปะการัง มีความสวยงามของชายหาดและความใสของน้ำทะเล มีพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย มีชุมชนประมง ร้านอาหาร ที่พักและรีสอร์ทตามแนวชายหาด เดินทางสะดวก รวดเร็ว ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และพัทยา ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก

แต่ที่ผ่านมา ก็ต้องปิดไปก่อน เช่นเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เนื่องจากพิษโควิด-19

ล่าสุด ทดลองเปิดการท่องเที่ยว โดยจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และให้จองล่วงหน้าผ่านออนไลน์ ไม่รับนักท่องเที่ยวที่ไม่จองล่วงหน้า

1. หลังคลายล็อก เปิดให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดได้ ล่าสุด เกาะแสมสารทำการทดลองเปิดให้บริการ ในวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย.2563 และวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.2563

แต่รับเฉพาะผู้ลงทะเบียนจองล่วงหน้า โดยเปิดให้จองตั๋วผ่านระบบออนไลน์ ในวันพุธที่ 10 มิ.ย.2563 และพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.2563 เวลา 09.00 -14.00 น. ทาง www.facebook.com/kohsamaesarn เท่านั้น

ระบุว่า ตามนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของรัฐบาลและกองทัพเรือ เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เกาะแสมสารจึงมีความจำเป็นต้องจำกัดนักท่องเที่ยวในการเยี่ยมชมเกาะแสมสาร ไม่เกินวันละ 300 คน

แถมระบุชัดเจนว่า “ยังไม่รับนักท่องเที่ยว Walk in ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยด้านสุขภาพ เรายังคงต้องรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)”

2. ขอชื่นชมความพยายามของชาวเกาะแสมสาร และขอสนับสนุนการป้องกันการแพร่ระบาดเต็มที่

เชื่อว่า จะได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะเกาะแสมสารอยู่ไม่ไกลจาก กทม. และที่ผ่านมา คนเริ่มโหยหาสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่ไม่มีคนพลุกพล่าน นี่คือโอกาสดีๆ ที่ win-win ในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัด

คนไปเที่ยวก็จะได้ชื่นชมธรรมชาติ และบรรยากาศของเกาะอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ถ่ายรูปตรงไหนก็มีแต่คน

3. หลังจากนี้ อุทยานแห่งชาติทั้งหลาย ก็คงจะเปิดอย่างเป็นทางการ เต็มรูปแบบ

น่าสนใจว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้มอบหมายนโยบายไว้ก่อนหน้านี้ ระบุว่า การเปิด-ปิดอุทยานฯกว่าร้อยแห่งทั่วประเทศ จะจัดลำดับชั้นของการเข้าถึง

รัฐมนตรีวราวุธ ระบุว่า ในเบื้องต้นจะแบ่งระดับการเข้าถึงดังกล่าวออกเป็น 3 ประเภท คือ 1.อุทยานแห่งชาติที่เปิด 100% เช่น ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2.อุทยานแห่งชาติที่เปิดให้บริการเพียงบางส่วน และสุดท้ายคือ อุทยานแห่งชาติที่ยังไม่เปิดให้บริการ

โดยรูปแบบสำคัญที่จะมีการปรับเปลี่ยน คือ การจำกัดนักท่องเที่ยว โดยจะต้องมีการจองออนไลน์หรือการซื้อตั๋วล่วงหน้า จะไม่มีวอล์กอินเที่ยวอุทยานฯ เด็ดขาด เพื่อช่วยในการจัดการจำนวนของนักท่องเที่ยวที่แต่ละพื้นที่รองรับได้ นอกจากนี้ จะมีการใช้แพลตฟอร์มและแอพพลิเคชั่นของรัฐบาลคือ“ไทยชนะ” มาช่วยคัดกรองและติดตามการเข้าพื้นที่ของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

4. ขอสนับสนุนแนวทางการ “จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว” ตลอดไป

โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับประชาชนของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่ง มิให้โหลดเกิน มิให้ล้นเกิน มิให้เสียเสน่ห์ของการท่องเที่ยว โดยในสถานการณ์คลายล็อกที่ต้องระวังความแออัดนี้ ควรถือเป็นโอกาสอันดีในการปรับสภาพและความคุ้นชินในการท่องเที่ยววิถีใหม่ แบบจำกัดจำนวนและต้องจองล่วงหน้าเสียเลย

เชื่อว่า จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายในระยะยาว โดยช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่การท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน

5. สุดท้าย ขอฝากแง่คิดจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ในเฟซบุ๊ค Thon Thamrongnawasawat ว่าด้วยเรื่อง New Normalทะเลไทย ระบุว่า

“เปิดท่องเที่ยวอีกครั้ง หลายคนถามเรื่อง New Normal ทะเลไทยก็เลยนำ #12OldFasion มาให้เพื่อนธรณ์ดู

แหล่งท่องเที่ยวใดยังทำเช่นนี้อีก ไม่ต้องไปฝันถึงวิถีใหม่ พวกเราก็อย่าไปสนับสนุน

1. ผู้คนแออัด ไม่รักษาระเบียบ พื้นที่ไม่ดูแลตักเตือน ผลกระทบมากมาย

2. เลี้ยงปลาทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

3. จับสัตว์ทะเลมาเล่น/มาถ่ายภาพ สัตว์บาดเจ็บสัตว์ตายแบบไร้ค่า

4. ยืนเหยียบปะการัง หลายเท้าย่ำลงไปทุกวัน ปะการังบอบช้ำจนตายทั้งก้อน

5. ไปหาดแล้วไม่รับผิดชอบ ทิ้งขยะมั่วซั่ว ไม่มีระบบป้องกันจัดเก็บตักเตือน ทำร้ายวิถีธรรมชาติ

6. ทิ้งสมอลงปะการัง อ้างว่าไม่มีทุ่นจอดเรือ ท่องเที่ยวยุคใหม่ใช้ทุ่นเป็นตัวกำหนดจำนวนเรือ หากไม่มีทุ่นแปลว่าอ่าวเต็ม ไม่ได้แปลว่าทิ้งสมอได้

7. จอดเรือทิ้งน้ำล้างท้อง/น้ำมันลงทะเล ไม่สนใจว่าจะเกิดผลกระทบกับแนวปะการังที่อยู่ข้างๆ แค่ไหน

8. น้ำดำจากชายฝั่งไหลลงทะเล บอกว่าเป็นน้ำค้างท่อ/รอระบายแต่ถ้าแก้ระบบไม่ได้ ภาพลักษณ์ก็เสียหายยับเยิน

9. ขายปลานกแก้วขายฉลาม สัตว์ที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศ แม้ไม่มีกม.ห้าม แต่เราเลือกได้ว่าจะทำร้ายทะเลทำไม

10. นำเรือเข้าที่ตื้น พานักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งหรือไม่ระวังตอนขับเรือเรือชนปะการังเสียหาย

11. เรือเข้าตื้น/พัฒนาชายฝั่งไม่รอบคอบ ทำทรายฟุ้งกระจาย ตกทับปะการังทุกวันจนตายหมด

12. ใช้พาหนะไม่เหมาะสมเข้าดูสัตว์หายาก ไม่ปฏิบัติตามกติกา รบกวนพฤติกรรม

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ หลายสถานที่ในภาพเหล่านี้เปลี่ยนไปแล้ว(แต่บางที่ยังไม่)

ท่องเที่ยวยุคใหม่ เราเลือกได้ เรามาช่วยสนับสนุนสถานที่/ผู้ประกอบการ/ชุมชน/ชาวบ้านที่รักทะเลกันครับ”

สารส้ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...