ของมันต้องมี? ปชช. เสพติด“บัตรเครดิต” เพราะห้างใหญ่ๆจ่ายเงินสดแพงกว่าจ่ายบัตรเครดิต!
BY : TEERAPAT LOHANAN
เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าโลกของเราในทุกวันนี้ได้มีนวัตกรรมที่เรียกกันว่า ‘บัตรเครดิต’ ออกมาให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้นในการจับจ่ายใช้สอยในทุก ๆ วัน และอีกไม่นานนี้ รูปแบบของการชำระด้วยบัตรเครดิต ก็กำลังจะวิวัฒนาการขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง ด้วยคำว่า ‘Cashless society’ หรือก็คือ ‘สังคมไร้เงินสด’ ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราจากเดิมที่ต้องพกเงินสดกันเต็มกระเป๋า ให้กลายเป็นการการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดผ่านการรูดบัตรเครดิต หรือผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
ซึ่งการจะเปลี่ยนโลกทั้งใบจากที่แต่เดิมที่เราเคยแลกเปลี่ยนสิ่งของกันด้วยทอง ให้กลายเป็นธนบัตร และเปลี่ยนจากธนบัตรให้กลายเป็นตัวเลขดิจิตอลทั้งหมดนั้น ล้วนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
…ถ้าเราไปพูดเรื่องนี้ให้คนในยุคก่อนศตวรรษที่ 21 ฟังแล้วละก็คงไม่มีใครเชื่อแน่นอน (อาจจะยกเว้น สตีฟ จ็อป ไว้คนหนึ่ง) แต่ในทุกวันนี้มันกลับไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงแต่อย่างใดเลย เมื่อธนาคารได้ค่อย ๆ ชักจูงผู้คนให้มาเสพติดพฤติกรรมการใช้เงินผ่านบัตรเครดิตกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน โดยไม่นับแค่เรื่องที่เราไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไปแล้ว
เริ่มจากการสมัครบัตรเครดิตที่ทุกวันนี้การอนุมัติบัตรเครดิตถือเป็นเรื่องที่ง่ายมากกว่าเมื่อก่อนขึ้นมาก ‘โดยปัจจุบันเงินเดือนขั้นต่ำของผู้มีรายได้ประจำจะอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน …เมื่อธนาคารได้พิจารณาให้ผ่านแล้วและออกบัตรให้เราเป็นที่เรียบร้อย ก็มีสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายให้ผู้สมัครใหม่ได้เพลิดเพลินกับโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมของธนาคารนั้น ๆ
ซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีโปรโมชั่นเป็นของตัวเองเพื่อนำมามัดใจลูกค้าให้ใช้งานกับธนาคารตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดในการซื้อของ การรับเงินคืน(Cash back) และคะแนนสะสมต่าง ๆ ที่สามารถนำไปแลกของรางวัลหรือใช้แลกซื้อสินค้าได้อีกเพียบในห้างสรรพสินค้า ซึ่งถ้าผู้ใช้สามารถคำนวณได้อย่างถี่ถ้วน ราคาสินค้าบางอย่างจะมีมูลค่าถูกกว่าการที่เราซื้อด้วยเงินสดเสียอีก อีกทั้งการเติมน้ำมันรถยนต์ที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ในเมื่อยังไงก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว แค่เลือกจ่ายด้วยบัตรเครดิตก็จะได้แต้มสะสมเพื่อไปแลกของ และแถมยังมีการสะสมไมล์เวลาซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อรับสิทธิบินฟรีอีกต่างหาก
รวมไปถึงการซื้อของจากต่างประเทศ ที่เต็มไปด้วยสกุลเงินที่หลากหลาย ทำให้การใช้จ่ายเป็นไปได้อย่างยากลำบากเพราะการผันขึ้นลงของค่าเงินในทุก ๆ วัน แต่บัตรเครดิตช่วยทำให้เส้นแบ่งของค่าเงินถูกลบให้หายไป เพราะบัตรเครดิตกลายเป็นเหมือนภาษาสากลที่ร้านค้าส่วนใหญ่ทั่วโลกยินดีรับการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต
แต่ก็ใช่ว่าบัตรเครดิตจะมีแต่ข้อดีเสมอไป เพราะบัตรเครดิตเองก็เป็นเหมือนฝันร้ายสำหรับใครหลายๆคน ที่กลายเป็นหนี้บัตรเครดิตโดยไม่ทันรู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าช่วงอายุ 18-34 ปี ซึ่งพบว่ากลุ่ม วัยรุ่น GEN Y กว่า 5.24 ล้านคน มีหนี้รวมกันสูงถึง 2.13 ล้านล้านบาท และ พบประวัติผิดนัดชำระหนี้ 1.1 ล้านคน หรือเกือบ 20% เลยทีเดียว
จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด ทุกคนก็คงจะเห็นว่าบัตรเครดิตมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่แตกต่างกันไปซึ่งทั้งหมดแล้วนั้นก็เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้เงินของเราทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เงินอย่างไร จัดการใช้สอยมันอย่างไร เมื่อเราหาเงินมาได้ ก็ต้องอย่าปล่อยให้เงินต้องกลายมาเป็นเจ้านายเราอีกต่อหนึ่งเลยดีกว่า
อ้างอิง : https://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/10-เหตุผล-รูดบัตรเครดิต-ดีกว่า-เงินสด.html
https://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/top-cashless-models-in-many-countries.html
https://promotions.co.th/บัตรเครดิต/13-ข้อ-ที่ควรทำ-และไม่ควรท.html
ความเห็น 29
Off
ยิ่งใช้แบบ0%ไม่ต้องรอโปร นี่สบายเลย เอาเงินที่ต้องจ่ายไปก่อประโยชน์เพิ่มมูลค่าได้อีก กำไร
18 ธ.ค. 2561 เวลา 12.12 น.
OHM
สำหรับคนฉลาดใช้คนโง่อย่าไปสะเออะใช้นะตายแน่
15 ธ.ค. 2561 เวลา 17.49 น.
บัตรเครดิตมีปะโยชน์อย่างมากถ้าใช้จ่ายแล้วสามารถชำระเงินเต็มจำนวน แต่ถ้าคุณมียอดค้างชำระคุณจะเจอทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 28 นับแต่วันที่คุณค้างชำระ ถ้าเข้าใจไม่ผิดคือตั้งแต่วันที่คุณใช้บัตรชำระค่าสินค้าหรือบริการ
ถ้าไม่สามารถชำระเต็มจำนวน เอาของเข้าโรงจำนำมาจ่ายค่าบัตรซะ ดอกถูกกว่าบัตรเครดิต
15 ธ.ค. 2561 เวลา 14.47 น.
++ K u N P o L ++
แถมเอาแต้มในบัตรใช้ on topได้อีกด้วยคุ้มก่าเงินสดเยอะ
15 ธ.ค. 2561 เวลา 06.36 น.
บัตรเครดิต เป็นผลิตภัณฑ์ฯที่ตอกย้ำลัทธิบริโภคนิยม
สนับสนุนให้ผู้คนบริโภค-อุปโภคเกินความจำเป็น (-_- )"
15 ธ.ค. 2561 เวลา 04.43 น.
ดูทั้งหมด