กินให้ลึกถึงความเป็นชาติ! เกร็ดมารยาทบนโต๊ะอาหารที่น่าสนใจของแต่ละประเทศ - เพจพื้นที่ให้เล่า
TOP PICK TODAY
อัพเดต 28 พ.ย. 2563 เวลา 01.26 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2563 เวลา 19.05 น. • เพจพื้นที่ให้เล่าสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแทนบ่งบอกวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของคนในแต่ละประเทศได้ดียิ่งคือ 'อาหาร' การที่เราได้เสพอาหารของชาติต่างๆ รวมถึงอาหารท้องถิ่นจะทำให้เราเข้าใจและรู้จักความเป็นอยู่และคนในชาติเหล่านั้นดีขึ้น และแน่นอนว่าอาหารเป็นปัจจัยสี่ของมนุษย์ที่มีผลในด้านความพึงพอใจ ดังนั้นมนุษย์จึงถือว่าการกินเป็นเรื่องสำคัญ อย่างประเทศไทยเองก็มีคำเรียกขานเชิงสากลว่า ครัวของโลก เพราะมีอาหารมากมายหลากหลาย ครบทุกรสชาติ เรียกว่าถ้าชาวต่างชาติจะด่าอะไรไม่ว่า แต่ถ้าด่าว่าอาหารไม่อร่อย รับรองว่าคนไทยร้อยทั้งร้อยต้องมีเดือดเนื้อร้อนใจกันบ้าง
แต่สิ่งที่ทำให้คนทะเลาะกันมากที่สุด เมื่อกินอาหารในต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องของความอร่อยถูกปากหรือไม่ถูกปาก แต่เป็นเรื่องของมารยาทที่คนแต่ละชาติให้ความสำคัญแตกต่างกันไป เนื่องจากบริบทเชิงสังคมและสิ่งที่ปลูกฝังมาแตกต่างกัน
วันนี้พื้นที่เล่าอยากชวนคุยสนุกๆ เกี่ยวกับเกร็ดมารยาทบนโต๊ะอาหารของชาติต่างๆ ว่ามีอะไรที่เราควรทำและไม่ควรทำบ้างค่ะ
.
ประเทศฝรั่งเศส
แต่เดิมแล้วฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ถือเรื่อง Lady First เป็นอย่างมาก ดังนั้นในโต๊ะอาหารในอดีตจึงนิยมให้ผู้อาวุโสและผู้หญิงนั่งก่อน การทานอาหารแต่ละอย่างนั้นมีกฎยิบย่อยค่อนข้างเยอะ ขั้นต้นที่สุดคือห้ามทานก่อนที่เจ้าของบ้านจะพูดว่า Bon appetit! การทานซุปต้องตักออกจากตัวและทานจากข้างช้อนเสมอ อย่าขอเครื่องปรุงรสเพิ่มเติมมากกว่าเกลือกับพริกไทย เพราะนั่นอาจทำให้พ่อครัวเคืองได้ว่าคุณกำลังกล่าวหาว่าเขาทำอาหารไม่อร่อย ถ้าได้มีโอกาสไปงานฉลองของเพื่อนชาวฝรั่งเศสที่บ้าน อย่าลืมที่จะติดไวน์สัญชาติฝรั่งเศสไปด้วยสักขวดแล้วพูดขอบคุณ สิ่งนั้นจะมีความหมายกับชาวฝรั่งเศสที่เชื่อมั่นว่าควรจะกินสิ่งที่ดีและมีคุณภาพที่สุดในงานเฉลิมฉลองต่างๆ ที่สำคัญอย่ารีบเร่งทานอาหารจนเกินไป การทานอาหารที่ดีควรใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาทีในการดื่มด่ำและพูดคุยบนโต๊ะอาหาร
.
ประเทศโปรตุเกส
สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างคล้ายกับฝรั่งเศส คือการขอเกลือกับพริกไทย รวมถึงเครื่องปรุงรสอื่นๆ อาจทำให้คุณตกอยู่ในที่นั่งลำบากได้ค่ะ เพราะเชฟส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าคุณไม่พอใจและโจมตีฝีมือการทำอาหารของเขา แต่ที่ต่างกันคือเวลาที่เจ้าของบ้านเชิญเราไปเป็นแขกร่วมทานอาหาร อย่าเอาไวน์ไปเป็นของฝากจนกว่าเราจะรู้ว่าเขาชื่นชอบไวน์หรือเครื่องดื่มประเภทไหนมากที่สุด นั่นเพราะพวกเขาซีเรียสกับการเลือกดื่มเครื่องดื่มประเภทไวน์และเบียร์นั่นเองค่ะ นอกจากนั้นไม่ควรเท้าศอกบนโต๊ะอาหาร และในร้านอาหารโปรตุเกสยังมีวัฒนธรรมในการให้ Tips ที่ชัดเจน ควรให้ Tips เพิ่มเติมจากใบเสร็จเป็นจำนวนกว่า 10% ค่ะ
.
ประเทศอินเดีย
หากใครเคยกินอาหารอินเดียมาบ้าง คงรู้อยู่แล้วว่าที่อินเดียนิยมใช้มือในการกินอาหาร แต่การใช้มือนั้นก็ต้องมีมารยาทด้วย มือที่ใช้ในการกินข้าวต้องเป็นมือขวาเท่านั้น เนื่องจากคนอินเดียถือว่ามือซ้ายเป็นมือที่คนทั่วไปใช้จัดการกับธุระในห้องน้ำ นอกจากนี้การสั่งอาหารที่ประเทศอินเดียนั้น คุณต้องมั่นใจว่าสั่งอาหารในปริมาณที่สามารถกินได้หมด การกินเหลือถือเป็นเรื่องเสียมารยาทอย่างร้ายแรง ทั้งต่อเชฟ และเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารค่ะ แต่ปัจจุบันร้านอาหารอินเดียเองก็ปรับตัวมีรูปแบบของการสั่งอาหารแบบ Set ทานเป็นคู่ได้เช่นกัน ดังนั้นหากเรากินคนเดียวไม่ไหวก็ยังสามารถแชร์กับเพื่อนได้อยู่ค่ะ และเช่นเดียวกับประเทศจีน ในบางพื้นที่ของอินเดีย การเรอถือว่าเป็นคำชมสำหรับเชฟได้เช่นเดียวกัน
.
ประเทศเกาหลี
เครื่องเคียงเป็นเรื่องซีเรียสและเป็นสิ่งที่บ่งบอกสถานะของผู้รับประทานอาหารได้ ดังนั้นผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่การงานสูงๆ จึงให้ความสำคัญในการที่แต่ละมื้ออาหารต้องมีเครื่องเคียงอย่างต่ำ 3-5 อย่าง หรือถ้าจะจัดเต็มจริงๆ อยู่ที่ 9 อย่าง และสิ่งที่ห้ามขาดจากโต๊ะอาหารเด็ดขาดคือ 'กิมจิ' อีกทั้งคนเกาหลีเป็นเรื่องที่ซีเรียสกับการเคารพตามอายุเป็นอย่างมาก ห่างกันแค่ 1 ปีก็นับว่าเป็นพี่แล้ว การรินเหล้าหรือรินน้ำให้บนโต๊ะอาหารจึงมีธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติตาม คนที่เด็กกว่าต้องใช้สองมือรินให้และป้องปากหันหน้าออกจากโต๊ะเพื่อดื่มกับผู้ใหญ่เสมอ ที่สำคัญไม่ทานอาหารก่อนและลุกก่อนผู้ใหญ่โดยเด็ดขาด
.
.
ประเทศญี่ปุ่น
แม้ในประเทศเราจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย แต่ก็มีมารยาทในการกินอาหารของญี่ปุ่นอยู่หลายข้อที่เราไม่เคยรู้ โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ตะเกียบ สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วการไขว้ตะเกียบหรือดูดตะเกียบเป็นการกระทำที่เสียมารยาท และการวางตะเกียบต้องวางอยู่บนที่วางตะเกียบเท่านั้น เด็กนักเรียนและพนักงานในญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักรู้วิธีการพับซองกระดาษของตะเกียบให้กลายเป็นที่รองตะเกียบในยามจำเป็น และอาจเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ผู้บริหารในหลายบริษัทให้ความสำคัญในการคัดเลือกพนักงานเพื่อไปงานสังคมร่วมกัน จานอาหารอย่างหัวปลาต้มซีอิ๊วที่หลายคนไม่ชอบกิน ต้องบอกว่าสำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว หากเขามอบหัวปลาให้ใครถือเป็นการให้เกียรติแขกคนนั้นเป็นอย่างมาก การปฏิเสธหัวปลาก็เหมือนเราปฏิเสธน้ำใจของเขา ที่สำคัญไม่ควรใช้ตะเกียบส่งอาหารให้กัน เพราะคนญี่ปุ่นถือว่านั่นเป็นสิ่งที่เขาทำในงานศพเท่านั้น ถ้าจะคีบอาหารให้คนอื่น ควรคีบให้ถึงจานไปเลยดีที่สุด และตอนคีบอาหารก็ควรจะต้องกลับตะเกียบเป็นปลายที่เราไม่ได้ใช้คีบอาหารด้วยเพื่อความสะอาดค่ะ
.
ต่อจากนี้เวลาไปเที่ยวที่ไหน อย่าลืมสังเกตพฤติกรรมการทานอาหารสนุกๆ ของคนแต่ละชาติมาด้วยนะคะ
เชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้เราสนุกกับการไปเที่ยวและได้ความรู้กลับบ้านมาเพิ่มพร้อมๆ กันเลยค่ะ :)