“อินเดีย” ตั้งเป้านำเข้าแก๊สหุงต้มจากสหรัฐราว 10% ตั้งแต่ปี 2569 หวังถ่วงดุลการค้า
"อินเดีย" ตั้งเป้านำเข้าแก๊สหุงต้มจากสหรัฐราว 10% ตั้งแต่ปี 2569 ลดพึ่งพาตะวันออกกลาง กระจายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และช่วยลดช่องว่างทางการค้ากับสหรัฐ
วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.17 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมัน 4 ราย ระบุว่า อินเดียมีแผนนำเข้าแก๊สหุงต้ม (LPG) จากสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของการนำเข้าเริ่มตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายการซื้อพลังงานจากสหรัฐ เพื่อลดช่องว่างการค้าระหว่างสองประเทศ
ในปี 2567 อินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าและบริโภคน้ำมันใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีการนำเข้า LPG รวมราว 20.5 ล้านตัน โดยมากกว่า 90% มาจากประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่ง LPG เป็นส่วนผสมของโพรเพนและบิวเทน ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับทำอาหาร และส่วนใหญ่ถูกนำเข้าโดยบริษัทของรัฐ ได้แก่ Indian Oil Corp (IOC), Bharat Petroleum Corp (BPCL) และ Hindustan Petroleum Corp (HPCL) ซึ่งจำหน่ายให้ประชาชนในราคาที่รัฐอุดหนุน
ที่ผ่านมา อินเดียแทบไม่เคยซื้อ LPG จากสหรัฐ เนื่องจากต้นทุนการขนส่งสูง อย่างไรก็ตามบริษัทผู้ค้าของรัฐเริ่มสั่งซื้อในเดือนพฤษภาคม หลังจากจีนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าโพรเพนจากสหรัฐ เพื่อตอบโต้ทางการค้า
อินเดียมีแผนยกเว้นภาษีนำเข้าโพรเพนและบิวเทนจากสหรัฐที่ใช้ในการผลิต LPG โดยก่อนหน้านี้เคยให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐจาก 10,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 25,000 ล้านดอลลาร์ในอนาคตอันใกล้ และทั้งสองประเทศมีข้อตกลงในเดือนกุมภาพันธ์ ตั้งเป้าขยายการค้าทวิภาคีให้แตะ 500,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2576
ข้อมูลจากแหล่งข่าวยังระบุว่า ปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐของอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปีนี้
หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าว โดยไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากไม่มีอำนาจให้สัมภาษณ์สื่อว่า “เรามองว่าสหรัฐเป็นแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้ ทั้งน้ำมันดิบและ LPG เราจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงแหล่งนำเข้าแก๊ส”
แม้อินเดียจะกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และรองรับความสามารถการกลั่นที่เพิ่มขึ้น แต่แหล่งนำเข้า LPG ยังคงกระจุกตัวอยู่ในตะวันออกกลาง โดยมักซื้อแบบ FOB (free-on-board)
แหล่งข่าวอีกคน กล่าวว่า ภาษีนำเข้าที่จีนเก็บจากโพรเพนของสหรัฐในอัตรา 10% เปิดโอกาสทางการค้าให้อินเดีย และเป็นแรงจูงใจให้เปลี่ยนมาใช้แหล่งสหรัฐมากขึ้น
“เราต้องการนำเข้าจากสหรัฐแบบ delivered basis เพื่อลดความเสี่ยงด้านค่าขนส่ง เหมือนที่เรานำเข้าน้ำมันดิบอยู่แล้ว”
จากแนวโน้มการเติบโตความต้องการ LPG ของรัฐวิสาหกิจอินเดียซึ่งเพิ่มขึ้นราว 5%–6% ต่อปี คาดว่าการนำเข้าในปี 2026 จะอยู่ระหว่าง 22–23 ล้านตัน
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจปริมาณนำเข้า LPG จากสหรัฐ
ทั้งนี้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้ LPG ของอินเดียจะเติบโตเฉลี่ย 2.5% ต่อปีในช่วงปี 2567–2573 จนแตะระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 37.7 ล้านตัน
อ้างอิง : www.reuters.com