โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดคำร้อง ณฐพร ยื่นอสส. ส่งศาลฟันพรรคการเมือง โยงฮั้วส.ว. ล้มล้างการปกครอง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 10.28 น.

ณฐพร โตประยูร ยื่นอัยการสูงสุด ส่งศาล รธน.ฟันพรรคการเมือง โยงฮั้วเลือก ส.ว. เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ด้าน อสส.ตั้งคณะทำงานพิจารณาแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า ด้วยปรากฏพยานหลักฐานตามคำร้องของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง, ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, ศาลปกครอง, ผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญ ตามข่าวสารที่ปรากฏในสื่อมวลชน

อีกทั้งพยานหลักฐานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับสำนักงาน กกต. ทำการสืบสวนสอบสวน ทั้งยังตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรมบุคคลในขบวนการ 12,000 คน มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และภูมิสารสนเทศ การสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานสรุปได้ว่ามีการคิดสูตรดำเนินการสรุปขั้นตอน ดังนี้

1.การวางแผนเบื้องต้น พรรคการเมืองหนึ่งและคณะบุคคล ใช้จังหวัดเล็กที่มีฐานเสียงแน่น และการแข่งขันน้อย จัดเตรียมคนสมัครจากทุกกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม ในทุกอำเภอ โดยมีรายชื่อ ส.ว.เป้าหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว สนับสนุนผู้สมัครโดยใช้เงินประมาณ 500 ล้านบาท แยกให้ผู้สมัครระดับอำเภอคนละ 15,000 บาท ผู้สมัครบางคนถูกหักหัวคิวและทำหน้าที่เป็นเครื่องมือไม่ได้หวังเป็น ส.ว.

2.การคัดเลือก และการเงิน จัดทำโพยฮั้วให้กลุ่มพลีชีพ เลือกเป้าหมายแรก คือ ส.ว. 140 คน แต่สุดท้ายได้ถึง 138 คน และสำรองอีก 2 คน โดยคัดเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัดระดับประเทศ คนที่หลุดจากรอบอำเภอไปสู่รอบจังหวัดได้ 50,000 บาท และหากเข้ารอบประเทศได้เพิ่มอีก 100,000 บาท มีการจ่ายเงินสดล่วงหน้า 20,000 ที่เหลือจ่ายภายหลังเลือกเสร็จ

3.การดำเนินการระดับระเทศ นำผู้สมัครมาพักโรงแรมที่อยู่นอก กทม.เพื่อหลบการตรวจสอบ มีการซักซ้อมเลือกโดยให้เขียนเบอร์ผู้สมัครเป้าหมายในแบบฟอร์ม สว.3 แล้วนำเข้าไปในคูหา เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง สั่งห้ามนำแบบฟอร์มเข้าคูหาก็เปลี่ยนวิธีเป็นเขียนลงมือหรือแอบนำเข้าไป

นายณฐพรระบุว่า พฤติการณ์การกระทำของคณะบุคคลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติ โดยการฉ้อฉลให้ได้มาซึ่ง ส.ว.ที่อยู่ในอาณัติของพรรคการเมือง ที่จะทำให้มีอำนาจในการควบคุมการบริหารกิจการบ้านเมือง ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ จึงเป็นการกระทำที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ส่งผลกระทบเป็นการบั่นทอนทำลายหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ 3 วุฒิสภา
โดยเป็นการควบคุม ส.ว.ที่เป็นองค์กรนิติบัญญัติ และในรัฐธรรมนูญฉบับมีความมุ่งหมายให้วุฒิสภามีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยถือว่าวุฒิสภา เป็นสภาพี่เลี้ยง โดยมุ่งหมายให้วุฒิสภา เป็นองค์กรที่จะประสานความคิดเห็นจากบุคคลหลากหลายอาชีพ โดยไม่อยู่ใต้อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมือง เพื่อให้การตรากฎหมายได้รับพิจารณาจากแง่มุมต่างๆ ทั้งเป็นการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองได้โดยตรง และอย่างมีผลต่อการบริหารกิจการบ้านเมือง

จากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานที่ผู้ร้องได้นำเสนอมาโดยลำดับข้างต้น จะเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า พรรคการเมืองดังกล่าวและคณะบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์การกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ที่ส่งผลกระทบเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ และสั่นคลอนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้เสื่อมโทรมหรือต้องสิ้นสลายไป เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ เป็นการกระทำใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 49 เป็นบทบัญญัติที่วางหลักการเพื่อพิทักษ์ปกป้อง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จึงบัญญัติให้กลไกป้องระบอบการปกครองจากการถูกบั่นทอนบ่อนทำลาย พฤติการณ์การกระทำของพรรคดังกล่าว และคณะบุคคล จึงเป็นการใช้สิทธิ และเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครอง เป็นภัยร้ายแรงต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ และเป็นคดีที่ประชาชน และสื่อมวลชนทุกฝ่ายให้ความสนใจ มีผลกระทบเป็นวงกว้าง

ประกอบกับคดีนี้ มีประจักษ์พยานหลักฐานข้อเท็จจริง ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รวบรวม และกล่าวโทษแก่ผู้กระทำความผิด เพื่อเป็นการปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผู้ร้องจึงขอใช้สิทธิ และหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญยื่นคำร้องให้ อัยการสูงสุด ได้โปรดพิจารณาดำเนินการส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ต่อไป

ล่าวุด วันนี้ (16 พฤษภาคม) นายศักดิ์เกษม นิโยคไทร ผู้ตรวจการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ภายหลังได้รับคำร้องจากนายณฐพรแล้ว อัยการสูงสุดได้ตั้งคณะทำงานมีรองอัยการสูงสุดทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะทำงาน จะต้องทำการประชุมพิจารณาในรายละเอียด ทั้งนี้ อาจต้องมีการเรียกนายณฐพรผู้ร้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอพยานหลักฐานเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาจะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อน

นายศักดิ์เกษมกล่าวว่า ในการขอหลักฐานเพิ่มนั้น อาจต้องมีการตรวจสอบในส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยยกคำร้องของนายณฐพรมาแล้วครั้งหนึ่งมาตรวจสอบด้วยว่าเป็นเรื่องกรณีเดียวกันหรือไม่ อย่างไร ตนยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้จะต้องมีการประชุมและพิจารณาคำร้อง คาดว่าจะมีการประชุมภายในสัปดาห์หน้า หากมีมูลทางอัยการสูงสุดจะเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องให้คณะทำงานได้พิจารณาคำร้องเสียก่อนเพื่อเสนออัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายณฐพรเคยยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้อง) ในการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี 2567 ตั้งแต่เริ่มกระบวนการจนถึงการประกาศรับรองผลไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หลักนิติธรรม และกระทำการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปโดยไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำร้อง ณฐพร ยื่นอสส. ส่งศาลฟันพรรคการเมือง โยงฮั้วส.ว. ล้มล้างการปกครอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...