โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ร่วมถกอาเซียน กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ ขับเคลื่อนสู่ความทั่วถึง-ยั่งยืน ร่วมมือแก้ปัญหาระดับโลก

The Reporters

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 03.18 น.

วันนี้ (26 พ.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตรงกับเวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุม Conference Hall 1 ชั้น 3 ศูนย์การประชุม Kuala Lumpur Convention Center (KLCC) โดยมีมาเลเซียเป็นเจ้าภาพภายใต้แนวคิดหลัก “การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความยั่งยืน” (Inclusivity and Sustainability)

การประชุมดังกล่าวมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ชาติเข้าร่วม ประกอบด้วย สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา นอกจากนี้ ดร. เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน และนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต ได้เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วย

ก่อนเริ่มการประชุม ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้เชิญผู้นำอาเซียนถ่ายภาพร่วมกัน จากนั้นที่ประชุมได้หารือในประเด็นต่างๆ รวมถึงทิศทางการเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้มั่นคงและมีเสถียรภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ตลอดจนแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ของอาเซียนกับภาคีภายนอก

นางสาวแพทองธาร กล่าวถึงความสำคัญของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ว่า จัดขึ้นในช่วงที่ภูมิทัศน์โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่นโยบายที่แข็งกร้าวและมุ่งผลประโยชน์ตอบแทนมากขึ้น ซึ่งเป็นการถอยห่างจากแนวทางความร่วมมือพหุภาคีไปสู่การปฏิบัติฝ่ายเดียว ผู้นำไทยระบุว่า มาตรการด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อพลวัตทางการค้าโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจของอาเซียนโดยรวม พัฒนาการเหล่านี้ถือเป็นความท้าทายต่อบรรทัดฐานโลก ทำให้อาเซียนต้องประเมินยุทธศาสตร์อีกครั้งเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นร่วมกัน ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณความพยายามของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในการส่งเสริมจุดยืนอันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน

เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ผู้นำไทยเน้นย้ำว่า อาเซียนจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร และทำงานร่วมกันมุ่งสู่การบูรณาการระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้อาเซียนยังคงมีบทบาทสำคัญ น่าดึงดูด และสามารถแข่งขันได้ จึงต้องสนับสนุนการค้าภายในอาเซียน ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีอยู่ให้เต็มที่ พิจารณาจัดทำ FTA กับภาคีใหม่ๆ ควบคู่กับการส่งเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ MSMEs ให้สามารถต่อสู้กับความท้าทายในอนาคต

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทยสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อระบบการค้าพหุภาคีที่โปร่งใส เสรี ยุติธรรม และมีกฎเกณฑ์ที่คาดการณ์ได้ โดยประเทศไทยจะเร่งรัดการจัดทำความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 เพื่อปลดล็อกการเติบโตครั้งใหม่ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในอนาคตและแสดงให้เห็นว่าอาเซียนไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาความก้าวหน้า พร้อมตอบสนองต่อภูมิทัศน์การค้าและการลงทุนระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงเสมอ

นอกจากนี้ เพื่อให้บรรลุการบูรณาการที่มีประสิทธิผล อาเซียนต้องส่งเสริมกลไกการเจรจาจากทั้งภายในและภายนอกที่ตรงไปตรงมา ครอบคลุม สร้างสรรค์ และมุ่งเน้นการแก้ปัญหา โดยอาศัยการเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันบนพื้นฐานที่มั่นคง ยึดมั่นตามหลักการอาเซียน ให้ความสำคัญในเรื่องเดียวกัน และขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของพลเมืองอาเซียนอย่างแท้จริง ประเทศไทยจะยังคงส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันอย่างแข็งขัน โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับครอบครัวและหุ้นส่วนอาเซียน เพื่อให้แน่ใจว่าอาเซียนจะบรรลุ “การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมและยั่งยืน” ตามหัวข้อหลักของอาเซียนในปีนี้

นางสาวแพทองธาร ชี้ว่า เพื่อสร้างอนาคตที่ครอบคลุมสำหรับภูมิภาค ประชาคมอาเซียนจะต้องเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้พลเมืองอาเซียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และต้องเพิ่มความพยายามปกป้องความมั่นคงของมนุษย์ในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ ความมั่นคงทางอาหาร การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด การหลอกลวงทางออนไลน์ หมอกควันข้ามพรมแดน และภัยพิบัติต่างๆ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าการคุ้มครองประชาชนไม่อาจล่าช้าได้

ขณะเดียวกัน อาเซียนควรริเริ่มส่งเสริมเครื่องยนต์สำคัญที่จะสนับสนุนการเติบโตของอาเซียนร่วมกัน เช่น ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นประโยชน์ต่อภาคส่วนต่างๆ ของสังคม และความร่วมมือที่ใกล้ชิดมากขึ้นในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดน ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการเดินทางระหว่างกัน และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายร่วมกัน ตามข้อริเริ่มของไทยเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในอาเซียน

ผู้นำไทยยังเสนอว่า อาเซียนควรมุ่งเน้นแนวทางการสร้างความยั่งยืนในทุกภาคส่วนและในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมความยั่งยืนสำหรับอนาคต ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้ประสานงานของอาเซียนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน จะแสดงบทบาทนำผลักดันอาเซียนสีเขียวให้มีความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในความปรารถนาที่ระบุไว้ใน “วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี ค.ศ. 2045” (ASEAN Community Vision 2045) โดยเน้นการเงินสีเขียว การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้ร่วมนำ “วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี ค.ศ. 2045” มาขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่อนาคตร่วมกัน และเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ใหม่นี้จะทำให้อาเซียนเติบโต นำไปสู่สันติสุข ความเป็นหุ้นส่วน และความก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ภายหลังการประชุม ผู้นำอาเซียนยังได้ร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์ 9 ฉบับ ประกอบด้วย ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยการครบรอบ 10 ปี ของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 “อาเซียนที่เข้มแข็ง มีนวัตกรรม มีพลวัติและมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” แผนยุทธศาสตร์ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน แผนยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แผนยุทธศาสตร์ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน แผนยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงอาเซียน กรอบความยั่งยืนสำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความมุ่งมั่นเพื่อความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...