โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ดูเลย! 4 ส่วนของปลาที่ไม่ควรกิน หลีกเลี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ รุนแรงถึงชีวิตได้

News In Thailand

เผยแพร่ 17 เม.ย. 2567 เวลา 04.59 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ดูเลย! 4 ส่วนของปลาที่ไม่ควรกิน หลีกเลี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ รุนแรงถึงชีวิตได้

เรียกได้ว่า อาหารที่มีประโยชน์ทางโภชนาการและดีต่อสุขภาพที่หลายคนนิยมกิน นั้นคือ ปลา แตาปลานั้นก็มีส่วนมี่กินไม่ได้เช่นกัน ซึ่งทาง Dr.NGUYỄN DUY THỊNH อดีตบุคลากรสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและอาหาร ประเทศเวียดนาม แนะนำว่าเมื่อรับประทานปลา ควรหลีกเลี่ยงส่วนต่างๆ เหล่านี้ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

1. น้ำดีปลา มีกรณีเคสฉุกเฉินมากมาย ที่ได้รับพิษจากการกลืนน้ำดีปลา เพราะน้ำดีปลามีเทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) จำนวนมาก ซึ่งสามารถทำให้เกิดการยับยั้งเส้นประสาทจนเสียชีวิตได้ ดังนั้นในการแปรรูปปลาควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ถุงน้ำดีแตก และกระจายไปติดเนื้อส่วนอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของปลาบางชนิด เช่น ปลาปักเป้า มีสารพิษที่รุนแรงมาก คนที่กินเข้าไปมักจะมีอาการไม่สบาย เหนื่อยล้า เวียนศีรษะ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากการรักษาฉุกเฉินไม่ทันเวลา

2. ไส้ปลา ปลาอาศัยอยู่ใต้น้ำ จึงติดเชื้อสารพิษ จุลินทรีย์ หรือปรสิตในน้ำได้ง่าย เช่น ไข่พยาธิตัวตืด ไข่พยาธิ ดังนั้น จึงไม่ควรรับประทานลำไส้ของปลาเพราะอาจทำให้เกิดพิษได้ง่าย

3. เมือกบนผิวปลา ผิวด้านนอกของปลาถูกปกคลุมด้วย เยื่อเมือก ซึ่งมีแบคทีเรียและสิ่งสกปรกจำนวนมาก ชั้นเมือกนี้ไม่มีสารอาหาร และแม้การรับประทานจะไม่ก่อให้เกิดพิษ แต่ก็ไม่ถูกสุขลักษณะ และลดความอยากอาหาร อย่างไรก็ดี หากว่าต้องการรับประทานจริงๆ ในขั้นตอนการเตรียมทำอาหาร สามารถใช้มีดขูดชั้นเมือกออกแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพื่อช่วยให้ปลาสะอาดและกำจัดกลิ่นคาวไปพร้อมกัน

4.เยื่อหุ้มสีดำในท้องปลา ปลามีความไวต่อสารพิษและแบคทีเรียด้วย ชั้นพังผืดสีดำใต้ท้องปลานั้น เป็นชั้นของโคลนและสิ่งสกปรกที่สะสมในระหว่างการเจริญเติบโตของปลา ช่วยปกป้องอวัยวะภายในของปลา หากไม่ทำความสะอาดจะมีกลิ่นคาวอันไม่พึงประสงค์ ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และการรับประทานเข้าไปจะไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น ควรขูดออก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...