โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็กไทยยุคใหม่ “เท่ได้...ต้องไม่บูลลี่” เท่อย่างไทย โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี ชวนน้อง ๆ สร้างพื้นที่ปลอดภัยในรั้วโรงเรียน

Dek-D.com

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2566 เวลา 02.02 น. • DEK-D.com
รู้หรือไม่? พฤติกรรม “บูลลี่” ของเด็กไทยติดอันดับ 2 ของโลก เป็นรองแค่ประเทศญี่ปุ่น!

ไฟ-ฟ้า ทีทีบี ชวนน้อง ๆ สร้างพื้นที่ปลอดภัยในรั้วโรงเรียน

หลายครั้งที่เรามักจะหยอกล้อคนอื่นด้วยความคึกคะนอง เพียงเพื่อเรียกเสียงหัวเราะสร้างความสนุกสนานให้กับคนรอบข้าง โดยไม่รู้ตัวว่าได้สร้าง “บาดแผลในใจ” ให้กับคนที่ถูกกระทำ ซึ่งจริง ๆ แล้ว นั่นคือการ “บูลลี่” (Bully) ที่หลายคนรู้จักกันดี

พฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแกกัน หรือ บูลลี่ ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ มีทั้งทางวาจาและร่างกาย เช่น การล้อเลียนรูปร่างหน้าตา สถานะทางสังคม การส่อเสียดเหยียดหยาม และการทำร้ายร่างกายกัน รวมถึงการกระทำของเหล่าเกรียนคีย์บอร์ดบนโลกออนไลน์ ซึ่งทุกคนล้วนน่าจะเคยเกี่ยวข้องกับการบูลลี่กันบ้างไม่มากก็น้อย บางคนเป็นเหยื่อที่ถูกรังแก ในทางกลับกันบางคนก็เป็นฝ่ายรังแกคนอื่น รวมไปถึงการเห็นเพื่อนเราแกล้งเพื่อนอีกคนก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการบูลลี่แล้ว แต่ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะนี่อาจเป็นการสร้างบาดแผลทางใจที่ยากจะลืมเลือน และสุดท้ายกลายเป็นปัญหารุนแรงทางสังคม

การบูลลี่ แบ่งได้ 4 ประเภท คือ

  • บูลลี่ทางคำพูด เช่น เยาะเย้ย ประชดประชัน เย้าแหย่ ล้อเลียน ใส่ร้าย
  • บูลลี่ทางร่างกาย เช่น ตบตี ชกต่อย
  • บูลลี่ทางสังคม เช่น ทำให้เสียหน้า ทำให้เกิดความอับอายในที่สาธารณะ การกีดกันออกจากสังคม และทำให้ไม่กล้าเข้าสังคม
  • บูลลี่ทางโลกไซเบอร์ เช่น การส่งข้อความ การเผยแพร่รูปภาพหรือคลิปวิดีโอ ไปจนถึงการด่าทอ การคุกคาม หรือการขู่ทำร้ายบนโลกออนไลน์

แม้สังคมไทยจะเริ่มตระหนักถึงปัญหาการ “บูลลี่” แต่พบว่าสถานการณ์กลับมีความรุนแรงมากขึ้น โดยสถิติของกรมสุขภาพจิต พบว่า พฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแกกันของเด็กไทยติดอันดับ 2 ของโลก เป็นรองแค่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าสูงมาก! และที่น่าห่วงใย คือ ในสถานศึกษาที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะความหวาดกลัวให้กับเด็ก ๆ ที่สำคัญดูเหมือนว่าจะยังไม่มีวิธีหยุดวงจรนี้ได้อย่างจริงจัง

โดยจากการสำรวจกลุ่มเด็กอายุ 10-15 ปี จาก 15 โรงเรียน ของเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน เมื่อปี 2563 พบว่าร้อยละ 91.79 เคยถูกบูลลี่ และวิธีการที่ใช้มากที่สุดคือ การตบหัว ล้อชื่อพ่อชื่อแม่ ถูกเหยียดหยาม และอื่น ๆ เช่น ล้อปมด้อย พูดจาเสียดสี นินทา เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อเด็กทั้งทางจิตใจและร่างกาย อีกทั้งเชื่อมโยงไปถึงผลการเรียนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และที่เลวร้ายกว่านั้น หากเด็กแบกรับความเจ็บปวดไม่ไหว อาจนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่อาจหวนคืน ดังนั้น การ “บูลลี่” จึงไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป

โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี”เดินหน้าส่งเสริมทักษะให้กับเยาวชนไทยในทุกมิติ ให้กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม รวมถึงเข้าใจและยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น ตระหนักถึงปัญหาการบูลลี่ของเด็กไทย จึงได้จัดประกวดโครงงาน ในหัวข้อ “เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่”เพื่อเปิดเวทีสร้างโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมกันทำงานเป็นทีมสร้างสรรค์โครงงานเพื่อร่วมรณรงค์ต่อต้านการบูลลี่ โดยกระตุ้นจิตสำนึก และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเริ่มแก้ไขจากการบูลลี่ในโรงเรียน เพื่อชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษาและนำผลงานที่ชนะเลิศออกเผยแพร่ นำไปปรับใช้เพื่อลดปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนและสังคมต่อไทย

จึงขอเชิญคุณครู อาจารย์ และน้อง ๆ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา สมัครเข้าร่วมประกวดประเภททีม ๆ ละ 5-7 คน เพื่อส่งโครงงานเข้าร่วมประกวด โดยโครงงานที่น้อง ๆ จะได้เป็นส่วนสำคัญในการหยุดยั้งวงจรบูลลี่ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ตามที่นักเรียนให้ความสนใจ อาทิ ผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบูลลี่ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ซึ่งอาจกระทบต่อเนื่องไปถึงผู้ปกครอง โรงเรียน ประเทศชาติ เป็นต้น ซึ่งโครงการดังกล่าว หวังให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ การวางแผนและการทำงานเป็นทีม อย่างเป็นระบบ โดยผลงานที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้าย (มัธยมต้น 10 ทีม และมัธยมปลาย 10 ทีม) จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 20,000 บาทต่อโครงงานที่ผ่านรอบคัดเลือก เพื่อนำโครงงานที่คิดไปปฏิบัติจริงในโรงเรียน และนักเรียนจะได้นำผลการทำโครงงานในระยะเวลา 3 เดือนกลับมานำเสนอต่อคณะกรรมการ จากกรมสุขภาพจิต กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์กิจการโทรคมนาคม อาจารย์มหาวิทยาลัย และครีเอทีฟมืออาชีพ ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินเพื่อชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลทุนการศึกษา เพื่อเชิดชูเกียรติต่อไป

ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาการบูลลี่ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน สถาบันการศึกษาสามารถส่งน้อง ๆ เยาวชน สมัครเข้าร่วมประกวดโครงงานในหัวข้อ “เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่”ประจำปี 2566 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2566 ศึกษาดูรายละเอียดและขั้นตอนการสมัครได้ที่ www.เท่อย่างไทย.comหรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 06 2070 0088, 06 2070 0099

ติดตามกิจกรรมดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...