โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสาอินทขีล / ล้านนาคำเมือง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 ก.ค. 2565 เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2565 เวลา 06.00 น.

ล้านนาคำเมือง

ชมรมฮักตั๋วเมือง

สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เสาอินทขีล

อ่านเป็นภาษาล้านนาว่า เสาอินทะขีน

เสาอินทขีล คือ เสาหลักเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเสาก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่รูปหกเหลี่ยมที่มีพระพุทธรูปปางรำพึงและบุษบกอยู่บนยอดเสา ความสูงจากฐานประมาณ 1 เมตร

ปัจจุบันตั้งอยู่ในวิหารจัตุรมุขแบบล้านนาที่มุงหลังคาด้วยแป้นเกล็ด โดยมีรูปปั้นยักษ์สองตนยืนอารักขา บริเวณด้านหน้าวิหารหลวงของวัดเจดีย์หลวง

พระมหาหมื่นวุฑฒิญาโณ วัดหอธรรม เชียงใหม่ เล่าถึงตำนานของเสาอินทขีลไว้ว่า บริเวณที่ตั้งเมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางอาณาจักรล้านนานั้น เดิมทีเป็นที่ตั้งบ้านเมืองของชาติพันธุ์ลวะ เรียกว่า เวียงนพบุรี

ในเมืองนี้ แต่ก่อนมีผีคอยหลอกหลอนทำให้ชาวเมืองเดือดร้อน ไม่เป็นอันทำมาหากิน อดอยากยากจน

พระอินทร์จึงได้ประทานความช่วยเหลือ บันดาลบ่อเงิน บ่อทอง และบ่อแก้วไว้ในเมือง ให้เศรษฐีลวะ 9 ตระกูล แบ่งกันดูแลบ่อทั้ง 3 บ่อ บ่อละ 3 ตระกูล

โดยคนลวะต้องถือศีลรักษาคำสัตย์ เมื่ออธิษฐานสิ่งใดก็จะได้ดังสมปรารถนา ซึ่งคนลวะก็ปฏิบัติตาม

และต่างก็มีความสุข มีความอุดมสมบูรณ์สืบมา

ข่าวความสุขความอุดมสมบูรณ์ของเวียงนพบุรี ซึ่งเป็นตระกูลของลวะเลื่องลือไปไกลและได้ชักนำให้เมืองอื่นยกทัพมาขอแบ่งปันสมบัติ

คนลวะตกใจจึงขอให้ฤๅษีนำความไปกราบทูลพระอินทร์ พระอินทร์จึงให้กุมภัณฑ์ หรือยักษ์ 2 ตน ขุดอินทขีล หรือเสาตะปูพระอินทร์ ใส่สาแหรกเหล็กหาบไปฝังไว้กลางเวียงนพบุรี

เสาอินทขีลมีฤทธิ์มาก ดลบันดาลให้ข้าศึกที่มากลายร่างเป็นพ่อค้า พ่อค้าเหล่านั้นต่างตั้งใจมาขอสมบัติจากบ่อทั้งสาม คนลวะแนะนำให้พ่อค้าถือศีลรักษาคำสัตย์และอย่าละโมบ เมื่อขอสิ่งใดก็จะได้

พ่อค้าบางคนทำตาม บางคนไม่ทำตาม บางคนละโมบ ทำให้กุมภัณฑ์ 2 ตน ที่เฝ้าเสาอินทขีลโกรธพากันหามเสาอินทขีลกลับขึ้นสวรรค์ไป และบ่อเงิน บ่อทอง บ่อแก้ว ก็เสื่อมลง

มีลวะผู้เฒ่าคนหนึ่ง ไปบูชาเสาอินทขีลอยู่เสมอ ทราบว่ายักษ์ทั้งสองนำเสาอินทขีลกลับสวรรค์ไปแล้วก็เสียใจมาก จึงถือบวชนุ่งขาวห่มขาว บำเพ็ญศีลภาวนาใต้ต้นยางเป็นเวลานานถึง 3 ปี ก็มีพระเถระรูปหนึ่งทำนายว่า ต่อไปบ้านเมืองจะถึงกาลวิบัติ

ลวะเกิดความกลัวจึงขอร้องให้พระเถระรูปนั้นช่วยเหลือ

พระเถระบอกว่า ให้ลวะ 4 ฝ่าย คือ พระภิกษุ ฤๅษี ผี และประชาชน ร่วมกันหล่ออ่างขางหรือกระทะขนาดใหญ่ แล้วใส่รูปปั้นต่างๆ อย่างละ 1 คู่ ช้าง ม้า เป็นต้น ปั้นรูปคนชายหญิงให้ครบร้อยเอ็ดภาษาใส่กระทะใหญ่ลงฝังในหลุมแล้วทำเสาอินทขีลไว้เบื้องบนทำพิธีสักการบูชา จะทำให้บ้านเมืองพ้นภัยพิบัติ

การทำพิธีบวงสรวงสักการบูชา จึงกลายเป็นประเพณีสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาพระเจ้ากาวิละให้สร้างรูปปั้นกุมภัณฑ์และรูปพระฤๅษีไว้พร้อมเสาอินทขีล เป็นสัญลักษณ์คู่กันเอาไว้ข้างวิหาร

การสักการบูชาเสาอินทขีลจะเริ่มทำในวันแรม 13 ค่ำ เดือน 8 เหนือ และเสร็จในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 เหนือ เป็นประจำทุกปี

จึงเรียกว่า เดือนแปดเข้าเดือนเก้าออกเพื่อให้เกิดความสงบสุขแก่บ้านเมือง และประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีมั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง ฝนตกตามฤดูกาล

ไม่มีโรคร้ายเภทภัยมาเบียดเบียน •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...