“กระแต อาร์สยาม” ปล่อยโฮหลังโดนมือดีแฮกยูทูบ ยอดซัพกว่าห้าแสน
“กระแต อาร์สยาม” ปล่อยโฮหลังโดนมือดีแฮกยูทูบ ยอดซัพกว่าห้าแสนหายวับ ลั่นไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง ด้านโฆษก บช.สอท. แนะ 15 แนวทางป้องกัน พร้อมเร่งปราบปรามผู้ทำผิด
เกิดเรื่องจนได้ สำหรับนักร้องสาวสุดเซ็กซี่อย่าง แตร บุญยะเลี้ยง หรือ กระแต อาร์สยาม หลังเจ้าตัวลงคลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวโดนมือดีแฮกยูทูบ KT KRATAE ที่มียอดซัพกว่าห้าแสน รวมถึงคลิปที่อยู่ในช่องก็หายวับไปเช่นเดียวกัน งานนี้ทำเอาสาวกระแต อาร์สยามร้องไห้ มือไม้สั่น เพราะไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง โดยแคปชั่นระบุว่า
#ช่องYoutubeของแตรโดนแฮคนะคะ 5 แสนซัพ หายไปหมดเลย ฮือออออ ผลงานเพลงทุกเพลง คลิปออกกำลังกาย ทุกคลิป!!! มันลบออกหมด เหนื่อยแทบตายกว่าจะได้แต่ละคลิป ไม่เคยคิดว่าจะโดนกับตัวเองเลยจริงๆ ค่ะ
ซึ่งในคลิปกระแตร้องไห้น้ำตาไหล ก่อนจะบอกว่า “อินสตาแกรมซื้อยอดวิวได้ หรือว่าซื้อพอลโลได้ ยูทูบซัพขึ้นยากมาก วันนี้ก็แค่อยากมาแจ้งทุกคนว่าช่องโดนแฮก ช่องเก่านะคะ สำหรับที่หาไม่เจอ คือหาไม่เจอแล้วค่ะมันโดนแฮกนะคะ ก็ฝากติดตามช่องใหม่นะคะ ช่องใหม่ KT KRATAE จาก ห้าแสน เหลือ 58 คน ก็แฮกช่องเราไปใช่ไหม ลบคลิปทุกคลิป คือถ้าอยากได้ยอดนะ ไม่ว่าเลยส่งคลิปที่อยู่ในช่องคืนมาได้ไหม แล้วไม่ได้ถ่ายกันง่ายๆ นะเว้ย มันเป็นเรื่องไกลตัวและไม่คิดว่าจะโดนกับตัวเองเลย ก็ตกใจ
คือเราวางแพลนว่าปีหน้าจะครบล้านซัพ ตอนแรกเราคิดว่าจะไม่ร้องไห้ แต่ว่าคนเรามันก็ต้องมีเสียใจนะ เหมือนอินสตาแกรมมันซื้อยอดได้ หรือซื้อพอลโล่ได้ ยูทูบซัพขึ้นยากมาก จนกว่าเราจะลงทุนทำโน้นนี้นั่น หลายคลิปที่ลงไปแล้วหลายคนพูดว่า คลิปออกกำลังกายหนูดูทุกวันเลย บางวันมันกู้คืนไม่ได้ แบบไฟล์มันไม่ชัดแล้วอะ มันหลายปีแล้ว คนที่เขามาถ่ายเขาก็เคลียร์ไฟล์ไปแล้ว ยังไงก็ฝากเข้าไปกดติดตามยูทูบช่องใหม่ด้วยเพราะกระแตตั้งใจทำมากจริงๆ”
ท่ามกลางคอมเมนต์จากแฟนๆ รวมถึงคนในวงการบันเทิง ที่ให้กำลังใจให้ อาทิ กาละแมร์ พัชรศรี “ส่งกำลังใจนะคะ” , ดีเจต้นหอม “มันเอาคืนได้นะ มันแค่ซ่อนคลิปเราแต่ลบคลิปเราไม่ได้นะถ้าไม่รู้รหัสอีเมล์เรา , อุ้ม ลักขณา “แงงง เสียใจตามเลย”
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ได้ประชาสัมพันธ์เตือนภัยมิจฉาชีพแฮกข้อมูลบัญชีดิจิตอลแพลตฟอร์มส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบหรือใช้ในการกระทำความผิด สร้างความเสียหายจากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวมียูทูปเบอร์รายนึงถูกมิจฉาชีพแฮกข้อมูลบัญชีของช่องYouTube จากนั้นลบคลิปและขโมยข้อมูลของช่องสร้างความเสียหาย โดยกรณีลักษณะดังกล่าวมีสื่อภายในประเทศและสื่อต่างประเทศ ได้นำเสนอเกี่ยวกับอาชญากรรมในลักษณะการแฮกข้อมูลบัญชีดิจิตอลแพลตฟอร์มส่วนบุคคล หรือการหลอกลวงเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล(Identity Theft) ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจาก บัญชี YouTube บัญชี Facebook รวมถึงข้อมูลบัตรประชาชน บัตรเครดิต หรือข้อมูลเกี่ยวกับการเงินต่าง ๆ ไปใช้หาประโยชน์ในทางมิชอบ พร้อมฝากไปถึงผู้ใช้บัญชีดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ หมั่นตรวจสอบการตั้งค่าเรื่องความปลอดภัยของบัญชีตนเองเพื่อไม่ให้มิจฉาชีพแฮกบัญชีหรือขโมยข้อมูลส่วน
บุคคลไปสร้างความเสียหาย พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ถึง แนวทางป้องกัน 15 ประการ ดังนี้
1.ป้องกันข้อมูลส่วนตัวให้ปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวมีโอกาสถูกขโมยได้ทุกเมื่อ ควรเก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยอยู่เสมอ
2.เปิดเผยข้อมูลด้วยความระมัดระวังควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทุกครั้งก่อนเปิดเผยข้อมูล
3.เปลี่ยน Passwordให้ยากต่อการคาดเดาควรตั้งรหัสผ่านอย่างน้อยมี 8 ตัวอักษรและมีตัวเลขผสมกันหรือใช้ Password manager สำหรับจัดเก็บชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
4.ใช้อีเมลสำรองควรใช้อีเมลสำรองแทนอีเมลส่วนตัวสำหรับการรับข่าวสารหรือข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่สำคัญ
5.บริหารและจัดการแอปพลิเคชันที่ไม่ใช้ตรวจสอมแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่ไม่ใช้งานและทำการลบเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูล
6.โหลด Application จาก Official Store แอปพลิเคชันมนสมาร์ทโฟนควรโหลดจาก Official Store หรือแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อป้องกันแอปพลิเคชันปลอม
7.ไม่ผูกบัตรเครดิตออนไลน์ไม่ควรมันทึกข้อมูลมัตรเครดิตไว้บนเว็มไซต์เพราะมีความเสี่ยงในการถูกขโมยจาแฮกเกอร์
8.ระมัดระวังในการใช้ Social Mediaตรวจสอมรายชื่อเพื่อน หรือบุคคลอื่นที่อยู่ในรายชื่อ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดี
9.ล็อคหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนอยู่เสมอ ควรตั้งค่าล็อคหน้าจอและสร้างรหัสผ่านเพื่อรักษา ความปลอดภัยของสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ของคุณ
10.ตรวจสอบการ แชร์โลเคชัน ควรปิดการแซร์โลเคชัน เมื่อไม่ได้ใช้งานและระมัดระวังการแซร์โลเคชัน
11.ปิดการเชื่อมต่ออัตโนมัติ ปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth อัตโนมัติ เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ
12.หมั่นอัปเดต Software อยู่เสมอ ควรอัปเดต software ใหม่ๆ เพื่ออุดช่องโหว่
13.กำหนดสิทธิ การเข้าถึงข้อมูลจำกัดสิทธิ์ของการเข้าถึงข้อมูลของแอปพลิเคชันเพื่อความปลอดภัย
14.หมั่นสำรองข้อมูลอยู่เสมอ ช่วยป้องกันข้อมูลและลดความเสียหายจากการถูกแฮกเกอร์ ขโมยและเรียกค่าไถ่ข้อมูล
15.จัดทำแผนสำรอง เมื่อถูกขโมยข้อมูลจัดทำแผนกู้คืนข้อมูลและวิธีจัดการเมื่อถูกขโมยข้อมูล
ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถติดต่อไปยังสายด่วนตำรวจไซเบอร์ หมายเลข 1441 หรือ 081-866-3000 ตลอด 24 ชม. และแจ้งความออนไลน์ที่เว็บไซต์ Thaipoliceonline.com หรือเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุโดยตรง พนักงานสอบสวนจะทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไปยังธนาคาร เพื่อทำการยับยั้งการธุรกรรมชั่วคราวของบัญชีคนร้ายโดยเร็ว
ด้านพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัด เร่งดำเนินการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง ให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม รวมถึงสร้างการรับรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพดังกล่าว